บทที่ 14 หมูจะหาม
หนุ่มร้อนรักช้อนร่างเปล่าเปลือยของคู่นอนจากโซฟา พากันไปที่เตียง มือกว้างกระชับต้นขาเรียวรั้งขึ้นตั้งฉากกับที่นอนเปิดทางให้เขาแทรกตัวเข้าหาความอ่อนนุ่มอย่างเชื่องช้า ลีลาความปรารถนาดุเดือดบรรเลงเป็นจังหวะหนักหน่วง แรงขยับโยกโยนตัวทำเตียงสั่นทั้งหลัง เสียงครวญเซ็กซี่ของคนใต้ร่างปลุกเร้า กระตุ้นความปรารถนาของเขาให้เตลิดไปไกลโดยไม่นึกว่าเสียงอึกทึกที่สร้างขึ้นปลุกให้คนที่เผลอหลับอยู่ใต้เตียงสะดุ้งตื่นขึ้นอย่างตระหนก
นาทีแรก...วาดฝันคิดว่าเกิดเหตุแผ่นดินไหวขึ้นกลางกรุงเทพฯ เลยเผลอพรวดพราดลุกขึ้นด้วยความลืมตัว ลืมไปสิ้นว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหน และความคับแคบทำให้หัวเธอโขกเข้ากับขอบเตียงเต็มแรง
โป๊ก!! “โอ๊ย...”
“เสียงอะไรคะศิลป์”
หญิงสาวที่กำลังตกอยู่ในอารมณ์พลุ่งพล่านพลอยสะดุ้งไปด้วย อารมณ์เสียวซ่านเมื่อครู่หดหายไปตั้งแต่ได้ยินเสียงประหลาดจากใต้เตียง
ภาพศิลป์รีบขยับตัวออกห่างจากร่างละมุนก้มมองใต้เตียงแล้วความอดทนที่เหลือน้อยนิดก็สิ้นสุด โทสะเหมือนระเบิดถูกทิ้งโครมลงมาใส่ เขาแผดเสียงเรียกชื่อคนที่นอนตัวลีบ หน้าตื่นอยู่ใต้เตียงดังลั่น
“วาดฝัน!!”
เพลิงพิศวาสกลายเป็นทะเลโทสะ ร่างแกร่งผลุนผลันลงจากเตียงในสภาพเปลือยเปล่าแล้วกระชากผ้าขนหนูขึ้นพันเอวลวก ๆ ก่อนก้มตัวและเอื้อมมือกระชากร่างอวบอั๋นของฝาแฝดสาว กึ่งดึงกึ่งลากไม่ปรานีออกมาจากใต้เตียง
“ใครคะศิลป์ ทำไมเธอมาแอบอยู่ใต้เตียงคุณได้” สาวลูกครึ่ง กึ่งนั่งกึ่งนอนคลุมผ้าห่มอยู่กลางเตียงร้องถามขึ้นอย่างสงสัย
“คู่แฝดของผมเอง แต่เธอกำลังจะถูกผมโยนออกจากห้องภายในสิบห้านาทีนี้ แล้วเดี๋ยวผมจะกลับมา”
ภาพศิลป์กัดฟันกรอด มือข้างหนึ่งกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขาพยายามคุมอารมณ์เต็มที่ แต่นัยน์ตาเย็นชาของเขาเหมือนจะบอกว่าวาดฝันไม่ควรอยู่ที่นี่เลย
“ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นะศิลป์ ฉันแค่เผลอหลับไปน่ะ” วาดฝันพนมมือไหว้น้องชายพลางละล่ำละลักกล่าวด้วยความเสียใจและรู้สึกผิดที่กลายเป็นก้างขวางคอคนทั้งสองอย่างไม่ตั้งใจ
“ขอโทษกะผีนะสิ...เป็นบ้าอะไรถึงเข้าไปแอบอยู่ใต้เตียงฉันฮะ นึกว่าตัวเองเป็นเห็บเป็นหมัดหรือยังไง” ภาพศิลป์ระเบิดอารมณ์ต่อว่าแฝดสาวด้วยความโมโหแทบฆ่าคนได้
“ฉันขอโทษจริง ๆ ฉันจะรีบออกไปเดี๋ยวนี้แหละ” วาดฝันกล่าวเสียงอ่อยเตรียมหันหลังจะเดินออกไปเหมือนทุกอย่างจะจบลงได้ด้วยดี
“มานี่เลยยายตัวดี เรามีเรื่องต้องคุยกันยาวทีเดียว! อย่าคิดว่าฉันจะยอมให้เธอลอยนวลไปง่าย ๆ หลังสร้างเรื่องนะ”
ภาพศิลป์คว้าข้อมือวาดฝันกระชากให้เดินตาม เปิดประตูตามโทสะ ร่างสูงนุ่งแค่ผ้าขนหนูสีขาวผืนใหญ่ติดสะโพกหมิ่นเหม่ใช้กำลังลากตัวแฝดสาวร่างอวบออกจากห้องนอนตัวเอง
“โอ๊ย...ศิลป์ ฉันเจ็บนะ ทำไมต้องทำรุนแรงด้วยฮะ ฉันเป็นพี่แกนะโว้ย” ถึงจะเป็นคนผิด แต่พอน้องชายใช้กำลังทำให้เจ็บ วาดฝันก็โมโหขึ้นมาบ้าง
“รุนแรงเหรอ! อย่างเธอสมควรจะโดนแรงกว่านี้อีกวาดฝัน ยายปรสิต” ภาพศิลป์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดตอบกลับพี่สาว
“มันเกินไปแล้วนะ ฉันก็แค่เผลอหลับไปแค่นั้น ใครจะไปคิดว่าแกจะหื่นไม่เลือกเวลาแบบนี้เล่า นี่มันกลางวันแสก ๆ นะโว้ยไอ้น้องเฮงซวย” คนผิดยังคงปากแจ๋วเถียงข้าง ๆ คู ๆ สีข้างครูดจนเลือดซิบก็ยังไม่ยอมรับว่าตัวเองผิดเต็มประตู ขอรับผิดแค่ครึ่งเดียว
“อย่ามาแถวาดฝัน ฉันเคยห้ามแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าไม่ให้เธอเข้าไปวุ่นวายในห้องนอนฉัน ผิดแล้วยังไม่ยอมรับ ต่อมสามัญสำนึกของเธอมันบกพร่องหรือยังไงฮะ ไม่มีสมอง ฉันไม่น่าต้องมีพี่น้องอย่างเธอเลย ให้ตายเหอะ” ภาพศิลป์กัดฟันกรอดหลังตำหนิคนตรงหน้าเสียงลอดไรฟัน
“ฉันก็ยอมรับแล้วไงล่ะ ว่าฉันผิด ฉันขอโทษ แกจะเอาอะไรอีกฮะ หรือจะต้องให้ฉันกราบเท้าแกกับคู่ขาเลยไหมฮะถึงจะพอใจ...ไอ้น้องเวร”
วาดฝันชักสีหน้าใส่น้องกลบเกลื่อนความรู้สึกผิด แต่กระนั้นก็อดต่อปากต่อคำไม่ได้
“พอใจเหรอ! ถ้าเธออยากให้ฉันพอใจก็เก็บข้าวของย้ายกลับไปอยู่บ้านกับพ่อแม่ซะ ฉันหมดความอดทนกับเธอแล้วฝัน ออกไปจากชีวิตฉันซะที” ภาพศิลป์เอ่ยลอดไรฟันอย่างมีโทสะแววตาดุดัน
“ศิลป์!!”
“ไม่ต้องมาเรียก ฉันหมดความอดทนกับเธอแล้วจริง ๆ”
ภาพศิลป์ตวาดเสียงลั่น ดวงตากร้าวกระด้างจ้องมองใบหน้าเผือดซีดของแฝดสาวอย่างไม่สนใจว่าเธอจะรู้สึกเช่นไรพร้อมกับเอ่ยต่ออย่างดุดัน
“ฉันนึกว่าเราเป็นพี่น้องที่รักกัน…นายยังจำได้ไหมศิลป์ จำได้ไหมว่าเราผ่านอะไรมาด้วยกันบ้าง”
เธอเอ่ยอย่างขมขื่น เสียงเธอเบาแต่น้ำเสียงสะท้อนถึงความเจ็บปวดสุดหัวใจ ใบหน้าภาพศิลป์ปราศจากความเมตตาใด ๆ ราวกับเขาตัดเธอออกจากชีวิตไปแล้ว
“แน่นอนฉันจำได้ขึ้นใจเลยแหละฝันว่าเธอเป็นภาระฉันมาตลอดชีวิต ไม่เคยมีความสัมพันธ์ไหนที่ทำให้ฉันขยะแขยงเท่ากับความสัมพันธ์ของการเป็นพี่เป็นน้องกับเธอ ทำไมชีวิตฉันต้องมีปรสิตอย่างเธอตามหลอกหลอนไม่หยุดหย่อนด้วยฮะวาดฝัน”
สำหรับเขา ชีวิตแบบที่ต้องมาทนอยู่กับวาดฝันคือฝันร้ายที่ยืดยาวเกินไป เขารู้ว่าการมีพี่สาวที่ไม่รู้จักเวลาและไม่ยอมรับกฎเกณฑ์นี้ทำให้เขาอึดอัดอย่างไม่น่าเชื่อ เหมือนต้องแบกความอึดอัดและความรำคาญที่สะสมมาเนิ่นนาน และตอนนี้เขาต้องการแค่ปลดปล่อยตัวเองโดยไม่สนใจว่าคำพูดทำร้ายจิตใจด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดของตนไม่ต่างอะไรกับเสียงฟ้าผ่าแสกหน้าของวาดฝัน
