บทที่ 2 นักเขียนฝัน
ขณะที่น้องสอบได้ที่หนึ่งในระดับจังหวัดทุกปี ส่วนวาดฝันสอบติดแค่โรงเรียนใกล้บ้าน แล้วต้องซ่อมวิชาคณิตศาสตร์เกือบทุกครั้ง ทุกการสอบเหมือนจะย้ำเตือนให้เธอรู้ว่า เธอไม่เคยเก่งพอจะทำให้พ่อแม่ภูมิใจแบบน้องชาย เป็นเรื่องที่คนรอบตัวมักเปรียบเทียบเธอกับภาพศิลป์เสมอ ถึงแม้เธอจะพยายามไม่คิดมากกับคำพูดเหล่านั้น แต่มันก็ฝังอยู่ในใจของเธอเรื่อยมา เธอเคยคิดว่าหากวันหนึ่งทำอะไรได้ดีเทียบเท่าน้องชาย คนอื่นอาจจะมองเธอต่างออกไป อาจจะมีสักวันที่เธอจะทำให้พ่อแม่ภูมิใจในตัวเธอ เหมือนที่ภูมิใจในตัวภาพศิลป์ แต่ทุกครั้งที่เธอพยายาม เธอก็ยังไปไม่ถึงจุดนั้น ความมั่นใจของเธอก็ถูกบั่นทอนลงไปทีละนิด
ภาพศิลป์คิดว่าตัวเองเก่งกว่าเธอทุกด้าน น้องชายจึงปีนเกลียว ไม่ยอมรับในความเป็นพี่ของเธอมาแต่เด็ก น้องชายมักหยิบยกความไม่เอาไหนของเธอมาอ้าง ข่มเอาชนะคะคานไม่เรียกวาดฝันว่า “พี่” อย่างที่ควรจะเป็น เธอยังจำได้ดี ตอนที่ภาพศิลป์เดินเข้ามาคุยอย่างมั่นใจเรื่องการสอบแข่งขันระดับจังหวัดครั้งล่าสุด
“ฉันสอบได้ที่หนึ่งล่ะ พ่อกับแม่ต้องภูมิใจแน่”
คำพูดที่ดูแสนธรรมดาของเขาทำให้วาดฝันต้องเงียบไป ไม่รู้จะพูดอะไร เพราะเธอเองก็เพิ่งสอบตกวิชาคณิตศาสตร์มา… เธอทำได้แค่เพียงแอบดีใจเงียบ ๆ ตอนที่ครูชมว่าวาดรูปสวย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าลึก ๆ แล้ว เธอก็อยากจะเป็นแบบน้องชายบ้าง
วาดฝันรู้ตัวดีว่าเธอไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าสมบูรณ์แบบเหมือนภาพศิลป์ แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองแย่ไปเสียหมด เพราะเธอมีความสามารถบางอย่างที่แตกต่างกับน้องชาย ถึงแม้จะไม่ใช่เรื่องที่ทุกคนเห็นหรือตระหนักถึงมัน เธอก็ไม่ใส่ใจ ทุกครั้งที่เธอนั่งเงียบ ๆ อยู่ในโลกของตัวเอง การเขียนหรือการวาดจะพาเธอล่องลอยไปในโลกส่วนตัวที่เธอสร้างขึ้น โลกที่ไม่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากภายนอก ไม่มีความคาดหวังใดๆ มารบกวน
การใช้ชีวิตในแบบของวาดฝันนั้นดูเหมือนจะง่าย ไม่มีอะไรซับซ้อนอยู่ในโลกส่วนตัวที่เธอสร้างขึ้น กับการทำงานเป็นเลขาของปวีณา หรือพี่แป๋ว ผู้จัดการฝ่ายดูแลลูกค้าที่เข้มงวดในบริษัท ไอดีไลฟ์ อินทีเรียร์ จนกระทั่งวันหนึ่ง...ความสะเพร่าของเธอเองจะทำให้เธอต้องเผชิญเหตุการณ์ที่ทำให้ชีวิตเธอพลิกผันไปอย่างคาดไม่ถึง
วาดฝันกำลังปล่อยอารมณ์ไปกับงานอดิเรกอย่างมีความสุข โดยไม่รู้ชะตาว่า ชีวิตตนกำลังจะพลิกผันไปอย่างสิ้นเชิง เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงที่หญิงสาวจดจ่ออยู่กับแป้นคีย์บอร์ดและจอคอมพิวเตอร์ ในขณะที่หัวหน้างานของเธอกำลังจะกลับออฟฟิศ สิ่งสำคัญคือนายจ้างของเธออยู่ในโหมดอารมณ์อยากฆ่าคน หลังถูกลูกค้าโวยวายเนื่องจากความผิดพลาดของวาดฝัน
พนักงานตัวดีจัดแฟ้มเอกสารในการนำเสนอลูกค้าสลับกับแฟ้มต้นฉบับนิยายที่เจ้าตัวพิมพ์ไว้อ่านทวน เป็นเหตุให้หัวหน้างานต้องอับอายถูกลูกค้าต่อว่า ปวีณาจึงโมโหคนต้นเหตุ กลายเป็นจุดแตกหักให้ตัดสินใจจัดการกับวาดฝันอย่างเด็ดขาดเสียที ทันทีที่เจ้านายสุดโหดเลี้ยวรถเข้าจอดในลานด้วยความเร็วระดับทอนาโดลูกย่อมๆ เสียงล้อรถเบียดถนนดังเอี๊ยดก่อนที่เจ้าตัวจะก้าวลงจากรถญี่ปุ่นราคาแพง โดยไม่ลืมคว้ากระเป๋าเอกสารติดมือมาด้วยพร้อมกระแทกประตูรถปิดอย่างมีอารมณ์
สีหน้าบึ้งตึงของหัวหน้างานทำเอาเพลงรักสำลักลมหายใจ นึกสยองแทนวาดฝัน แววตาเป็นประกายเอาเรื่องของนายจ้างทำเพลงรักอกสั่นขวัญแขวน ขณะมองสาวรุ่นพี่ที่ยังนั่งรัวปลายนิ้วลงบนแป้นคีย์บอร์ดอย่างไม่รู้ชะตากรรมตัวเอง หญิงสาวอยากร้องเตือนใจจะขาด ถ้าไม่ประสานสายตากราดเกรี้ยวของหัวหน้างานที่มองกำราบแกมข่มขู่เธอไว้
ปวีณาเดินเบาเข้ามายืนหลังเก้าอี้ทำงานเลขาสาว ซึ่งยังไม่รู้ชะตาอย่างเงียบกริบ เป็นเพราะโต๊ะทำงานวาดฝันหันหลังให้ประตูทางเข้า พนักงานสาวจึงหมดโอกาสเก็บหลักฐานบ่งชี้ความผิดของตัวเอง และไม่รู้ตัวเลยว่าถูกจ้องมองด้วยสายตาดุดันของคนที่กำลังโกรธจนแทบฉีกเจ้าของบทประพันธ์ออกเป็นชิ้นๆ
“เขียนนิยายอยู่เหรอจ๊ะวาดฝัน” ปวีณาข่มโทสะพลางเอ่ยถามลอดไรฟัน
“พี่แป๋ว!”
วาดฝันสะดุ้งแรงเมื่อได้ยินน้ำเสียงเย็นชาของหัวหน้างาน ใจของเธอหล่นไปกองอยู่ที่ตาตุ่ม หลังสบสายตาวับวาวเอาเรื่องของ ปวีณาจึงรีบลุกขึ้นยืนเผชิญหน้าสาวใหญ่ด้วยสีหน้าสำนึกผิด ดวงหน้าเผือดสีอย่างรู้ชะตา
“ถ้าเธออยากจะทำไอ้อาชีพนักเพ้อเจ้อมากถึงขนาดขโมยเวลางานของฉันมาเขียนเรื่องบ้าๆ บอๆ ละก็ เธอก็ออกไปทำตามความฝันของตัวเองเสียเลยเป็นไรไปวาดฝัน” เสียงข่มโทสะของ ปวีณาแผดต่ำลอดไรฟัน
“ฝัน...ฝันขอโทษค่ะพี่แป๋ว ต่อไปฝันจะไม่ทำแบบนี้อีก พี่แป๋วยกโทษให้ฝันนะคะ” วาดฝันรีบละล่ำละลักเอ่ยด้วยสีหน้าซีดเผือดเพราะดวงตาดุของเจ้านายสาวสุดเฮี้ยบ
“แน่นอนวาดฝัน เธอจะไม่ได้ทำแบบนี้ในที่ทำงานของฉันอีกแน่ ๆ เพราะฉัน...ไล่เธอออก!” ปวีณาเอ่ยดุดันจริงจังอย่างไม่มีวี่แววว่าล้อเล่น
“พี่แป๋ว! ฝันขอโทษ อย่าไล่ฝันออกเลยนะคะ” วาดฝันผวาเข้ามายกมือไหว้พลางร้องขอความเห็นใจและขอการให้อภัยจากหัวหน้างาน
“ฉันไม่ทนเธออีกแล้ววาดฝัน ตั้งแต่พรุ่งนี้ไป เธอไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้าอีก เธอมันห่วยสุดเท่าที่ฉันเคยมีเลขามาเลย ลำพังแค่ขโมยเวลางานมาทำเรื่องไร้สาระ อ่านเขียนนิยายก็ว่าแย่แล้ว นี่ยังทำงานผิดพลาดได้ทุเรศมาก ทำให้ฉันอับอายลูกค้าเพราะไอ้แฟ้มนิยายบ้าบอของเธอเนี่ย”
“อะไรนะคะ! ฝันหยิบแฟ้มผิดส่งให้พี่แป๋วไปอย่างนั้นเหรอคะ” วาดฝันทำหน้าตาตื่นเอ่ยถามด้วยความตกใจจริง ๆ
