บทที่ 4 ภาพศิลป์
ภาพศิลป์เป็นผู้ชายเจ้าชู้ สายหื่นกว่าผู้ชายทุกคนรอบตัวของวาดฝัน และเพราะน้องชายฝาแฝดของเธอนี่แหละ ทำให้วาดฝันเชื่อคำพูดของพวกผู้ชายปากหวานไม่ลง เลยทำให้เธอไม่เคยสนใจหนุ่มๆ ที่ขยันแวะเวียนมาขายขนมจีบ ชีวิตสาวออฟฟิศของเธอเลยมีแต่งานที่นายจ้างมอบหมาย และนิยายที่เธอเจียดเวลาว่างรวมถึงหาเวลาว่างในที่ทำงานเขียนส่งสำนักพิมพ์
“จะเสียงดังไปทำไมนะ ฉันก็แค่จะมาขออาศัยอยู่ด้วยชั่วคราวเท่านั้นเอง”
วาดฝันทั้งอายและขมขื่นที่ต้องพึ่งพาน้องชาย แต่ก็จำเป็นต้องทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อขอความช่วยเหลือ เธอพยายามเข้มแข็งแม้จะรู้สึกไม่สบายใจแม้ว่าการมาขอความช่วยเหลือจากภาพศิลป์จะทำให้เธอรู้สึกเหมือนสูญเสียศักดิ์ศรี แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่น นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอรู้สึกมืดแปดด้านถึงขนาดต้องยอมก้มหัวให้กับน้องชายฝาแฝดคนที่เธอเคยขัดแย้งมาตลอด
คนจนหนทางกล่าวเสียงอ่อย เธอหรือสู้อุตส่าห์ลงทุนมาง้องอนไอ้น้องชายจอมแสบเพราะสิ้นหนทางแล้วจริง ๆ แล้วนี่อะไร หมอนี่มาทำหน้าเหมือนเห็นตัวประหลาดโผล่ขึ้นมาจากคอห่าน ทำหน้าใส่เธออย่างนี้นี่นะ ช่างไม่มีน้ำจิตน้ำใจเห็นแก่ความเป็นพี่เป็นน้องกันบ้างหรือยังไงนะ คนจนตรอกมาขอความช่วยเหลือแท้ๆ ยังจะมาทำให้ใจเสียอีก เดี๋ยวก็ตัดพี่ตัดน้องมันเสียเลยนิ
“ไม่มีทาง”
ภาพศิลป์ส่ายหน้าหวือและปฏิเสธอย่างไม่ลังเลใจ แค่คิดเขาก็เครียดจนต้องกุมขมับแล้ว การอยู่กับวาดฝันคงทำให้เขาแทบจะกระอักออกมาเป็นเลือด ยิ่งมาอยู่ด้วยอย่างไม่มีกำหนดยิ่งไม่มีวันที่เขาจะยอม หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่มีทาง
“ทำไมฉันต้องให้เธออยู่ด้วยฮะ”
“แต่ฉันไม่มีที่ไปแล้วนะศิลป์ ฉันเพิ่งถูกไล่ออก นายไม่สงสารพี่สาวตาดำ ๆ อย่างฉันบ้างหรือยังไงฮะ” วาดฝันทำหน้าง้ำเอ่ยกับน้องชายด้วยความโมโห
“ทำไมจะไม่มี ในเมื่อเธอถูกไล่ออกจากงานก็กลับลำปางไปสิ จะมาอยู่กับฉันทำไม” ภาพศิลป์โต้อย่างไม่ยอมเห็นใจ
“ฉันไม่กลับ ฉันไม่มีวันกลับไปให้คนแถวบ้านดูถูกแล้วเอาไปเปรียบเทียบกับนายเหมือนเมื่อตอนเด็กๆ อีกเด็ดขาด” เธอเอ่ยเสียงแข็ง
“เฮอะ...ก็เธอมันไม่เอาไหนเองนี่ฝัน เรียนก็แย่ พอมาทำงานก็คงขาดความรับผิดชอบละสิถึงโดนไล่ออกน่ะ”
วาดฝันบีบกำมือแน่น เมื่อได้ยินคำพูดดูแคลนของ ภาพศิลป์ ใบหน้าของเธอบึ้งตึง สบตาน้องชายด้วยความรู้สึกทั้งโมโหและเสียใจที่ต้องมายอมรับความช่วยเหลือจากเขาในวันนี้ ขณะที่ภาพศิลป์ถอนหายใจเสียงดัง ราวกับจะบอกว่าเขาไม่มีทางจะยอมรับเธอได้ง่าย ๆ
“อย่ามาเดาสุ่มนะ มันก็แค่ความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเอง หัวหน้าฉันไม่มีเหตุผลต่างหากล่ะ” วาดฝันทำหน้างอเอ่ยแก้ตัวเสียงสะบัด
“ฮึ...คนเป็นเจ้าคนนายคนเขาได้จะเป็นคนไม่มีเหตุผลได้ยังไงฮะฝัน ฉันว่าลูกน้องงี่เง่าอย่างเธอต่างหากที่ไม่ยอมรับความจริง ทำผิดแล้วไม่ยอมรับว่าผิดนะสิ” ภาพศิลป์เอ่ยอย่างไม่เชื่อถือในตัวแฝดสาวเท่าไรนัก
“ฉันผิดเสมอแหละในสายตาของนายน่ะ”
“แล้วเธอมีเงินพอจะประทังชีวิตไปอีกสักกี่เดือนกันล่ะ” เขาถามเสียงเข้ม แม้จะพยายามทำเสียงหงุดหงิดแต่แววตาที่มองพี่สาวนั้นแฝงไปด้วยความเป็นห่วงที่เจ้าตัวไม่อยากให้ใครสังเกตเห็น แม้จะเบ้ปากอย่างหน่ายใจแต่สายตากลับแสดงถึงความกังวล
“ฉันไม่ได้ทำงานเงินเดือนเยอะอย่างนายนิ แค่หาพอใช้เดือนชนเดือนยังยากเลย จะเอาที่ไหนมามีเงินเก็บล่ะ เพราะอย่างนั้นนายต้องให้ฉันอาศัยอยู่ด้วยอย่างไม่มีข้อแม้นะศิลป์ เพราะฉันเป็นพี่สาวนาย” วาดฝันเอ่ยอย่างไม่ยอมแพ้
“ยังไงก็ไม่! เธอกลับไปอยู่กับพ่อแม่ที่ลำปางดีที่สุด”
ภาพศิลป์สั่นหัวพลางปฏิเสธเด็ดขาดอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน
“ถ้าอย่างนั้นฉันจะฟ้องพ่อกับแม่” วาดฝันข่มขู่
“เชิญ...ฉันก็จะบอกพ่อแม่ว่าเธอโดนไล่ออกจากงานเพราะมัวแต่เพ้อเจ้ออยู่กับนิยายในเวลาทำงาน ดูสิว่าพ่อกับแม่จะให้เธออยู่กรุงเทพฯต่อหรือเรียกตัวเธอกลับไปอยู่ที่บ้าน” ภาพศิลป์เอ่ยอย่างเป็นต่อเพราะรู้จักนิสัยบิดามารดาของตนเองดี
“ฉันก็จะฟ้องพ่อว่านายทำตัวเหลวแหลกยังไงตอนอยู่กรุงเทพฯ และฉันก็จะบอกแม่ว่านายไม่เคยดูแลฉันเลย ปล่อยให้ฉันไปอยู่ในห้องแคบ ๆ เล็ก ๆ ซ่อมซ่อตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา ที่สำคัญนายยังข่มขู่ไม่ให้ฉันบอกเรื่องนี้กับพ่อแม่เพราะนายต้องการอิสระเพื่อจะได้ซุกซ่อนมั่วสุมกับบรรดาสาว ๆ ของนายได้ตลอดเวลาโดยไม่มีฉันเป็นก้างขวางคอ” วาดฝันพูดขู่ด้วยสีหน้าจริงจัง
“ฮึ...เธอนึกว่าแม่จะเชื่อเธอหรือไง ในเมื่อเธอไม่มีหลักฐาน ฉันจะบอกแม่ว่าเธอโกหกและคิดจะเอาเรื่องนี้มาข่มขู่ฉัน” ภาพศิลป์ไหวไหล่อย่างไม่แคร์คำพูดของแฝดสาว
วาดฝันยิ้มเจ้าเล่ห์พลางมองภาพศิลป์ด้วยดวงตาวาว เธอหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาพร้อมกับเลือกเมนูรูปภาพจัดการเปิดไฟล์ภาพถ่ายระหว่างภาพศิลป์กับบรรดาสาว ๆ ของเขามากมายหลายรูปทั้งในขณะที่เขากับคู่ควงกำลังทำกิจกรรมเข้าจังหวะกันเบา ๆ ในคอนโด ซึ่งวาดฝันได้มาจากการแอบซ่อนกล้องไว้แต่ภาพศิลป์ไม่รู้ จึงมีหลักฐานไว้บลั๊ฟน้องชาย
“หลักฐานแค่นี้น่าจะพอทำให้พ่อกับแม่เชื่อฉันได้นะ แล้วคราวนี้ไม่ใช่แค่นายจะสลัดฉันออกจากวงจรชีวิตของนายไม่ได้เพราะพ่อจะต้องบังคับให้นายอยู่กับฉันอยู่ดี แถมแม่จะคอยแวะเวียนมาคอยจับผิดนายบ่อย ๆ อีกต่างหาก คิดดูนะว่าจะยอมให้ฉันอยู่ด้วยจนกว่าฉันจะขยับขยายได้หรือจะต้องทนอยู่กับฉันไปตลอดทั้งชีวิตฮะ...ไอ้น้องชาย”
