บทที่ 7 ปริศนาฆาตกรรม

ขณะจดบันทึกรายละเอียดลงสมุดงาน ชิ้นส่วนมนุษย์ที่ถูกตัดแยกช่วงหน้าท้องถึงขาหนีบและยังคงอวัยวะบ่งบอกเพศชาย นิติเวชหนุ่มไม่อาจปิดกั้นความรู้สึกสะเทือนใจกับสิ่งที่พบ แม้จะผ่านการชันสูตรศพมาแล้วนับไม่ถ้วน แต่คดีนี้กลับทำให้เขารู้สึกถึงความอำมหิตที่อยู่เหนือกว่าคดีอื่น ๆ การจัดการกับศพอย่างเป็นระบบ บ่งบอกถึงคนร้ายที่รอบคอบและเยือกเย็นเกินคาด

“ชิ้นส่วนที่พบบ่งบอกเพศสภาพผู้ตายว่าเป็นชาย บาดแผลฉีกขาด เบื้องต้นคาดว่าเกิดจากของมีคมไม่ทราบประเภท” แพทย์นิติเวชเอ่ยเสียงขรึม

“เจ้าหน้าที่เพิ่งรายงานเข้ามาว่าพบชิ้นส่วนช่วงลำตัวไม่มีหัว แขนทั้งสองข้างอยู่ครบสภาพคว่ำหน้าลอยมาติดโป๊ะห่างจากจุดที่เราอยู่ สักสองถึงสามกิโลแถวท่าเทียบเรือวัดหงส์ ตอนนี้กู้ภัยนำขึ้นจากน้ำเรียบร้อย”

“คงต้องรอรวบรวมชิ้นส่วนทั้งหมดไปชันสูตร เก็บดีเอ็นเอเปรียบเทียบอัตลักษณ์ว่าเป็นของบุคคลคนเดียวกันหรือเปล่าเสียก่อนถึงจะตรวจสอบตัวบุคคลได้ว่าเป็นใคร”

“อืม...คงต้องใช้เวลาสองถึงสามวันในการหาชิ้นส่วนที่เหลือ ถ้าได้ครบแล้วก็จะรีบส่งให้กับทางนิติเวช เดี๋ยวกูจะไปประสานงานกับตำรวจพื้นที่เสียหน่อยว่ามีใครมาแจ้งความคนสูญหายบ้างหรือเปล่า มึงจะกลับโรงพยาบาลก่อนไหม กูจะได้แวะไปส่ง” สารวัตรหนุ่มถามขึ้นอย่างใส่ใจ

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวกูกลับพร้อมรถของโรงพยาบาล มึงไปทำงานต่อเถอะ เอาไว้คืนนี้ค่อยเจอกัน”

“งั้นไว้เจอกันคืนนี้เพื่อน กูไปทำงานต่อก่อน” ชัยยศพูดกับพร้อมรบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นพลางยิ้มให้กำลังใจ

“เออ เดี๋ยวเจอกัน ถ้ามีอะไรคืบหน้ารีบบอกกูด้วย”

พร้อมรบตอบสั้น ๆ แต่ยังเปี่ยมด้วยความตั้งใจเต็มเปี่ยมในหน้าที่ตรงหน้า

“โอเค”

สารวัตรชัยยศตอบแล้วทิ้งเพื่อนซึ่งเป็นแพทย์นิติเวชไปทำหน้าที่ของตนต่อ และเมื่อเดินทางกลับถึงห้องชันสูตรที่โรงพยาบาล พร้อมรบไม่รอช้า เขาสวมถุงมือยาง เตรียมพร้อมสำหรับการตรวจสอบชิ้นส่วนที่ได้รับมาในวันนี้ เขาใช้แหนบค่อย ๆ แยกชั้นผิวหนังที่เริ่มเปื่อยออกเพื่อตรวจสอบรอยบาดลึกที่กล้ามเนื้อและเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อบางส่วนเพื่อตรวจสอบเซลล์

การทำงานในห้องชันสูตรที่เงียบและเย็นเฉียบทำให้เขาสามารถจดจ่อกับทุกรายละเอียดได้อย่างแม่นยำ เริ่มจากตรวจสอบชิ้นส่วนที่อยู่ในสภาพผุพัง เขาใช้แหนบค่อย ๆ แยกเศษผิวหนังออกจากชิ้นกระดูก และใช้สารเคมีกับเซลล์ผิวหนังบางส่วนพร้อมเก็บหลักฐานในจุดตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ชิ้นเนื้อส่วนใหญ่เริ่มเปื่อยจากการแช่น้ำหลายวัน

นิติเวชหนุ่มใช้ไฟฉายส่องไปที่บริเวณผิวหนังและชั้นของกล้ามเนื้อโดยเฉพาะรอยฟกช้ำ จุดรอยเข้มที่กระจายตัวทำให้แพทย์หนุ่มตั้งข้อสันนิษฐานว่าคนร้ายอาจมีประสบการณ์ในการใช้เครื่องมือเฉพาะทาง หรือมีความเชี่ยวชาญในด้านการจัดการกับศพ บาดแผลจึงเรียบคม เขาพบว่ารอยตัดที่กล้ามเนื้อนั้นเรียบและลึกซึ่งเกิดจากอุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้โดยเฉพาะ แสดงถึงการเตรียมการอย่างดีในการลงมือของฆาตกร

จุดการแยกชิ้นส่วนแสดงถึงการลงมืออย่างไร้ความเมตตาและรอบคอบเกินกว่าจะเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ ฆาตกรรายนี้น่าจะมีแรงจูงใจบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง ดวงตาเคร่งขรึมของเขาพิจารณารอยแผลลึกที่เกิดจากของมีคมอย่างละเอียด บันทึกรายละเอียดทั้งหมดอย่างตั้งใจเพื่อเตรียมรายงานฉบับสมบูรณ์ในห้องชันสูตรต่อไป

ในขณะเดียวกันนั้น หญิงสาวจนตรอกอย่างวาดฝันก็อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุที่พบชิ้นส่วนมนุษย์กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเธอเพิ่งย้ายเข้ามาอาศัยอยู่กับน้องชายอย่างจำใจและต้องอดทนกับคำถากถางเหน็บแนมของภาพศิลป์อย่างไม่อาจตอบโต้ ได้แต่ตีหน้ามึนผสมโรงเป็นเจ้าของห้องร่วมกับแฝดน้อง โดยไม่สนใจว่าใครเป็นคนจ่ายเงินซื้อข้าวของทุกชิ้นในตู้เย็น นึกจะกินอะไรก็หยิบมาทำอาหารกินประทังชีวิตเพื่อประหยัดเงินในกระเป๋าตัวเอง

วาดฝันไม่ถือสาคำพูดของภาพศิลป์เพราะรู้ว่าน้องชายปากร้ายแต่ใจจริงไม่มีอะไร ถึงภาพศิลป์จะดุ ค่อนขอดเธอยังไง เธอก็เชื่อว่าน้องรักพี่สาวไม่เอาถ่านคนนี้ไม่ต่างกับที่เธอรักและหวังดีกับแฝดน้องเช่นกัน เธอกับน้องชอบแข่งกันทุกเรื่องมาตั้งแต่เด็กแต่เธอก็ไม่เคยสู้ภาพศิลป์ได้สักเรื่อง โชคดีที่พ่อแม่รักลูกเท่ากันอย่างไม่เคยลำเอียง เธอเลยไม่เคยมีเรื่องให้กินแหนงแคลงใจน้องชาย

แต่ตอนนี้ปัญหาเดียวสำหรับวาดฝันก็คือเสียงครวญครางของผู้หญิงของน้องนี่แหละ ทุกครั้งที่ทั้งสองมีพอสอพอ[1] มันเป็นเรื่องทรมานสาวโสดอย่างวาดฝันที่สุด เธอเพิ่งรู้ว่า การแอบได้ยินได้ฟังชายหญิงร่วมกิจกรรมเข้าจังหวะแบบนี้ทำให้หัวใจของเธอเต้นแปลก ๆ พิกล และเธอไม่มีสิทธิ์จะต่อว่าน้องชายด้วย ในเมื่อเป็นแค่คนมาอาศัย ขืนโวยวายมีหวังภาพศิลป์ไล่เธอเปิง เธอจึงไม่อยากทำตัวเป็นปัญหาต้องฝืนข่มตานอน เอาหมอนอุดหูอยู่นานกว่าจะข่มตาหลับไปทุกทีที่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้

[1] พอสอพอ ย่อจาก เพศสัมพันธ์

บทก่อนหน้า
บทถัดไป