บทที่ 1 ขอพร

               กิ้ง!

เสียงของเหรียญนั้นได้กระทบกับรูปปั้นหินอ่อนสีขาวผ่อง ซึ่งทุกคนที่ผ่านไปมาละแวกนี้จะรับรู้ดีว่าท่านขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์มากเพียงไหนจึงเรียกตามๆ กันว่า ‘ชายน้อยแห่งความรัก’ ทุกอย่างก็เหมือนกับรูปปั้นที่เป็นสัญลักษณ์เกี่ยวกับความรักนั่นแหละ

“สาธุขอให้สมปรารถนาในความรักเจ้าคะ” การหลังหันให้รูปปั้นพร้อมกับโยนเหรียญแม่นราวกับจับวาง อีกทั้งยังคำอธิฐานด้วยใจจริงถึงจะไม่เอ่ยออกมาก็เถอะ ชายคนนั้นเธอกำลังรวบรวมความกล้าเพื่อสารภาพรักกับเขา ชายที่ดูอบอุ่นทุกครั้งที่พบเจอ เขาชอบช่วยเหลือห่วงใยตัวเองในทุกๆ ครั้งนั้นทำให้ความปลื้มเลยไปถึงขั้นการแอบชอบมานาน นับเดือนเป็นจริงเสียที “ชายที่เป็นรักบริสุทธิ์ รักที่มั่นคงยิ่งกว่าในนิยาย รักที่สามารถทำทุกอย่างให้เขาได้โดยไม่มีข้อแม้ ขอให้วิตตาได้สมหวังด้วยเถอะนะเจ้าคะ”

การไปอธิฐานกับชายน้อยแห่งความรักหน้าคอนโดของตัวเองทำให้ฉันมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว สำหรับวันพรุ่งนี้ วันพิเศษที่จะไปสารภาพรัก ทุกคนที่มาขอกับท่านชายน้อยแห่งความรักมักจะสมหวังทุกอย่างโดยเฉพาะเรื่องความรัก เสมอ

การรีวิวของทุกๆ คนในละแวกนี้ล้วนเป็นเครื่องยืนยันได้ ทุกคนที่ไปขอนั้นล้วนแล้วแต่สมหวังทุกราย เช่น คู่พี่นิดกับลุงชัยที่แอบรักกันมานานเป็นสิบปี คู่ป้าพรแม่บ้านคอนโดกับลุงสมหมายเจ้าของร้านขายข้าวมันไก่ อีกคู่หนึ่งที่พึ่งแต่งงานกันเมื่อสามวันที่ผ่านมาคือ ยัยอ้อยกับฝรั่งผมขาวคนนั้น ทุกๆ คนทั้งพี่นิด ป้าพร ยัยอ้อยก็ขอจากท่านชายน้อยแห่งความรักทั้งนั้น

ยังไงวิตตาต้องสมหวังบ้างใช่ไหมท่านชายน้อยแห่งความรัก!

ฉันอาศัยที่นี้ซึ่งเป็นแค่คอนโดเก่าๆ สามชั้นที่บอกได้ว่ามันไม่ได้หรูหราอะไรมาก เป็นสิ่งที่พอเช่าและหาได้ยากในเมืองหลวงแห่งนี้ที่ยังไม่มีประวัติ ถึงแม้จะมีพวกเพื่อนห้องเป็นคุณป้าน้าอาที่บอกได้ว่าโคตรปากหอยปากปูก็ตามที

“อ้าววิตตาไปไหนมาล่ะ?”

นั่นไงพูดไม่ทันขาดคำ

“เอ่อ...วิตตาไปซื้อมาม่ามาค่ะป้า”

มือเล็กชูถุงมาม่าให้คนที่อยู่ไม่ห่างได้ดู เพราะเดี๋ยวจะหาว่าเธอโกหก ไม่อยากให้เป็นเรื่องที่ไม่ดีไม่อยากเป็นข่าวดังซุบซิบยิ่งกว่าดาราในคอนโดแห่งนี้

“ไอ้เราก็นึกว่าไปหาผัวมา อายุอานามก็มากรีบหาผัวเลี้ยงได้แล้ว แก่ขึ้นมามีลูกยากนะเดี๋ยวจะไม่ทันใช้ เชื่อป้าสิ”

อายุยี่สิบสี่เนี้ยนะมาก

คนสมัยนี้ดูกันที่อะไร ทำไมถึงอยากให้ลูกหลานหรือแม้แต่กระทั่งคนที่ตัวเองไม่ค่อยรู้จักให้มีสามีกันก็ไม่รู้ มีสามียังไม่พอยังอยากให้มีลูกอีก กระแสสังคมทุกวันนี้มันก็ไม่ดีนัก คนส่วนใหญ่จึงมักมองข้ามำว่ามีลูกด้วยซ้ำไป

อีกอย่างหนึ่งการใช้ชีวิตยังไม่ได้ใช้แบบเต็มที่เลยด้วยซ้ำไป ที่สำคัญโลกใบนี้ยังกว้างขวางตั้งเท่าไหร่ มีอีกมากมายให้เข้าไปทำ มีอะไรให้น่าค้นหาอีกเยอะแยะ

แค่มีแฟนก็พอมั้งไม่ต้องถึงกับมีผัว...ขั้นนั้นคงต้องศึกษาดูใจกันไปอีกนานแสนนาน กว่าจะถึงขั้นลงเอยไปจนถึงการแต่งงาน เพราะมันเป็นเรื่องยากและไกลตัวของวิตตาไปหน่อย

“วิตตาของตัวขึ้นห้องก่อนนะคะป้า พอดีรีบยังมีงานค้างคาไว้อีกเยอะเลย ต้องเคลียร์ให้เสร็จก่อนพรุ่งนี้ค่ะ”

“ก็เป็นแบบนี้ใครมันจะเอาทำเมีย”

บทถัดไป