บทที่ 2 เหมือนเตือนแฝง

อีกอย่างหนึ่งการใช้ชีวิตยังไม่ได้ใช้แบบเต็มที่เลยด้วยซ้ำไป ที่สำคัญโลกใบนี้ยังกว้างขวางตั้งเท่าไหร่ มีอีกมากมายให้เข้าไปทำ มีอะไรให้น่าค้นหาอีกเยอะแยะ

แค่มีแฟนก็พอมั้งไม่ต้องถึงกับมีผัว...ขั้นนั้นคงต้องศึกษาดูใจกันไปอีกนานแสนนาน กว่าจะถึงขั้นลงเอยไปจนถึงการแต่งงาน เพราะมันเป็นเรื่องยากและไกลตัวของวิตตาไปหน่อย

“วิตตาของตัวขึ้นห้องก่อนนะคะป้า พอดีรีบยังมีงานค้างคาไว้อีกเยอะเลย ต้องเคลียร์ให้เสร็จก่อนพรุ่งนี้ค่ะ”

“ก็เป็นแบบนี้ใครมันจะเอาทำเมีย”

โอ้โห... เสียงพูดดังขึ้นถึงแม้ว่าจะเดินมาไกลแล้วก็ตามแต่ การเข้าอยู่ในห้องของตัวเองเป็นสิ่งที่ปรารถนามากที่สุดแล้ว การอยู่กับความสงบความเงียบ ไม่ต้องได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้นปล่อยให้ความสงบได้เข้ามาทักทายตัวเอง

“น่าเบื่อ”

ฉันนอนราบกับเตียงนุ่ม สายตาก็มองไปยังผนังห้องสีขาวแบบนั้น ความจริงแล้วฉันอายุยี่สิบสี่ มีงานทำประจำเป็นเจ้าหน้าที่ประจำออฟฟิศแห่งหนึ่งตั้งแต่เรียนจบ มันก็ไม่ได้ตรงกับสายที่ได้เรียนมาหรอกนะแต่ปัจจุบันการดิ้นรนหางานมันช่างยากเย็นเหลือเกิน งานไหนทำได้หรือผ่านเข้ามาก็ควรทำไปก่อน

ฉันคิดแบบนั้น ดีกว่าไม่มีงาน และตอนนี้มันก็ลากยาวมาหลายปี ยังไม่ได้ออกไปใช้ชีวิตที่ปรารถนาเลย

“ควรคิดถึงวันพรุ่งนี้มากกว่า”

ว่าแล้วมันก็มาถึงอย่างรวดเร็วเอาการ สำหรับวันนี้เมื่อตอนนี้ฉันกำลังขึ้นบันใดตรงขึ้นมาออฟฟิศสถานที่ทำงานของตัวเอง จากที่มีความมั่นใจความอวดดีเมื่อวานมันก็เริ่มหายถอยหนีหมด กลายเป็นความว่างเปล่าเข้ามาแทนที่ซะงั้น

ไม่กล้าแล้ว...

“มาเช้าเลยนะวิตตา”

เตวิช....

คนนี้แหละทุกคน ผู้ชายที่ฉันกำลังจะสารภาพความรู้สึกให้เขาได้รับฟัง คนที่มีความเป็นสุภาพบุรุษ มีความอบอุ่นดั่งแสงอาทิตย์แรกแย้มของวันนั้นๆ ทุกอย่างที่ผู้หญิงต้องการเขามีหมด แล้วใครมันจะไม่หวั่นไหวกัน เพราะการกระทำที่อบอุ่นพวกนี้

“เอ่อ.... สวัสดีเต”

“น้ำเต้าหู้ เตเอามาฝาก”

เห็นไหม เตวิชของวิตตาเป็นคนดีแค่ไหน

“ขอบใจนะ” ว่าแล้วมือเล็กก็รับของฝากมาไว้ในมือพร้อมกับมองซ้ายขวาเพื่อดูผู้คนที่อยู่บริเวณนี้ที่ไม่มีใครแล้ว “คือ...วิตตามีเรื่องเอ่อ...จะพูดกับเตอ่ะ”

“ว่ามาสิ”

รอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ที่แฝงด้วยความอบอุ่นส่งมาให้เธอเสมอ เหมือนกำลังเพิ่มความกล้าให้ได้กระทำมากขึ้น

เอาว่ะ... เป็นไงเป็นกัน

“คือ...วิตตาชะ ชอบเตนะ”

คำพวกนั้นออกไปแล้วพร้อมกับการถอนหายใจของฉันเอง การกลั้นหายใจพูดมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะกว่าที่ฉันจะพูดออกไปมันยากเหลือแสน พอพูดออกไปแล้วก็โล่งขึ้น

แล้วท่าจะดีเพราะเตวิชเขายิ้มหวานออกมา

“…”

“เราลองมาคบกันดูไหม?” รอยยิ้มพูดขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นว่ามันมีความหวัง “หรือว่า...”

“ได้สิครับ”

พระเจ้า!

มันง่ายอะไรปานนั้นกับการสารภาพรักครั้งแรก คำตอบของเตวิชนั้นแทบเอาร่างของฉันล่องลอยไปกับสายลมยามเช้า มันช่างเป็นวันที่แสนวิเศษเหลือเกิน

“จะ จริงนะ”

“จะสิเป็นแฟนกันแล้วนะครับวิตตา” มือใหญ่เข้ามาลูบศีรษะฉันเบาๆ “ตอนเที่ยงเตมารับทานข้าวด้วยนะครับคุณแฟน”

อ่า... ได้สิ

เที่ยงนี้ได้ทานข้าวกับแฟน

การทำงานในช่วงเช้านั้นมันเดินมาอย่างรวดเร็วเหลือเกิน วันนี้โลกของฉันเปล่งประกายสีชมพูไปหมด รอยยิ้ม เสียงหัวเราะมีมาจากเพื่อนในที่ทำงานต่างเอ่ยแซวอย่างไม่ขาดสายจนฉันแทบละลาย ฉันและเตวิชแยกย้ายกันทำคนละแผนกแต่ฉันก็ยังเห็นเขาอยู่ผ่านกระจกใสไกลๆ

“ยิ้มไม่หุบเลยนะวิตตา”

“เพกาอย่าแซวสิ” เพราะถึงเวลาเที่ยงแล้วฉันยังนั่งที่โต๊ะทำงานเพื่อรอเตวิชแต่เพกาเพื่อนสนิทที่สุดในที่ทำงานก็ทักขึ้นก่อน “แล้ววิตตารู้จักเตวิชดีแล้วเหรอ?”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป