บทที่ 5 แบ่งเส้นชัดเจน

ประโยคนี้สร้างว่าขุ่นใจให้กับผู้ฟังเป็นอย่างมาก ผู้หญิงที่ในสายตาคนอื่นๆ จะว่าอะไรยังไงเธอก็ไม่สน แต่ในเวลานี้มันกับไม่ใช่สายตาสีดำนั้นมีอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่

สายตาที่ไม่ยอมคน

สายตาที่พน้อมปกป้องตัวเองเสมอ หากไม่ผิด

“ใช่ไหมล่ะเตวิช?” ฉันถามเตวิช

“…”

“ไม่จริง ฉันคบกับเตวิชมาก่อนเธอวิตตา ความสัมพันธ์ของเราทั้งสองแน่แฟ้นยิ่งกว่าคนอย่างเธอจะเข้ามาทำลายมันได้เลยต่างหาก พวกอิจฉาเห็นคนอื่นดีกว่าไม่ได้สินะ คนประเภทเธอ”

เตวิชไม่ตอบ เอาแต่เงียบงันตั้งแต่ถูกจับได้อย่างไม่คาดคิดมาก่อน แต่มีเสียงเพกาตะคอกดังขึ้นให้ได้ยินอย่างชัดเจน

“เหรอ อย่างงั้นเหรอ แต่ฉันว่าจะคบก่อนคบหลังก็ไม่ใช่ว่าจะแทงข้างหลังกันไม่ได้มากกว่า”

“…”

สงครามน้ำลายระหว่างฉันกับเพกาเริ่มขึ้นแล้ว เพราะไม่มีใครยอมใครทั้งนั้น อีกอย่างก็อยากกระชากสติของเพกาด้วย แต่ดูแล้วยาก ปล่อยให้เจอแบบนั้นดีกว่า สนุกกว่ากันเยอะ

“ที่สำคัญเธอกับเตวิชจะคบกันนานเท่าไหร่ มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ฉันต้องรับรู้รับทราบอีก เพราะฉันจะถือว่าตัวเองไม่ได้คบกับผู้ชายคนนี้ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป”

“ให้มันแน่เถอะ ได้ข่าวว่าเป็นตัวเธอเองไม่ใช่หรือไง ที่หน้าด้านไปขอคบเขา”

นั่นสิ... ฉันเองที่โง่!

โง่มากจนดูคนไม่ออก

แต่ต่อจากนี้ไปฉันไม่มีวันโง่งมงายกับผู้ชายคนนี้อีกแล้ว และจะไม่โง่ให้กับผู้ชายหน้าไหนที่เข้ามาในชีวิตต่อแต่นี้เป็นต้นไป เห็นเพียงแค่รูปร่างที่ดูดี พูดจาโคตรอ่อนหวาน ลุคอบอุ่น

มันไม่ใช่แล้วสมัยนี้

จำไว้เราไม่ใช่ควายวิตตา

“เวลาครึ่งวันไม่นับหรอกเชิญเธอสบายใจได้เลยเพกา”

“…”

“จะถือว่าฉันเล่นๆ ก็ได้”

ยังไงทุกอย่างก็ต้องจบ จะคิดว่าผู้หญิงอย่างฉันเป็นอะไรก็ตามแต่ ฉันมันก็แค่พนักงานคนหนึ่งที่ไม่มีสิทธิห้ามความคิดคนอื่นได้เช่นกัน จะให้เป็นเรื่องเล่าขำ ๆ ของคนในที่ทำงานก็ได้ ถือซะว่าเป็นคนโง่

ปลง...

“ก็ดี”

“แต่ฉันขอถามเธอหน่อย ทำไมไม่บอกฉันตั้งแต่แรกว่าคบกับเตวิชอยู่ ในเมื่อเราทำงานแผนกเดียวกัน โต๊ะนั่งติดกัน เมื่อกี้ยังมีเวลาบอกเลยด้วยซ้ำ มันมีเวลาทุก ๆ วัน หลายเดือน ทำไมไม่เอ่ยปากบอก ไม่งั้นเรื่องนี้คงไม่เกิดขึ้นแน่ ๆ”

“ฉัน....”

“อย่าขอโทษมันไม่มีประโยชน์”

เพราะฉันไม่รับ

ฉันรับรู้ว่าแววตาเพกานั้นรักเตวิชมากเพียงไหน แล้วทำไมจะไม่รู้ว่าเพราะอะไรเธอถึงยอมไม่บอกฉัน ความรักทำให้คนตาบอดเป็นเรื่องจริงสินะ ยอมทุกอย่างในสิ่งที่ฝ่ายนั้นบอก ทำตัวเหมือนไม่ได้คบกันในที่ทำงานแล้วใช้ชีวิตด้วยกันที่ห้องสี่เหลี่ยม แค่นี้จริง ๆ เหรอ

“…”

“ยังไงทุกอย่างที่เกิดขึ้นขอให้จบตรงนี้ พวกเราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก แค่เพื่อนร่วมงานสถานะเดียวก็พอ”

ว่าแล้วฉันก็เดินออกมาไปร้านกาแฟด้านล่างแทน กลางวันนี้ทานแค่ขนมไปก่อนแล้วกัน เพราะความอยากอาหารลดลงเกือบครึ่งจนฉันคิดว่าไม่ควรกงกินมันแล้วล่ะ 

อารมณ์ความต้องการทางปากและท้องไม่มีเลย เหมือนขนมและกาแฟที่สั่งมาตรงหน้าไม่มีรสชาติอะไรนอกจากความจืดชืด

เฮ่อ...

เป็นแฟนกันครึ่งวันดีเหลือเกินชีวิต!

“ชายน้อยแห่งความรักเล่นงานฉันแล้วสิ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป