บทที่ 3 ราคีหนี้สวาท บทที่ 3

“บอกแล้วไงอย่าด่าว่าผมโรคจิต!”

“ถ้าไม่ยอมปล่อยฉันก็จะด่ามันไปแบบนี้ล่ะ ไอ้คนโรคจิต ไอ้...”

เสียงหวานขาดหายไปในลำคอเพราะปากของหล่อนถูกปากได้รูปบนหน้าคมคร้ามประกบปิดไว้แน่น แน่นเสียจนแทบหายใจไม่ออกด้วยซ้ำ อิงธารตาเบิกโพลงเมื่อถูกคนแปลกหน้าคุกคามด้วยการจ้วงลิ้นสากหนาเข้าไปในปาก คุณพระคุณเจ้า เขาไม่ได้ขู่และทำให้หล่อนได้อายจริง ๆ ด้วย เป็นครั้งแรกที่คุณครูคนสวยผู้ไม่เจนจัดโลกถูกผู้ชายจูบ

หล่อนถูกจูบ!!

แถมจูบนั้นหนักหน่วง ร่างหนาเบียดเข้าหาร่างเล็กที่พยายามดึงดันแต่ยิ่งดิ้นหล่อนกลับยิ่งเหน็ดเหนื่อย ไม่ใช่ปากของหล่อนเท่านั้นที่เขาคุกคามแต่มือของหล่อน ตัวของหล่อนยังถุกเขาปิดกั้นด้วยร่างหนาใหญ่จนขยับตัวไปไหนไม่ได้

“อื๊อ!...อื๊อ!”

อิงธารเปล่งเสียงดังแค่ในลำคอ ปากของหล่อนถูกประกบปิดแน่นจนไม่มีช่องว่างให้อากาศไหลผ่าน วิคเตอร์ร้ายกาจอย่างที่สุด เขาเป็นใครถึงอุกอาจทำกับหล่อนอย่างนี้ได้ ชายหนุ่มบดเบียดริมฝีปากของเขากับกลีบปากของหญิงสาวจนรู้สึกได้ถึงรสชาติแสนหวานอย่างน่าประหลาดที่มันดึงดูดให้เขาแนบปากนิ่งอยู่อย่างนั้น และเป็นจูบนานพอที่จะทำให้เขาสัมผัสได้ถึงความอ่อนด้อยประสบการณ์ของหญิงสาว เขาฉกลิ้นเข้าไปลึกแต่หล่อนกลับไม่รู้จักตอบสนองแถมยังตัวแข็งเหมือนเสาหลัก แต่พอเขาถอนปากออกอิงธารกลับอ่อนระทวย ปากหล่อนบวมเจ่อเพราะเขาเผลอกดปากหนักไปสักหน่อย เบ้าตาคู่สวยกลบด้วยน้ำรื้นซึ่งทำให้วิคเตอร์ถึงกับชะงักไปเสี้ยววินาที ทว่าเมื่อดึงสติกลับมาอีกครั้งเขากลับทำหน้ายักษ์ใส่โดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายหน้าซีดคล้ายคนจะเป็นลม

“บอกแล้วไงว่าอย่าท้าก็ไม่เชื่อ...อ๊ะ!”

เขาส่งเสียงเมื่อคว้าข้อมือของหญิงสาวที่ตั้งท่าจะทุบถองบนหน้าคมเข้มได้ทัน

“อะไรกัน เล่นทีเผลอหรือนี่...อยากจะโดนอีกสักทีใช่ไหม”

“อย่านะ!” หล่อนตวาดแหวจ้องหน้าเขาเหมือนนางแมวป่า “คุณนี่มันบ้าจริงๆ...มีสิทธิอะไรมาทำอย่างนี้กับคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวด้วย”

เขายักไหล่และทำหน้าท้าทาย “ผมทำได้ทุกอย่าง ถ้าเค้นความจริงจากปากคุณไม่ได้ก้จะไม่ยอมกลับเด็ดขาด”

“แต่ฉันต้องกลับไปสอนเด็ก ฉันมีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ”

“เรื่องนี้คุณก็ต้องรับผิดชอบ คุณต้องบอกผมให้ได้ว่าตอนนี้พี่สาวของคุณอยู่ที่ไหน”

“ไม่รู้! ก็ฉันไม่รู้นี่นา”

“หรือต้องให้ผมออกแรงอีกหน”

“อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ...ออกไปจากรถคันนี้ได้เมื่อไหร่คุณโดนตำรวจซิวข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวแน่ๆ”

เขาเลิกคิ้วยิ้มเยาะ “กักขังหน่วงเหนี่ยว? จะฟ้องใคร ถ้าจะฟ้องตำรวจเขาจะมาตั้งข้อหาอะไรกับผู้ชายที่อยากจะจูบจะกอดแฟนในรถตัวเอง”

“ห๊า! ว่าอะไรนะ...แฟนเหรอ ใครเป็นแฟนใคร”

“ก็คุณไงที่เป็นแฟนผม”

“บ้าแล้ว!...อย่ามาพูดอะไรบ้าๆ”

“ผมมีให้เลือกแค่สองทาง จะยอมบอกผมดี ๆ หรือว่าจะให้ใช้วิธีการรุนแรงกว่านี้”

“อะไร...อะไรคือวิธีการรุนแรงของคุณ”

“ผมรู้มาว่าคุณกับพี่สาวของคุณเหลือแม่อยู่แค่คนเดียว”

พุดจบก็หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาพร้อมทั้งจ้องหน้าหญิงสาวอย่างมาดหมาย

“แค่ผมโทรหาคนของผมให้ไปที่บ้านของคุณตอนนี้ แม่ของคุณอยู่คนเดียวนี่ไม่ใช่เหรอ”

“อย่านะ! อย่าๆๆ”

หล่อนร้องห้ามพร้อมน้ำตาไหลพรากทั้งที่วิคเตอร์ยังไม่ทันต่อโทรศัพท์ออกไปด้วยซ้ำ คราวนี้เขายิ้มเหยียดอย่างผู้ชนะ อิงธารอ่อยปวกเปียก มือที่กำหมัดคลายลงอย่างหมดทางสู้

“ฉันไม่รู้หรอกว่าพี่สาวของฉันอยู่ที่ไหน คุณจะให้ฉันทำอะไรก็ได้นะ แต่อย่ายุ่งกับแม่ของฉัน ท่านแก่มากแล้ว”

“ให้ทำอะไรก็ได้อย่างนั้นเหรอ?”

“ใช่...อะไรก็ได้”

เสียงสั่นเครือและหน้าซีดขาวของอิงธารทำให้วิคเตอร์รู้สึกว่าหล่อนอาจพูดความจริงเรื่องที่ไม่รู้ว่าพี่สาวไปอยู่เสียที่ไหนในตอนนี้ แต่จะให้เขาสงสารแล้วปล่อยหล่อนไปคงทำไม่ได้แน่ เพราะอิงอรทำกับเขาไว้เจ็บแสบ เชิดทั้งเงินทั้งโฉนดที่ดินแถมหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยแบบนี้ ทางที่ดีเขาควรเก็บน้องสาวของหล่อนไว้เพื่อเป็นตัวประกันให้หล่อนกลับมาเพื่อชดใช้จะดีกว่าที่เขาไม่มีอะไรไว้ต่อรองเสียเลย

“ถ้าอย่างนั้นผมก็ตัดสินใจที่จะไม่...กลับอเมริกาวันนี้ แต่จะอยู่กับคุณที่นี่จนกว่าพี่สาวของคุณจะกลับมา”

“อยู่กับฉัน...คุณจะอยู่ได้ยังไง”

“ผมจะไปอยู่ที่บ้านของคุณ คอยติดตามดูคุณทุกฝีก้าวและผมยิ่งกว่าแน่ใจว่าถึงวันนี้คุณจะไม่รู้ว่าพี่สาวของคุณอยู่ที่ไหน แต่วันหนึ่งเอ็มม่าจะต้องติดต่อกลับมาหาคุณแน่ ๆ และเมื่อถึงตอนนั้นผมจะรวบหัวรวบหางหล่อนจับเข้าซังเตให้หลาบจำ!”

“คุณไปอยู่กับฉันที่บ้าน...ไม่ได้หรอกนะ”

“ไหนว่าทำได้ทุกอย่างไง รับปากแล้วอย่าบิดพลิ้ว คุณเป็นครูไม่ใช่เหรอ ครูก็ต้องสอนเด็กไม่ให้โกหกแต่ถ้าตัวเองโกหกเสียเองแล้วจะให้เรียกว่าอะไร”

บทที่ 4

“นี่ฉันปฏิเสธนิดเดียวทำไมต้องด่ากันยาวยืด ที่ฉันบอกว่าคุณจะไปอยู่บ้านฉันไม่ได้ก็เพราะว่าแม่ของฉัน...ท่านไม่เข้าใจหรอกนะคะว่าทำไมจู่ ๆ จะมีผู้ชายแปลกหน้าไปอยู่กับท่าน”

เขาทำหน้าไม่ยี่หระ “ง่ายจะตายไป แค่บอกว่าเราสองคนเป็นแฟนกัน”

“ไม่ได้ค่ะ!” หล่อนยืนยันเสียงแข็งขึ้นมา “วัฒนธรรมไทยน่ะ ผู้หญิงกับผู้ชายต้องเป็นผัวเมียกันซีคะถึงจะอยู่ด้วยกันได้”

“ถ้าอย่างนั้นเราก็เป็นผัวเมียกัน”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป