บทที่ 5 ราคีหนี้สวาท บทที่ 5
“ปละ...เปล่านะจิ๊บ”
อิงธารรีบปฏิเสธแต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่อวิคเตอร์เสริมขึ้นว่า
“ครับ...ผมคุยกับเอ็มมี่ทางโทรศัพท์ คืองี้นะครับ ผมโทรมาผิดทำให้เรารู้จักกันตั้งแต่นั้น เราโทรคุยกันทุกวัน ผมมาเมืองไทยหลายครั้งแรกแล้วล่ะครับ และครั้งนี้ที่มาที่นี่ก็ตั้งใจจะมาจดทะเบียนสมรสกับเธอครับ”
โกหก! โกหกกันหน้าด้าน ๆ ว่าหล่อนเป็นครูไม่ควรโกหกเด็ก ๆ นี่อะไรกัน เขาเป็นนักธุรกิจพันล้านแต่กลับมาพูดจาสับปลับแบบนี้มันใช้ได้เสียที่ไหน แต่หล่อนก็ไม่ทันได้แก้ตัวเมื่อจิตราร้องขึ้นว่า
“ว้าว! โรแมนติกม๊ากค่า แล้ว...เมื่อกี๊คุณเรียกเพื่อนฉันว่าเอ็มมี่เหรอคะ โอ๊ว...อิงจ๋า ว่าที่สามีของเธอเรียกเธอได้น่ารักมาก”
“ไม่...คือฉัน...”
“เอ็มมี่อาจยังไม่ชินที่ผมเรียกเธออย่างนั้น แต่ผมก็เรียกเธอแบบนี้มาตลอดนะครับ เป็นการตั้งชื่อให้เรียกง่าย ๆ”
วิคเตอร์พูดมากเกินไปแล้ว! อิงธารนึกอย่างหมั่นไส้แต่หล่อนไม่สามารถแสดงอาการต่อต้านเขาออกมาได้ตอนนี้แต่ก็ไม่ได้แสดงสีหน้ายินดีกับคำพูดของเขานัก หล่อนอยากจะตัดบทด้วยการไล่เขากลับก็ถูกขัดด้วยคำถามของจิตราที่อยากรู้ไม่เลิก
“อ่า...ว่าแต่คุณวิคเตอร์เนี่ยทำงานอะไรเหรอคะ?”
“ผมเป็นเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ คิงส์แอซเซ็ทคอร์ป ทำธุรกิจเกี่ยวกับที่ดิน โรงแรมและการลงทุนในต่างประเทศครับ”
จิตราอ้าปากหวอ “จริงเหรอคะ...นี่แสดงว่าคุณคงต้องรวยมาก”
“ไม่หรอกครับ ผมไม่ใช่มหาเศรษฐีอะไร เป็นนักธุรกิจที่ต้องทำงานทุกวันเหมือนคนอื่นๆ”
“คุณน่ารักมากเลยนะคะ ช่างถ่อมตน ว่าทำไมถึงได้เอาชนะใจเพื่อนของฉันได้...อุ๊ย! ตายละ ถึงเวลาฉันต้องไปสอนแล้วล่ะค่ะ ถ้ายังไงเชิญเข้าไปในห้องพักก่อนก็ได้นะคะ ตอนนี้ครูคนอื่นออกไปสอนกันหมดแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะคะคุรวิคเตอร์...อิงจ๋า จิ๊บไปสอนก่อนนะเดี๋ยวค่อยกลับมาเม้าท์กัน”
จิตราพูดก่อนกระวีกระวาดหอบหิ้วกระเป๋าและหนังสือเดินออกไปปล่อยให้อิงธารยืนทำหน้าม้านอยู่กับคนตัวใหญ่ที่มองหล่อนเหมือนเห็นขนมหวาน ไม่น่าเชื่อว่าทั้งที่เขากำลังโกรธแค้นพี่สาวของหล่อนถึงขนาดนี้แต่กลับไม่อาจละสายตาไปจากใบหน้าสวยจัดของอิงธารได้ หล่อนมีอะไรบางอย่างดึงดูดสายตาคมกริบสีสนิมเหล็กเข้มคู่นั้น หรืออาจเป็นเพราะเขายังนึกถึงรอยปากของหล่อนที่เขาจาบจ้วงเมื่อครู่นี้ และยิ่งหล่อนแสดงออกซึ่งการต่อต้านมันก็ยิ่งท้าทายเขามากยิ่งขึ้น ปื้นคิ้วหนาบนหน้าคมคร้ามเลิกสูง
“คุณครูจะไม่เชิญผมเข้าไปนั่งในห้องพักสักหน่อยหรอกหรือครับ”
“อย่าคิดนะคะว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่า ที่ฉันยอมคุณเพราะไม่มีทางเลือก”
“ผมให้คุณเลือกแล้วนะเอ็มมี่”
“ฉันไม่ได้ชื่อนี้”
“ผมอยากเรียก”
“คนหน้าด้าน”
พูดจบก็สะบัดหน้าใส่แล้วเดินฉับ ๆ เข้าไปในห้องพักที่ตอนนี้เงียบเชียบเพราะคนอื่นมีภาระสอนกันหมด ร่างบอบบางนั่งลงบนเก้าอี้ที่โต๊ะของหล่อนและพยายามสงบจิตสงบใจไม่ให้สวนกลับวิคเตอร์เสียงดังเพราะกลัวว่าจะมีใครเข้ามาได้ยิน
“ผมจะรอจนกว่าคุณเลิกงาน”
เสียงของชายหนุ่มดังทุ้มต่ำขณะนั่งลงบนเก้าอี้ตัวตรงข้ามแต่อารมณ์ของอิงธารกลับทะยานขึ้นสูง
“ว่าอะไรนะคะ! นี่คุณจะนั่งรอฉันจนเลิกงานอย่างนั้นหรือคะ”
“ผมว่าผมก็ไม่ได้พูดเบา ๆ นะ ที่จริงคุณไม่น่าต้องถามกลับมาอีก”
เขาพูดพลางเบ้ปากและเกาเล็บตัวเองเหมือนไม่แยแสต่ออารมณ์ของอีกฝ่ายที่กำลังเดือดปุด อิงธารกำมือแน่น หล่อนอยากหยิบอะไรสักอย่างบนโต๊ะทำงานเขวี้ยงใส่หน้าหล่อ ๆ ของวิคเตอร์ให้ได้แผล แต่ก็ต้องเก็บจินตนาการของตัวเองไว้อย่างอดทน
“วิคเตอร์ คุณมัน...”
“ผมทำไม...อย่าลืมนะว่าตอนนี้ผมอยากจะทำหรือสั่งอะไรคุณก็ได้ อย่าคิดขัดใจ ไอ้เรื่องหนีผมว่าคงไม่มีออยู่ในหัวคุณหรอกในเมื่อแม่ของคุณยังรออยู่ที่บ้านทั้งคน”
“อย่ามาขู่กันนะคะ...ฉันให้เวลาคุณอยู่ที่บ้านไม่นานหรอก”
“ผมก็ไม่ได้อยากจะอยู่นักหรอก คิดหรือว่าผมมีความสุขกับการต้องมาเสียเวลากับไอ้เรื่องบ้า ๆ แบบนี้ถ้าพี่สาวของคุณไม่ทำเรื่องเลว ๆ ไว้ให้ผมต้องเดือดร้อน!”
บทที่ 6
“จำไว้ด้วยว่าผมเป็นคนทำงานจริงจัง ตั้งแต่ทำธุรกิจผมไม่เคยโกงใครแม้แต่เหรียญเดียว เพราะฉะนั้นอย่าได้ริอาจมาทำในสิ่งที่ผมไม่ชอบ นั่นคือการโกหกปลิ้นปล้อน และผมก็จะไม่มีวันยอมปล่อยให้ไอ้คนที่มันโกงผมลอยนวลไปได้อย่างเด็ดขาด!”
สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังอีกครั้ง นัยน์ตาสีสนิมเหล็กข้นขุ่นจนทำให้อิงธารเสียววาบ ท่าทางเขายังโกรธแค้นมากและดุดท่าทีวิคเตอร์เป็นคนจริงจัง เขาคงไม่ได้มาที่นี่เพื่อคิดว่าแค่จะข่มขู่ หล่อนไม่รู้ว่าเขามีความคิดอะไรมากกว่านั้น
“คุณจะทำอะไรถ้าเจอพี่อร”
“บอกไว้เลยว่าผมจะไม่ส่งตัวพี่สาวของคุณให้ตำรวจ”
“หมายความว่ายังไง”
“มีสมองก็น่าจะคิดได้ว่าผลของการหลอกลวงคนอื่นโดยเฉพาะคนที่มีอิทธิพลมาก ๆ มันจะเป็นยังไง”
“คุณทำแบบนั้นไม่ได้นะ!”
“คุณคิดว่าผมจะทำอะไร”
“ถึงคุณจะมีอิทธิพลมาจากไหนแต่ถ้ามาฆ่าคนตายในเมืองไทยถึงเป็นนักธุรกิจพันล้านคุณก็หนีตำรวจไม่รอด”
“เรอะ...ฮ่าๆๆๆๆ”
“เป็นบ้าไปแล้วเหรอวิคเตอร์ คุณหัวเราะทำไม”
“ผมหัวเราะที่คุณยังจะมีหน้าเอาตำรวจมาขู่ผมนี่ไง จะบอกให้นะว่าฆ่าคนตายโดยเฉพาะไอ้คนที่มันไม่น่าไว้ชีวิตให้รกโลกรกสังคมเพราะความเลวของมันน่ะเป็นโทษสถานหนักที่สมควรยิ่งกว่าสมควร”
