บทที่ 6 ราคีหนี้สวาท บทที่ 6

“ฉันจะไปแจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้”

“ทั้งที่ผมยังไม่เจอเอ็มม่าอย่างนั้นเหรอ...เลือกเอาก็แล้วกัน”

วิคเตอร์ลุกขึ้นขวางอิงธารซึ่งกำลังจะออกจากโต๊ะทำงานของหล่อนด้วยความรุ่มร้อนใจ หญิงสาวชะงักขณะเม้มปากแน่นอย่างอัดอั้น หล่อนมองเห็นความเคียดแค้นปะทุขึ้นในดวงตาวาววับของเขา วิคเตอร์เหยียดปาก

“บางทีการที่ผมกักตัวเอ็มม่าไว้ถ้าเจอเธอเมื่อไหร่มันก็ดีกว่านี่ไม่ใช่หรือ...หรือว่าคุณอยากให้ผมส่งตัวพี่สาวของคุณให้ตำรวจจัดการกันล่ะ นั่นยิ่งแย่กว่าเพราะผมจะเอาเรื่องเอ็มม่าให้ถึงที่สุด ให้ติดคุกแบบไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดเลยทีเดียวล่ะ”

“พอเถอะค่ะ!” อิงธารน้ำตาร่วง “ฉันจะไม่ต่อรองอะไรกับคุณอีก แต่กรุณา...อย่าทำร้ายครอบครัวของฉัน”

ร่างสูงไหวไหล่ เขาไม่พูดอะไรอีกนอกจากหลีกทางให้หญิงสาวเดินออกไปจากห้องนั้นเพื่อทำหน้าที่ของหล่อนตามปกติทั้งที่ตอนนี้สำหรับอิงธารทุกอย่างไม่มีอะไรที่จะกลับไปเป็นปกติเหมือนเก่าอีกต่อไปแล้ว กระทั่งเลิกงาน เมื่ออิงธารกลับมายังห้องพักก็ต้องพบความประหลาดใจที่เห็นวิคเตอร์ยังนั่งอยู่ที่นั่น แต่เขาไม่ได้นั่งคนเดียว มีเพื่อนร่วมงานของหล่อนหลายคนนั่งล้อมเขาและต่างพูดคุยกันอย่างออกรสออกชาติเหมือนสนุกสนาน ท่าทางวิคเตอร์เหมือนคนมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีมากทั้งที่สำหรับหล่อนแล้วเขาคือซาตานร้ายในคราบเทพบุตร และเมื่อจิตราเห็นหล่อนกลับมาก็รีบลุกขึ้นแล้วพูดทั้งยิ้มกว้างว่า

“ฮั่นแน่...ว่าที่เจ้าสาวของเรามาละ ดูสิคะ อิงเขินจนหน้าแดงเลยอ่ะ”

จิตราเข้ามาดึงแขนเพื่อนให้เข้าไปร่วมวงสนทนา อิงธารเห็นว่าวิคเตอร์นั่งอยู่กับเพื่อนครูหญิงชายอีกสองสามคนซึ่งต่างอยู่ในวัยใกล้เกษียณ หนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้นว่า

“แหม...หนูอิงมีแฟนเป็นฝรั่งแถมจะจดทะเบียนสมรสกันไม่เห็นจะมีใครรู้เลย”

“อิง...เอ้อ...ไม่ได้คิดจะปกปิดหรอกนะคะ เพียงแต่ว่าอยากจะให้แน่ใจเท่านั้น”

“คงไม่ต้องดูกันนานแล้วล่ะ คุณวิคเตอร์เขาเป็นคนน่ารักมากเลยนะ เขาพูดไทยได้เกือบชัด แถมยังหัดใช้เสียงวรรณยุกต์ให้เหมือนพวกเรา น่ารักจริงๆ”

น่ากลัวล่ะไม่ว่า...อิงธารนึกอย่างเจ็บใจ ยิ่งเห็นรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าคมคร้ามก็ยิ่งทำให้หล่อนนึกเกลียดเขามากยิ่งขึ้น ผู้ชายอะไรแสดงละครเก่งยิ่งกว่านักแสดงรางวัลออสการ์ ถ้ามีรางวัลให้หล่อนนี่ล่ะจะเป็นคนขว้างใส่เขาให้หน้าหงาย แล้วหญิงสาวก็จำต้องนั่งร่วมวงสนทนา ปั้นหน้าราวกับว่าหล่อนกับวิคเตอร์เป็นคู่รักกันจริงจัง แต่นี่มันแค่เริ่มต้นเพราะปัญหาใหญ่ที่ยังคอยอยู่ข้างหน้าคือการที่อิงธารต้องขบคิดว่าจะทำยังให้แม่ของหล่อนยอมรับการแต่งงานอย่างกะทันหันระหว่างหล่อนและเขาได้ในวันนี้

“บ้านของคุณอยู่ที่นี่หรือเอ็มมี่?”

วิคเตอร์เอ่ยถามเสียงเย็นลงขณะคนขับรถของเขาพารถเก๋งคันหรูเลี้ยวเข้าไปในรั้วบ้านไม้สองชั้นติดลำคลองเล็ก ๆ เขตชานเมืองกรุงตามที่อิงธารบอกเส้นทางมายังบ้านหลังนี้ และเมื่อคนขับจอดรถลงสนิทที่หน้าบ้านซึ่งโอบล้อมด้วยต้นไม้แปลกตา ไม้ดอกไม้ประดับสวยงามอิงธารจึงตอบว่า

“ใช่ค่ะ...นี่บ้านฉันเอง”

“อืม...มันก็ดูร่มรื่นดี สงบ ติดแม่น้ำซะด้วย ดูน่าสบายดีนะ”

“ถ้าคุณไปพักโรงแรมจะสบายมากกว่านี้นะคะ ที่ที่สบายอย่างโรงแรมห้าดาวมันเหมาะกับพวกมหาเศรษฐีอย่างคุณ”

“ผมชินแล้วกับบรรยากาศอย่างนั้น แต่บรรยากาศแบบนี้สิที่ผมยังไม่เคยลอง คืนนี้ผมคงหลับสบายแน่ ๆ”

“รับปากฉันก่อนสิคะวิคเตอร์”

“หืมม์?”7

ชายหนุ่มเลิกคิ้วกับคำพูดของหญิงสาว เขาก้มลงมองมือเรียวเล็กที่จับแขนของเขาไว้แน่น

“มีอะไรเอ็มมี่? จะให้ผมรับปากคุณเรื่องอะไร”

“อย่าบอกแม่ฉันเป็นอันขาดเรื่องของพี่อร อย่าบอกท่านว่าพี่อรทำอะไรไว้บ้างเพราะแม่ไม่ค่อยแข็งแรง ฉันกลัวว่าท่านจะรับไม่ได้ถ้าหากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่สาวของฉัน”

“แต่แม่ของคุณคงรับได้สินะถ้าเป็นเรื่องของเรา”

วิคเตอร์ถือโอกาสนั้นวาดวงแขนโอบไหล่บางของหญิงสาว อิงธารหน้าตื่นเมื่อแขนแกร่งตวัดโอบไหล่บางและดันตัวหล่อนจนชิดตัวเขาอีกครั้ง แววตาของวิคเตอร์ตอนนี้ทั้งน่ากลัวและคุกคามด้วยสายตา ที่มองหล่อนเหมือนขนมหวาน หญิงสาวเย็นวาบและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน ถึงเขาจะร้ายกาจแต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามหาเศรษฐีหนุ่มผู้นี้มีอะไรบางอย่างสะกดความรู้สึกของหญิงสาวแม้เพียงชั่วเสี้ยววินาทีหากก็ทำให้หล่อนเริ่มหวั่นไหวอย่างประหลาด

ไม่นะอิงธาร!

ให้เขาหล่อ ให้เขารวยแค่ไหนแต่หล่อนต้องเตือนสติตัวเองไว้ว่าลมหายใจของวิคเตอร์มีแต่ความเคียดแค้นและเอาคืนเท่านั้น หญิงสาวแค่นเกร็งปากเป็นรอยยิ้ม

“มะ...ไม่จะเป็นต้อง...กอดฉันแบบนี้ก็ได้ค่ะ แม่อาจจะรู้สึกแปลก ๆ ถ้าจู่ ๆ มีผู้ชายที่ท่านไม่รู้จัก...แสดงความรักกับลูกสาวของท่านแบบโจ่งแจ้ง”

“อีกหน่อยท่านจะชิน และแม้แต่คุณก็ต้องทำใจให้ชินถึงแม้ว่ามันจะเป็นแค่การแสดง แต่ผมว่าเราน่าจะลองซ้อมกันให้ชินมากกว่านี้ก่อนไปพบท่าน”

“ไม่ต้อง...”

ก็ได้...คำสุดท้ายหลุดหายไปในลำคอเพราะวิคเตอร์ปิดปากหล่อนด้วยปากร้อน ๆ ของเขาอีกครั้ง ลิ้นหนาจาบจ้วงสู่โพรงปากเล็กที่ปิดลงไม่ทัน เขาฉวยโอกาสจูบหล่อนเป็นหนที่สองแต่คราวนี้อิงธารกลับเกร็งตัวนิ่งในอ้อมแขนของชายหนุ่มที่เปลี่ยนจากโอบไหล่เป็นกอดรัดร่างบอบบางจนแน่น หล่อนตกใจจนทำอะไรไม่ถูกแต่ที่แย่ยิ่งกว่าคือร่างกายที่เริ่มอ่อนเปียกลงเหมือนขี้ผึ้งถูกไฟลน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป