บทที่ 3 แค่แฟน
“ตอนแรกก็คิดว่าเขามีปัญหาจริงๆ แต่ตอนหลังฉันว่ามันถี่ไปมันเหมือนคนร้อนเงินตลอดเวลาทำให้ฉันอดคิดมากไม่ได้เลย” คราแรกที่คบกันเธอก็เชื่อใจไว้ใจบุรินท์แต่พอมีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้องมันก็ทำให้เธอกังขาใจคิดว่ามันต้องมีอะไรสักอย่างเพียงแต่ไม่อยากรับรู้ตอนนี้
“คิดง่ายๆเลยนะบีบี๋”
“ยังไงล่ะแก”
“ก็ง่ายนิดเดียว แกก็จ้างนักสืบสิ”
“เอาไว้อีกสักพักก่อนนะแก”
“ตามใจแกละกัน งั้นเราก็ไปเที่ยวให้เต็มที่ก่อนกลับเมืองไทยก็แล้วกัน”
“แน่นอนย่ะ” บาลิกาสบายใจเมื่อได้คุยกับเพื่อนเหมือนเธอได้ระบายความอัดอั้นในใจออกไป
จากนั้นสองสาวก็พักผ่อนหนึ่งวันแล้ววันถัดมาก็พากันเที่ยวที่โรมไล่ไปตามเมืองต่างๆจนกระทั่งวันสุดท้ายจะจบทริปที่โรมแล้วจะบินไปเที่ยวต่อที่มิลานก่อนจะกลับเมืองไทย
“เชื่อแกเลยนะบีบี๋ จนป่านนี้แฟนแกก็ยังไม่รู้ว่าแกเรียนจบและกำลังจะกลับเมืองไทย”
“ช่างเขาเถอะ แต่ขอให้ฉันได้เงินที่เขายืมไปเอามาคืนให้หมดก่อนแล้วค่อยว่ากัน” แม้บุรินทร์จะโทรมาหาเธอก็เอาแต่คุยเรื่องเรียนของเขาที่มีปัญหาต้องใช้เงินจ้างอาจารย์มาสอนตัวต่อตัวไม่งั้นเขาก็เรียนไม่จบและเธอก็ปฏิเสธไปว่าไม่มีเงินให้เขายืมแล้ว
“จะได้คืนเหรอแก จนป่านนี้แล้วยังกล้ามายืมแกเพิ่มอีกหน้าด้านเกินไปแล้วนะแกและถ้าไม่รู้ว่าเขาเป็นทายาทพันล้านหมื่นล้านฉันคิดว่าเขาหลอกแกเลยนะบีบี๋"
“ฉันก็แอบคิดเหมือนกันนะแก"
“งั้นมีทางเดียวเท่านั้นที่แกจะได้เงินคืน ”
“ทำยังไง” ที่จริงเงินแค่นี้ไม่ได้เยอะสำหรับบุรินทร์ที่เป็นทายาทหมื่นล้านและเธอเริ่มแปลกใจตั้งแต่เขามายืมครั้งที่สามสี่ห้าแล้วแต่ก็ยังให้เขายืม
“เราก็ไปทวงถึงที่ไงล่ะ ยังไงเขาก็หนีไปไหนไม่ได้และเราต้องไปโดยไม่ให้เขารู้ตัว” ศลิษาบอกเพื่อนหากจะจับผิดแฟนหนุ่มก็ต้องทำแบบนี้
“แต่เราจะไปเที่ยวมิลานกันต่อนะ”
“ก็เปลี่ยนแผนไปอังกฤษก็ได้ฉันไม่มีปัญหา”
“เอางั้นเหรอแก”
“เอางั้นสิ แกจะได้รู้ความจริงว่าเขาเอาเงินไปทำอะไรไง”
“”จะดีเหรอแก..”
“ดีสิ ดีมากเลยแหละ งันแกลองโทรไปหาเขาสิแล้วบอกว่าแกจะไปหาดูว่าเขาจะทำยังไง” ศลิษาบอกเพื่อนแล้วพยักหน้าให้ลองโทรหาแฟนหนุ่ม
บาลิกาก็ลองทำตามที่เพื่อนแนะนำเพราะเธอก็อยากรู้แต่ไม่มีความกล้าพอที่จะไปดูให้เห็นกับตาว่าบุรินทร์เป็นอะไรทำไมถึงร้อนเงินบ่อยๆและยืมไปก็ไม่คืนยังกลับมาขอยืมเพิ่งแล้วเธอก็บ้าให้เขาไปอีกรวมๆแล้วกว่าสี่ล้าน
“ตู้ดดๆๆ..” บาลิกาโทรหาแฟนหนุ่มแล้วถือสายรอไม่นาน
“ครับบีบี๋ ผมขอโทษด้วยนะที่ไม่ได้รับสายพอดีผมคุยกับอาจารย์อยู่ บีบี๋มีอะไรหรือเปล่าครับ” บุรินทร์ยกมือแตะปากบอกให้เอวาเงียบ
“คือว่าบีจะไปหาฟลุคที่อังกฤษค่ะ”
“เมื่อไหร่ครับ เอ้ะ ไหนว่าบีบี๋จะไปเที่ยวกับเพื่อนก่อนจะกลับเมืองไทยไงครับ” บุรินทร์เพิ่งนึกออกว่าแฟนสาวบอกไว้ว่าจะกลับเมืองไทยและยังชวนเขาไปเที่ยวด้วยแต่เขาไม่ไป
“ก็เที่ยวที่โรมก่อนแล้วจะไปหาฟลุคที่อังกฤษค่ะ”
“ฟลุคบอกบีบี๋แล้วไงว่าช่วงนี้ฟลุคเรียนหนักไม่มีเวลาว่างเลย เอาไว้เจอกันที่เมืองไทยนะครับ”
“ก็ได้ค่ะ งั้นบีไม่กวนฟลุคแล้ว แค่นี้นะคะ”
“ขอบคุณครับบีบี๋ที่เข้าใจฟลุค รักบีบี๋นะครับ” บุรินทร์คุยกับแฟนสาวเสร็จแล้วก็วางสาย
บาลิกาวางสายจากแฟนหนุ่มแล้วมองสบตาเพื่อนที่ได้ยินบุรินทร์พูดและเขาก็ชิงวางสายไปก่อนอย่างรีบร้อนก็ยิ่งทำให้ศลิษาสงสัยเพราะคนเป็นแฟนกันก็ต้องเป็นห่วงเป็นใยถามสารทุกข์สกดิบกันไม่ใช่รีบพูดแล้ววางสายแบบนี้
“มันน่าสงสัยมั้ยล่ะแก คนเป็นแฟนกันจะไปหากันได้เจอกันก็ต้องดีใจสิจริงมั้ยแก”
“อือ..”
“ตกลงเอายังไงล่ะ ฉันแล้วแต่แกนะบีบี๋”
“ก็ได้ งั้นเราไปลอนดอนกัน” บาลิกาตัดสินใจไม่ไปมิลานแต่ไปลอนดอนแทน
“โอเคแก งั้นเราเปลี่ยนตั๋วจองโรงแรมกันเถอะ”
“ฉันออกค่าตั๋วกับโรงแรมเองนะอาม”
“ไม่เป็นไรแก แค่นี้เองฉันไถเสี่ยใหญ่มาเยอะ คิกกๆๆ..”
“ไม่ได้นะอาม ที่เราเปลี่ยนแผนไปลอนดอนก็เพราะเรื่องของฉันถ้าไม่ให้ฉันจ่ายงั้นไม่ไป” เงินแค่นี้เธอจ่ายให้เพื่อนได้ดีกว่าจ่ายให้ผู้ชาย
“ก็ได้จ้ะแม่สาวสายเปย์..”
“เปย์เพื่อนดีกว่าเปย์ผู้ชายนะแก เฮ้อ ไม่น่าโง่เลย..” บาลิกาว่าตัวเองที่หลงคารมแฟนหนุ่มให้ยืมเงินกว่าจะรู้สึกตัวเกือบสี่ล้าน
“แกไม่ได้โง่หรอกบีบี๋ แกแค่ใจดีและอยากช่วยเขาเท่านั้นแหละ”
“จริงเหรอ”
“จริงสิ แกมันใจดีเกินไปเขาเลยได้ใจน่ะสิ มาเร็วหาตั๋วไปลอนดอนกันดีกว่า”
“แกหาตั๋วเครื่องบิน ฉันจะหาโรงแรมเอง”
สองสาวแบ่งกันหาตั๋วเครื่องบินและจองโรงแรมอย่างกระทันหันและแน่นอนว่าราคาจะสูงกว่าปกติแต่พวกเธอจ่ายได้อยู่แล้ว เมื่อได้ตั๋วกับโรงแรมก็อาบน้ำแต่งตัวไปรับประทานอาหารเย็น
ส่วนบุรินทร์เมื่อวางสายจากแฟนสาวก็ถอนหายใจและที่เขาหลีกเลี่ยงไม่อยากเจอบาลิกานั้นก็เพราะไม่มีเงินไปคืนเธอและตอนนี้เขาไม่ได้ติดเงินแค่แฟนสาวคนเดียว เขายังติดเงินเพื่อนๆอีกหลายล้านแม้แต่เอวาก็ยังให้เขายืม
“เป็นอะไรคะฟลุค” เอวาเห็นแฟนหนุ่มหน้าเครียดก็ถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่มีอะไร”
“งั้นเราไปคลายเครียดกันดีมั้ยคะ”
“ผมไม่มีเงินแล้วเอวา”
“เอวาเป็นเจ้ามือเองค่ะ ไปนะคะฟลุค” เอวาออดอ้อนไฮโซหนุ่มแม้ครอบครัวของเธอจะไม่รวยเท่าครอบครัวของบุรินทร์และเพื่อปูทางเข้าสังคมไฮโซเธอยอมเสียเงินให้เขาไปเล่นพนันฟุตบอล
“เอาไว้พรุ่งนี้ละกันเอวา คืนนี้ผมไม่อยากออกไปไหนแล้ว”
“ก็ได้ค่ะ เอวารักฟลุคนะคะ จุ๊บ..”
“ผมก็รักเอวาครับ จุ๊บ..” กับเอวาเขาต้องการแค่เซ็กส์ ส่วนบาลิกาเขารักเธอและจริงจังถึงขั้นแต่งงานสร้างครอบครัวแต่หญิงสาวให้เขาไม่ได้จึงต้องหาผู้หญิงคนอื่นและเอวาก๋เสนอตัวให้เขาพร้อมกับเงินแม้ไม่มากแต่ก็พอแก้ขัดให้เขาได้
ฝ่ายบาลิกากับศลิษาหลังจากรับประทานอาหารเย็นอิ่มแล้วสองสาวก็ไปเดินเล่นหน้าโรงแรมที่มีร้านอาหาร คาเฟ่และบาร์เล็กๆทั้งสองฝั่งถนน
“นั่งดื่มสักแก้วมั้ยแก”
“ก็ดีเหมือนกัน แกดูสิวิวดีสุดๆ คิกๆๆ..” ศลิษามองหนุ่มๆหลากหลายเชื้อชาติที่เดินขวักไขว่และนั่งดื่มกินตาพราว
“แกมันดีแต่ปากจริงๆ ถ้าจะส่องหนุ่มแล้วหนีมาทำไมซะไกลถึงโรมล่ะยะ”
“หนึ่งเรายังเด็ก ยังสาวยังสวยยังใช้ชีวิตสาวโสดไม่คุ้มเลยแล้วจะรีบมีผัวไปทำไมล่ะ จริงมั้ย”
“ก็จริงของแก ฉันยังไม่ทันได้ทำงานเลย เอาไว้สักสามสิบปีค่อยคิดเรื่องแต่งงาน” บาลิกาก็ยังไม่คิดเรื่องแต่งงานเธออยากทำตามความฝันให้สำเร็จก่อนและถ้าไม่มีแฟนมีครอบครัวก็ไม่เป็นไรและถ้ามีแฟนอย่างบุรินทร์เธอขอเลือกไม่มีจะดีกว่าและตอนนี้เขาไม่ได้ทำผิดอะไรเธอจึงไม่มีข้ออ้างขอเลิกกับเขา
“ใช่ๆ ฉันก็คิดเหมือนแกนั่นปหละ ดีนะที่เสี่ยใหญ่ไม่คล้อยตามคุณนายสมศรี ไม่งั้นฉันมีผัวตั้งแต่อายุยังน้อยแล้วล่ะ” เธอไม่ได้แอนตี้เรื่องการแต่งงาน เธออยากใช้ชีวิตให้เต็มที่ก่อนที่จะใครสักคนเข้ามาในชีวิต
สองสาวนั่งคุยกันและดื่มไวน์ไปคนละสองแก้วก็มีหนุ่มฝรั่งมาทักทายขอเลี้ยงเครื่องดื่มเพื่อสานสัมพันธ์และพวกเธอก็ปฏิเสธและบางคนก็ยิ้มให้แล้วพวกเธอก็ยิ้มตามมารยาทเพราะพวกเธอแค่หว่านเสน่ห์เล่นๆเท่านั้นเองจนกระทั่งห้าทุ่มก็พากันกลับไปพักผ่อน
“รอด้วยค่ะ” ศลิษาบอกคนกดลิฟต์ให้รอเธอกับบาลิกา
“เชิญครับคุณผู้หญิง” พนักงานในลิฟต์ก็กดลิฟต์เปิดรอลูกค้าของโรงแรม
“ขอบคุณค่ะ” บาลิกาเดินเขาไปในลิฟต์พร้อมกับเพื่อนก็เห็นสองหนุ่มสาวกอดกันอยู่ในลิฟต์และฝ่ายหญิงก็ซบหน้ากับอกของ่ายชายจึงไม่เห็นหน้าและเธอแต่รู้ว่าฝ่ายชายหล่อมากจนเผลอสบตาเขาด้วยความลืมตัว
“บีบี๋ บีบี๋..”
“เอ่อ ว่าไงอาม” บาลิกาหันหลังให้หนุ่มหล่อทันทีที่ได้สติ
“ไม่มีอะไร” เธอแชอยากบอกเพื่อนว่ามองแฟนชาวบ้านนานเกินไปแล้ว
บาลิกาหน้าแดงเขินเพื่อนที่แซวเธอด้วยสายตาและไม่กล้าหันไปมองข้างหลังจึงมองไปที่ประตูลิฟต์แทนแต่กลายเป็นว่าเธอสบตากับเขาในกระจกอีกจึงหันไปมองแผงวงจรปุ่มกดตัวเลขเงียบๆ
“พี่วายุขา น้องดายืนไม่ไหวค่ะ” เสียงหวานแหลมออดอ้อนแฟนหนุ่มที่ประคองเธออยู่เพื่อให้ผู้หญิงในลิฟต์รู้ว่าเธอกับวายุวรรษเป็นแฟนกัน
“พี่ไม่ให้น้องดาล้มหรอกครับ” เสียงห้าวทุ้มพูดกับแฟนสาวอย่างอ่อนโยนแต่สายตาจับจ้องร่างเล็กอวบอิ่มตรงหน้าแม้จะเห็นแค่ด้านหลังแต่เขาก็เห็นหน้าเธอแล้วว่าสวยน่ารักและยังมองเขาด้วยสายตาชื่นชมและตื่นตระหนกเมื่อเพื่อนเธอเรียก
“เพื่อนน้องดายังไม่กลับเลย น้องดาขอไปนั่งรอที่ห้องพี่วายุก่อนนะคะ” ไฮโซสาวไม่พูดเปล่ามือไม้ก็ลูบไล้ลำตัวของแฟนหนุ่มเพราะคิดว่าผู้หญิงที่เข้ามาในลิฟต์เป็นชาวต่างชาติเพราะหวกนั้นพูดภาษาอังกฤษกัน เธอจึงพูดภาษาไทยกับแฟนหนุ่ม
“ได้ครับ เอ่อ น้องดาเราอยู่ในลิฟต์ครับ” วายุวรรษจับมือแฟนสาวที่กำลังจะล้วงเข้าไปในเสื้อของเขาไว้ก่อนเพราะมีบุคคลที่สามสี่ห้าอยู่ในลิฟต์ด้วย
“พี่วายุอ่ะ..” ไฮโซสาวงอนแฟนหนุ่มที่ขัดใจเธอ
“ติ้งๆ..” เสียงลิฟต์เปิดออกแล้วทั้งสี่ก็ลงจากลิฟต์เพราะพักชั้นเดียวกัน
บาลิกาจับมือเพื่อนลากออกจากลิฟต์ไปห้องพักเพื่อหนีสายตาของหนุ่มหล่อแต่ก็ยังได้ยินเสียงผู้หญิงของเขาที่ชื่อน้องดาตามมาหลอกหลอนและพอเธอถึงห้องพักพวกเขาก็หยดหน้าห้องฝั่งตรงข้ามจึงหันไปมองก็เห็นทั้งสองจูบกันจึงแบะปากใส่และทันเห็นสายตาคมปราบของหนุ่มหล่อตวัดใส่เธอจึงถลึงตาใส่เขาแล้วด่าเขาเบาๆ
“เปิดประตูสิบีบี๋” ศลิษายังคุยกับเพื่อนเป็นภาษาอังกฤษเพราะไม่อยากให้สองหนุ่มสาวอายหากรู้ว่าเธอกับบาลิกาฟังที่พวกเขาพูดรู้เรื่อง
บาลิกาได้ยินเพื่อนบอกก็ล้วงคีย์การ์ดออกมาเปิดประตูอย่างเงอะงะแล้วเดินเข้าไปในห้องก่อนศลิษาที่เดินตามหลังเพื่อนแล้วปิดประตูห้องทันที
“ฟู่ๆ..” สองสาวเป่าลมออกจากปากพร้อมกันด้วยความโล่งใจเมื่อหลุดพ้นจากสองหนุ่มสาว
“ตาจะเป็นกุ้งยิงมั้ยอ่ะแก ยี้ คนอะไรหน้าไม่อายจริงๆจะทนให้ถึงห้องพักหน่อยก็ไม่ได้” บาลิกาพูดแล้วแบะปากใส่ประตูห้องราวกับสองหนุ่มสาวจูบกันโชว์เธอกับศลิษา
“นี่บีบี๋ สองคนนั่นเขาเป็นแฟนกันย่ะ จะกอดจะจูบมันก็เป็นเรื่องปกติของเขาเพราะมีภาพพวกเขาจูบกันหลุดออกมาหลายครั้งแล้ว” ศลิษาบอกเพื่อนเพราะเห็นข่าวของไฮโซทั้งสองที่คบหากันมาเป็นปีและมีข่าวแว่วๆว่าจะแต่งงานกันเร็วๆนี้
“เธอรู้จักพวกเขาเหรออาม” เธอพอรู้จักไฮโซหรือคนดังเมืองไทยบ้างแต่ไม่ได้สนใจเพราะเรียนต่างประเทศมาหลายปี
“รู้จักสิยะ ผู้ชายคือคุณวายุวรรษ หัตถยาภักดี มีเชื้อมีสายเพราะปู่ก็เป็นหม่อมราชวงค์สายเลือดผู้ดีเก่าแก่มีชาติมีสกุลบวกกับตาเป็นนักธุรกิจชื่อดัง ส่วนฝ่ายหญิงไฮโซน้องดาก็เป็นลูกหลานผู้ดีเก่าเหมือนกันครอบครัวเล่นการเมืองมาตั้งแต่รุ่นปู่ทวดและตอนนี้ตาเป็นสว.และพ่อเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไงล่ะเหมาะสมกันมั้ย” ศลิษาตอบเพื่อนที่ไม่ได้กลับเมืองไทยบ่อยและเป็นคนไม่สนใจข่าวสังคมพวกไฮโซไฮซ้ออวดร่ำอวดรวยกันและไม่ออกงานสังคมเหมือนพี่สาวที่เป็นสาวสังคมเพราะหน้าที่การงาน
“เอาอะไรมาวัดความเหมาะสมเหรออาม ทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกันหากคำนึงถึงแต่ความเหมาะสมแล้วจะหาความสุขได้เหรอ”
“นั่นสิแก แต่ช่างเถอะเขาไม่อายเราก็ไม่อายสิ ไปๆอาบน้ำนอนดีกว่า” ศลิษาพูดกับเพื่อแล้วเดินเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำแล้วพักผ่อนแล้วพรุ่งนี้ก็บินไปลอนดอนต่อ
ส่วนวายุวรรษเมื่อพาแฟนสาวเข้าไปในห้องก็พาไปนั่งที่โซฟาเพราะหมดอารมณ์จากสายตาของผู้หญิงคนนั้นที่มองเขาอย่างสมเพชหมิ่นแคลนกับการกระทำประเจิดประเจ้อ
“พี่วายุขา..” ศศินัดดาเรียกแฟนหนุ่มที่จู่ๆก็หยุดไป
“น้องดาไปอาบน้ำก่อนดีมั้ยครับ”
“แต่ว่า..”
“วันนี้พี่เหนื่อยจริงๆครับ” ชายหนุ่มจูบแก้มอิ่มเบาๆแล้วลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องพักของแฟนสาว
“พี่วายุคะ..” ศศินัดดามองตามหลังแฟนหนุ่มด้วยความหงุดหงิดเมื่อเขาปฏิเสธเธอ “อ้าย บ้าๆๆ พี่วายุบ้า กรี๊ดดดๆๆ..” หมอนอิงใบเล็กปลิวไปกองบนพื้นตามอารมณ์ของไฮโซสาวที่ถูกตามใจมาตั้งแต่เด็กและเอาแต่ใจจนเคยตัว แต่ยกเว้นต่อหน้าคนอื่นที่ทำตัวเป็นกุลสตรีเรียบร้อย
วันถัดมา
บาลิกากับศลิษาก็บินไปลอนดอนเพื่อดูว่าแฟนของบาลิกาเป็นอะไรกันแน่หรือว่าเขามีปัญหาอะไรถึงได้ใช้เงินเยอะและยังยืมของแฟนสาวทั้งที่ตัวเองก็เกิดมาในตระกูลร่ำรวยพันล้าน
“เราแค่มาเที่ยวอย่างเดียวดีมั้ยอาม” เอาเข้าจริงๆเธอก็ไม่อยากรู้ขอแค่เขาเอาเงินมาคืนก็พอ
“ทำไม หรือแกกลัวจะรับความจริงไม่ได้งั้นเหรอบีบี๋”
“ไม่ได้กลัว แต่บางอย่างเราไม่รู้มันจะดีกว่ามั้ยอาม” บางครั้งคนเราก็มีมุมส่วนตัวไม่อยากให้ใครรู้และเธอเองก็มีเหมือนกันและที่ไม่ถามบุรินทร์ก็เพราะให้เกียรติเขาและให้เขามีความเป็นส่วนตัว
“ฉันเข้าใจแกนะบีบี๋ แต่ถ้าเราไม่รู้แล้วคนอื่นเขารู้กันหมดเราก็จะกลายเป็นคนโง่ในสายตาคนอื่นนะ”
“ฉันรู้ว่าแกเป็นห่วง แต่เอาเถอะไหนๆก็มาแล้วไปดูสักหน่อยก็ได้” บาลิกาตัดสินใจไปดูแฟนหนุ่มที่บ้านของเขาและเธอเคยไปแค่สองครั้งตอนคบกันใหม่ๆ
“หรือว่าฉันยุ่งเรื่องส่วนตัวของแกมากไปหรือเปล่าบีบี๋” ศลิษาพูดน้ำเสียงอ่อยๆมองเพื่อนด้วยความรู้สึกผิดที่ยุยงให้แอบมาดูแฟนหนุ่ม
“ไม่เลยอาม ฉันรู้ว่าแกห่วงฉันหากไม่มีอะไรฉันก็เบาใจแต่ถ้ามีฉันก็พร้อมจะยอมรับความจริง” มาถึงขั้นนี้แล้วไม่พร้อมก็ต้องพร้อมและภาวนาว่าเขาอย่าโกหกเธอเลย
“ดีมากแก คนสมัยนี้รู้แต่หน้า แต่ไม่รู้ใจเราต้องดูแลตัวเองให้ดีก่อนจริงมั้ย”
“จ้าแม่แก่..”
จากนั้นสองสาวก็นั่งรถแท็กซี่ไปบ้านของไฮโซหนุ่มหล่อที่เพียบพร้อมทุกอย่างขนาดมาเรียนต่อพ่อแม่ยังซื้อบ้านให้อยู่แน่นอนว่าต้องรวยไม่งั้นคงชื้อบ้านที่นี่ไม่ได้
“ที่นี่เหรอบีบี๋”
“น่าจะใช่นะ ฉันเคยมาแค่สองครั้งเอง”
“อ้าว แล้วที่แกมาหาเขาล่ะพักที่ไหน อย่าบอกนะว่าแกพักโรงแรม”
“ใช่ ก็เป็นแค่แฟนทำไมต้องไปพักบ้านเขาด้วยล่ะ”
“แล้วแกกับเขาจึ้กๆกันยังอ่ะ”ศลิษาถามเพื่อแล้วยิ้มทะเล้น
“จะบ้าหรือไง ใครจะไปทำแบบนั้นล่ะ”
“กอดล่ะ..”
“ก็มีกอดทักทายกันบ้าง..” ตอนเจอกันก็กอดทักทายกันเท่านั้น
“จูบล่ะ..”
