บทที่ 5 คุ้นตา
"จริงด้วยค่ะน้องบีบี๋ พี่ได้ยินเพื่อนที่ทำงานกับแบรนด์คุณไก่ว่าไฮโซน้องดายังเลือกแบบไม่ได้เลยค่ะ"
"งั้นรอให้เขาติดต่อมาก่อนดีมั้ยคะ และงานแต่งงานของพี่ไบรท์วันนี้เจ้าสาวต้องสวยที่สุดค่ะ" บาลิกามองพี่สาวใส่ชุดเจ้าสาวฝีมือเธอแล้วยิ้มอย่างพอใจ
"ขอบใจมากนะบีบี๋ หลังเสร็จงานก็เรียกเก็ยเงินค่าชุดจากป๊ากับมี้ละกันนะจ้ะ" เจ้าสาวคนงามขอบใจน้องสาวที่ออกแบบตัดเย็บชุดแต่งงานให้เธอ
“ได้เลยค่ะพี่ไบรท์ งั้นบีขอไปดูป๊ากับมี้ก่อนว่าแต่งตัวเสร็จหรือยัง” เธอออกแบบชุดของพ่อแม่ปู่ย่าตายายเจ้าสาวเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวทุกคนไว้ตั้งแต่พี่สาวจะแต่งงานหลายเดือนและทุกคนก็เห็นพร้อมกันตั้งแต่งานเช้าและงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสที่จะมีขึ้นในอีกหนึ่งชั่วโมงที่จะถึงนี้
“ไปเถอะจ้ะ” อรนลินยิ้มให้น้องสาวคนเดียวอย่างเอ็นดูแม้ตอนโตจะไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันแต่เธอกับน้องสาวก็รักใคร่กลมเกลียวสนิทสนมกันมาก
“คุณน้องไบรท์ขา เจ้ว่าจับคุณลูกบีบี๋มาเป็นนางเอกเถอะค่ะ หน้าตาแบบนี้หุ่นแบบนี้เป้ะเวอร์วังมากเลยค่า” เมคอัพอาร์ติสคนดังมองเห็นแววของน้องสาวของเจ้านายเหมาะจะเป็นนางเอกละครหรือพรีเซ็นเตอร์
“บีบี๋ไม่สนใจเลยค่ะ น้องบอกอยากอยู่เบื้องหลังมากกว่าค่ะ” เธอเคยคุยกับน้องสาวเรื่องนี้แล้วบาลิกาไม่สนใจและบอกว่าอยากเป็นดีไซน์เนอร์หรือไม่ก็อยู่เบื้องหลังกล้อง
“น่าเสียดายนะคะ” เธอไม่ได้เป็นแค่เมคอัพอาร์ติสแต่ยังเปิดบริษัทจัดหาดารานักแสดงและนางแบบนายแบบมีน้องสาวเป็นคนดูแลบริหาร
“เอาน่าเจ้ ไบรท์ว่ายังมีคนที่สวยกว่าบีบี๋อีกมากค่ะ” เธอเชื่อสายตาของเจ้พิตต้าที่มองออกว่าใครมีแววจะเป็นดารานายแบบนายแบบ
"สองพี่น้องนี่จริงๆเล้ย ไม่ใช้ความสวยเซ็กซี่ให้เป็นประโยชน์เลยเนาะพวกแก เฮ้อ เสียดา เสียดายจริงๆ.." เจ้พิตต้าค้อนเจ้นายสาวที่ไม่ยอมเป็นนดาราทั้งที่สวยเซ็กซี่ขยี้ใจขนาดนี้ เป็นเธอจะทำให้ผู้ชายทั้งประเทศมองน้ำลายยืดเลยทีเดียว
อรนลินยิ้มขำเจ้พิตต้าแมวมองคนดังจากนั้นทีมงานเมคอัพชื่อดังก็แต่งหน้าทำผมให้เพื่อนเจ้าสาวและเจ้าบ่าวกับเพื่อนเจ้าบ่าวอยู่ห้องข้างๆเพราะใกล้เวลางานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสในเวลาสิบแปดนาฬิกาและตอนนี้ที่ห้องจัดงานก็คราคร่ำไปด้วยแขกที่ได้รับเชิญมาร่วมงานกันมากมายและมีดารานักแสดงนางแบบนายแบบในสังกัดช่องทีวีและดารานักแสดงอิสระที่เคยร่วมงานก็มาแสดงความยินดีกับคู่ข่าวสาวและที่ขาดไม่ได้ก็คือนักข่าวที่อยู่หน้าห้องจัดเลี้ยงคอยถ่ายรูปแขกทุกท่านและทำข่าวไปด้วย
“บีบี๋มาหาย่าก่อนลูก” คุณหญิงวันทราเรียกหลานสาวคนสวยที่มาช่วยพ่อแม่ต้อนรับแขก
“คุณย่าจะรับอะไรเพิ่มคะ”
“พอแล้วลูก ย่าจะแนะนำให้บีบี๋ให้รู้จักกับคุณหญิงมนมาสกับคุณชายดุลย์เพื่อนของปู่น่ะลูก นี่บีบี๋หลานสาวของฉันค่ะคุณชาย คุณหญิงไหม”
“สวัสดีค่ะท่าน”
“สวัสดีจ้ะหนูบีบี๋ ได้เจอกันสักทีนะ ย่าได้ยินย่าวันของหนูบีบี๋พูดถึงมานานแล้วว่ามีหลานสาวสวยน่ารักแกคนหนึ่ง” คุณหญิงมนมาสชมหลานสาวของเพื่อนสามีอย่างเอ็นดู
“จะว่าไปเราก็พลาดกันมาหลายคนแล้วนะนายพล น่าจะมีสักคู่ที่เราจะเป็นดองกันน่ะ” คุณชายดุลย์หรือหม่อมราชวงค์ดุลย์หัตถยาภักดี อดีตเอกอัครราชทูตมองหลานสาวของเพื่อนร่วมรุ่นสมัยเรียนนายร้อยสามพรานมาด้วยกันยิ้มะและท่านมีหลานอีกชายหลายคนที่ยังไม่ได้แต่งงานหากได้เป็นดองกับเพื่อนเก่าก็จะดีมาก
“ผมว่าเรื่องนี้ปล่อยให้เด็กๆเขาคุยกันดีมั้ยคุณชาย เรามันแก่แล้วตามพวกหนุ่มๆสาวๆเขาไม่ทันหรอก” นายพลพลวิตรตอบเพื่อนที่จ้องจะจับคู่ใหเ้หลานชายหลานสาวขำๆ
“ฉันเห็นด้วยกับท่านนายพลค่ะ ยุคนี้เขาไม่คลุมถุงชนกันแล้วนะคะคุณชาย” คุณหญิงมนมาสว่าสามีที่จ้องจับคู่ให้หลานชายหลานสาวจนหลานๆไม่อยากเข้าใกล้เพราะกลัวจะถูกจับแต่งงาน
“คุณหญิงก็ ผมแค่พูดเล่นกับนายพลวิตรเท่านั้นเองแหละ”
“ถ้าเป็นจริงก็ดีใช่มั้ยคะ” คุณหญิงมามาสพูดเย้าสามี
“อืม มันก็ต้องดีอยู่แล้วครับ”
“ฮ่าๆๆ/คิกๆๆ..” ทุกคนหัวเราะขำกับท่าทางกลัวเมียของคุณชายดุลย์
“ไปช่วยพ่อแม่ต้อนรับแขกเถอะจ้ะหนูบีบี๋” คุณหญิงมธุรายิ้มให้หลานสาวอย่างรักใคร่เอ็นดู
“ค่ะคุณยาย งั้นบีขอตัวก่อนะคะ” บาลิกายกมือไหว้อีกครั้งก่อนจะเดินไปช่วยพ่อแม่ต้อนรับแขก
“เอ หนูบีบี๋นี่อายุเท่าไหร่แล้วคะคุณเมี่ยง”
“ยี่สิบเจ็ดปีค่ะคุณหญิงไหม นี่ก็เพิ่งเรียนจบกลับมาก็ยังไม่ได้ทำอะไรเห็นว่ารอให้เสร็จงานแต่งของแม่ไบรท์เขาก่อนน่ะคะ” คุณมธุราตอบคุณหญิงไหมอย่างภูมิใจที่มีหลานสาวทั้งสวยน่ารักและยังเก่งอีก
“แล้วหลานชายคุณหญิงไหมล่ะคะ ฉันได้ข่าวว่าจะแต่งงานเหมือนกันจริงหรือเปล่าคะ” คุณหญิงวันทราถามเบาๆเพราะมีข่าวออกมาตลอด
“จริงค่ะ ตอนนี้ก็ดูฤกษ์ดูยามกันอยู่ถ้าได้ฤกษ์ดีเมื่อไหร่ต้องเชิญทุกท่านไปร่วมงานด้วยนะคะ” คุณหญิงไหมพูดแล้วยิ้มมีความสุขเมื่อคิดถึงหลานชายคนโตที่กำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝาแค่รอฤกษ์งามยามดีเท่านั้น
“ด้วยความยินดีค่ะคุณหญิง”
“ต้องไปแน่นอนครับคุณหญิง คุณชาย”
แล้วผู้ใหญ่ทุกท่านก็พูดคุยทักทายแขกท่านอื่นๆที่แวะเวียนมาพูดคุยทักทายกันตามประสาคนรู้จักกันและสนิทสนมกันเพราะอยู่ในสังคมเดียวกันก็ได้พบเจอกันบ่อยๆและนักข่าวฮือฮากันอีกครั้งเมื่อเห็นค่รักไฮโซที่มีข่าวลือว่าจะแต่งงานกันเร็วๆนี้ควงแขนกันมาร่วมงาน
"งานใหญ่เหมือนกันนะคะพี่วายุ" ศศินัดาพูดกับแฟนหนุ่มเบาๆแล้วกวาดสายตามองไปทั่วงานเลี้ยงที่จัดการตกแต่งอย่างสวยงามและหรูหราสมฐานะของฝ่ายหญิงที่เป็นทายาทของอดีตดาราดังและช่างภาพชื่อดังและยังเป็นหลานสาวของเจ้าของทีวีช่องดังหนึ่งในห้าของเมือไทย
"ก็เจ้าบ่าวเจ้าสาวเป็นคนดังทั้งคู่นี่ครับ"
"น้องดาอยากจัดงานแต่งงานของเราให้ยิ่งใหญากว่านี้ค่ะ" งานแต่งงานของเธอจะต้องใหญ่โตหรูหรามากกว่างานแต่งงานของอรนลินให้ผู้คนเห็นถึงความร่ำรวยของสองตระกูล
"พี่ตามใจน้องดาครับ" เขาตามใจแฟนสาวที่อยากจะจัดงานแต่งงานใหญ่โตแค่ไหนเพราะศศินัดดาเหมาะสมกับเขาทั้งหน้าตาซื่อเสียงการศึกษาฐานะชาติตระกูลไม่ด้อยไปกว่ากัน
"ขอบคุณค่ะพี่วายุ น้องดารักพี่วายุมากนะคะ" ไฮโซสาวอ้อนแฟนหนุ่มที่รักและตามใจเธอทุกอย่าง
"พี่รู้ครับ ตอนนี้เราไปทักทายเจ้าภาพก่อนนะครับ" หนุ่มหล่อบอกแฟนสาวแล้วพากันเดินไปทักทายพ่อแม่ของเจ้าบ่าวเจ้าสาวและคู่รักไฮโซก็ยังไม่เห็นน้องสาวของเจ้าสาวที่ต้อนรับแขกที่มาก่อนหน้าพวกเขาพาไปนั่งที่โต้ะจึงคลาดกันและพวกเขาก็ไม่รู้ว่าบาลิกาเป็นน้องของอรนลิน
ขณะที่บาลิกาเดินกลับมาหน้าหร้องจัดเลี้ยงเพื่อต้อนรับแขกก็เจอกับพ่อแม่ของบุรินทร์ที่เดินเข้ามาในงานและญาติของเจ้าบ่าวก็ไปต้อนรับเธอจึงรับแขกท่านอื่น
“หนูบีบี๋ใช่มั้ยจ้ะ” คุณสมสมัยแม่ของบุรินทร์ก็ได้รับเชิญมางานนี้และรู้ว่าลูกชายคบหากับทายาทสาวของอดีตช่างภาพและดาราชื่อดังแต่ลูกชายยังไม่ได้พามาแนะนำให้รู้จักกันเป็นทางการ
“เอ่อ สวัสดีค่ะท่าน” บาลิกาหันไปเห็นพ่อแม่ของบุรินทร์ก็ยกมือไหว้
“พ่อได้ยินตาฟลุคพูดถึงหนูบีบี๋บ่อยๆก็อยากรู้จักแต่หมอนั่นบอกว่าหนูบีบี๋อยู่ฝรั่งเศสรอให้กลับเมืองไทยพร้อมกันแล้วจะพามาแนะนำให้พ่อกับแม่รู้จัก ตอนนี้ได้เจอกันแล้วก็สมกับที่ตาฟลุคพูดเลยว่าหนูบีบี๋สวยน่ารักจริงใช่มั้ยคุณไก่” นายวรากรยิ้มให้ว่าที่ลูกสะใภ้ที่ลูกชายพูดถึงอย่างพอใจแม้บุรินทร์จะเกเรติดการพนันแต่เรื่องแฟนเขาให้ผ่าน
“จริงค่ะคุณพี่ หนูบีบี๋สวยน่ารักเหมาะสมกับตาฟลุคของเรามากค่ะ” คุณสมสมัยมองสาวสวยตรงหน้าอย่างชื่นชม
“เอ่อ ท่านทั้งสองเข้าใจผิดแล้วค่ะ หนูกับลูกชายของท่านไม่ได้คบกันค่ะ”
“อะไรนะ..”
“จริงเหรอจ้ะ แต่ตาฟลุคเล่าให้แม่ฟังว่าหนูบีบ์เรียนจบแล้วกลับมาเมืองไทยก่อนนี่นา”
“ตอนนี้สถานะหนูกับฟลุคเป็นแค่คนรู้จักกันค่ะ ยังไงคุณแม่ก็ลองถามฟลุคดูนะคะ” บาลิกาบอกพ่อแม่ของบุรินทร์แล้วยิ้มให้ทั้งสองตามมารยาท
“ตกลงมันยังไงกันแน่เนี่ยคุณไก่” นายวรากรหน้าแตกเมื่อบาลิกาไม่ยอมรับว่าเป็นแฟนของลูกชายเหมือนที่บุรินทร์ได้คุยไว้
“งั้นฉันต้องขอโทษหนูบีบี๋ด้วยนะจ้ะ ไปทักทายเจ้าสัวก่อนนะคะคุณพี่” คุณสมัยก็ขอโทษบาลิกาแล้วชวนสามีไปทักทายเจ้าภาพและเก็บหน้าของตัวเองที่แตกยับเพราะลูกชายตัวดีโม้ใส่เป็นวรรคเป็นเวร
บาลิกายิ้มให้สองสามีภรรยาแล้วหันกลับไปต้อนรับแขกที่มาร่วมงานแต่งงานของพี่สาวจนกระทั่งได้ฤกษ์เปิดตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่สวยหล่อเหมาะสมกันมากทั้งฐานะชื่อเสียงชาติตระกูลแต่ทั้งสองไม่ได้แต่งงานกันเพราะความเหมาะสม อรนลินกับพสุธีแต่งงานกันด้วยความรักและศึกษาดูใจกันมากว่าห้าปีถึงได้ตกลงแต่งงานกันในวันนี้และเจ้าบ่าวก็มอบสินสอดและจัดงานแต่งงานอย่างสมเกียรติจนกรัทั่งเสร็จพิธีแล้วคู่บ่าวสาวโยนดอกไม้
“นับหนึ่ง นับสอง นับสาม โยนค่ะ” ดาราสาวชื่อดังเพื่อนเจ้าสาวเป็นพิธีกพูดจบเจ้าสาวก็โยนช่อดอกไม้ข้ามศีรษะไปด้านหลังที่มีเพื่อนๆน้องๆยืนเป็นกลุ่มใหญ่รอรับช่อดอกไม้จากเจ้าสาว
“เย้ๆๆ..เฮ้ๆๆ..”
“ขอแสดงความยินดีกับผู้โชคดีได้รับช่อดอกไม้ขึ้นมารับของขวัญจากเจ้าบ่าวเจ้าสาวค่ะ” พิธีกรเชิญผู้โชคดีที่ได้รับช่อดอกไม้จากเจ้าสาวขึ้นบนเวทีเพื่อรับรางวัล
คนที่ได้รับช่อดอกไม้จากเจ้าสาวก็คือดาราในสังกัดทีวีช่องดังและร่วมงานกับเจ้าสาวมาหลายเรื่องก็สนิทกันนับถือกันเป็นพี่เป็นน้องในวงการหลังจากนั้นก็ดื่มกินฉลองกันอย่างสนุกสนาน เมื่อจบงานเลี้ยงก็มีอาฟเตอร์ปาร์ตี้ที่มีเพื่อนๆพี่ๆน้องๆในวงการแสดงและสื่อต่างๆและเพื่อนๆไฮโซทั้งหลายที่รู้จักกันมาร่วมงานกันเต็มห้องจัดเลี้ยง
“แกเห็นคู่นั้นหรือเปล่าบีบี๋” ศลิษากระซิบเพื่อนเบาๆเมื่อเห็นคู่รักไฮโซหนุ่มหล่อสาวสวยควงแขนกันมาร่วมงานแต่งงานและอาฟเตอร์ปาร์ตี้ซึ่งฝ่ายชายรู้จักกับเจ้าบ่าว
“อื่อ เหมาะสมกันดีนะ” ใบหน้าสวยหันไปมองสองหนุ่มสาวตามที่เพื่อนบอกแล้วไม่ได้สนใจและฝ่ายหญิงคงจำเธอไม่ได้
“ข่าวลือจะแต่งงานกันเร็วๆนี้ด้วยนะ”
“นี่ๆแกสองคนกระซิบไรกันอ่ะ” อนิตาสาวสวยทายาทมินิมาร์ทที่มีสาขาทั่วประเทศและยังเป็นเจ้าของโรงหนังในห้างดังทั่วประเทศเป็นเพื่อนกับบาลิกามาตั้งแต่มัธยมจนถึงปริญญาตรีและกลับมาช่วยธุรกิจที่บ้านก่อน
“ก็โน่นไง”
“อ่อ ยัยแอ๊บแบ้วนั่นน่ะเหรอ”
“นี่แกไปว่าเขาทำไมเบล เดี๋ยวใครได้ยินเข้าจะหาว่าพวกเรานินทาเธอนะ” บาลิกาปรามเพื่อนกลัวจะมีคนได้ยิน
“ก็จริงนี่แก ใครๆก็รู้ทั้งนั้นจะมีแต่แฟนนางเท่านั้นแหละที่หลงรูป” อนิตายังกระซิบเพื่อนเพราะหมั่นไส้ศศินัดาที่หวานเสน่ห์ไปทั่วก่อนจะคบหากับวายุวรรษและหนึ่งในนั้นก็ทำให้เธอเลิกกับคนที่คุยอยู่เพราะเขาหันไปจีบศศินัดาก่อนจะถูกไฮโซสาวทิ้งไปหาวายุวรรษที่ทั้งหล่อทั้งเก่งทั้งรวยเพียบพร้อมไปทุกอย่างที่ผู้หญิงต้องการ
“แกพูดเหมือนกับรู้จักงั้นแหละเบล”
“ก็นางนี่แหละมาฉกผู้ชายฉันไปน่ะสิ”
“จริงสิ ว่าแต่แกไปมีผู้ชายตอนไหนทำไมพวกฉันไม่รู้ล่ะ”
“ก็ยังไม่ทันได้คุยกันจริงจังเขาก็หันไปซบอกยัยนั่นก่อน แต่ฉันก็ไม่ได้โทษนางแค่หมั่นไส้และผู้ชายมันหน้าหม้อด้วยแหละแต่ช่างเถอะๆฉันตาถั่วเอง” อนิตาพูดกับเพื่อนเบาๆ
“แต่นางก็เลือกผู้ได้สุดยอดมากเลยนะ”
“ก็ใช่น่ะสิ นั่นหนุ่มฮอตขวัญใจสาวๆทั่วประเทศเลยนะยะ”
“ไปสนุกกันดีกว่ามั้ยพวกแก"
"เคๆ งั้นดื่มกันหมดแก้วไม่เมาไม่กลับ อ้อ ฉันจะไปนอนเป็นเพื่อนพี่ไบรท์ด้วย คิกๆๆ.." ศลิษาพูดแล้วหัวเราะชอบใจ
"พี่นิกไปเตะชู้ดแกลงจากตึกชั้นสามสิบน่ะสิ"
"ฉันว่าแกตีหัวเพื่อนเจ้าบ่าวแล้วลากเข้าห้องหอพร้อมพี่ไบรท์กับพี่นิกจะดีกว่ามั้ยยัยเบล"
"ก๊ดีนะ ว่าแต่แกเล็งคนไหนล่ะจะได้ไม่ต้องมาแย่งกันทีหลัง คิกๆๆ.."
"คริๆๆ.." บาลิกาหัวเราะขำเพื่อนทั้งสองที่พูดทะลึ่งตึงตังและความสวยเซ็กซี่ของพวกเธอก็เตะตาพวกหนุ่มๆเพื่อนเจ้าบ่าวและญาติหนุ่มฝ่ายเจ้าบ่าวที่มองพวกเธอตาเป็นประกายแต่ไม่มีใครกล้ามาจีบพวกเธอเพราะเกรงใจเจ้าบ่าวเจ้าสาว
"น่าเบื่อจังเลยค่ะ" ศศินัดดาเห็นสาวๆมองแฟนหนุ่มก็อดหวงเขาไม่ได้จึงหาเรื่องจะกลับบ้าน
"รออีกสักพักเราค่อยกลับนะครับน้องหนูดา"
"ก็ได้ค่ะ แล้วคืนนี้น้องดาไปค้างที่เพนท์เฮาส์ของพี่วายุนะคะ"
"น้องหนูดาก็รู้ว่าคืนนี้พี่ต้องกลับไปนอนบ้านครับ" ทุกวันศุกร์เขาจะกลับไปนอนบ้านตามที่พ่อแม่ขอไว้ว่าเย็นวันศุกร์และวันเสาร์ให้เป็นวันของครอบครัวอยู่พร้อมหน้ากัน ยกเว้นจะมีธุระจริงๆ
"แต่คืนนี้เรามางานเลี้ยงด้วยกันนะคะ คุณพ่อคุณแม่ของพี่วายุคงไม่ว่าค่ะ" ก็พ่อแม่ของเขาชอบเธออยากได้เธอเป็นลูกสะใภ้จะตาย
"เอาไว้วันอาทิตย์นะครับ"
"ก็ได้ค่ะ งั้นพี่วายุไปส่งหนูดาด้วยค่ะ หนูดาจะกลับบ้าน" ศศินัดดางอนแฟนหนุ่มแล้วลุกขึ้นเพื่อกลับบ้านด้วยความหงุดหงิดที่แฟนหนุ่มขัดใจเธอ
"โอเคครับ" วายุวรรษก็เดินไปคุยกับเพื่อนว่าเขาจะกลับแล้ว ส่วนเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็เข้าห้องหอไปแล้วในอาฟเตอร์ปาร์ตี้ก็มีแต่เพื่อนๆญาติพี่น้องดื่มกินกันสนุกสนานแล้วบังเอิญเห็นสาวสวยตาคมคุ้นตาก้นึกออกว่าเขาเคยเจอที่อิตาลี
"วายุ เฮ้ วายุมองอะไรอยู่วะ" ธาดามองตามสายตาของเพื่อน "อ้อ นั่นน้องสาวของเจ้าสาวพี่นิกบอกว่าห้ามจีบและแกมีแฟนแล้วก็มองไม่ได้จีบไม่ได้เหมือนกันนะเพื่อน"
"ไอ้บ้าเจ ฉันแค่คุ้นตาว่าเคยเจอมาก่อนเท่านั้น"
"มุกเก่าแล้วเพื่อน"
"มุกอะไรของแกล่ะ ฉันเคยเจอเธอจริงเมื่อตอนไปดูงานที่อิตาลีจริงๆ"
"แล้วไป ว่าแต่แกจะกลับแล้วเหรอวะ กำลังสนุกเลย"
"น้องหนูดาจะกลับแล้วฉันต้องไปส่งที่บ้านน่ะ"
"โอเค แล้วเจอกันเพื่อน" ธาดาเข้าใจคนมชีแฟนจึงตบไหล่เพื่อนเบาๆ
"เจอกันเพื่อน" วายุวรรษยิ้มให้เพื่อนแล้วเดินไปหาแฟนสาวที่หน้าบึ้งไม่สบอารมณืแต่เขาก็ไม่ได้สนใจเพราะศศินัดดางอนเองโกรธเองก็หายเองได้
"พี่วายุ.."
"ครับผม.."
"น้องหนูดางอนอยู่นะคะ"
"ครับ.."
"จะไม่ง้อเหรอคะ"
