บทที่ 8 8

นี่คือผลวิญญาณโลหิต มันคือผลไม้ระดับล่างที่ขึ้นอยู่ตามซอกหินในเขตแดนที่มีปราณวิญญาณหนาแน่น สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูง ผลไม้นี้อาจเป็นเพียงของว่างประทังความหิว ทว่าสำหรับเสิ่นชิงหรานที่มีร่างกายอ่อนแอและไร้พลังปราณ และสำหรับสัตว์อสูรที่สูญเสียพลังไปจนหมดสิ้นอย่างเสี่ยวไป๋ ผลไม้นี้คือยารักษาชั้นเลิศที่ช่วยบำรุงโลหิตและฟื้นฟูเรี่ยวแรงได้ดีที่สุด

เมื่อเช้ามืดนี้ เสิ่นชิงหรานตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกกระหายน้ำ นางจึงเดินทะลุไปยังลานหินเปิดโล่งบริเวณด้านหลังของถ้ำ เพื่อกลับไปยังแอ่งน้ำพุวิญญาณที่นางค้นพบเมื่อคืนนี้ และด้วยแสงสว่างยามเช้าที่สาดส่องลงมา ทำให้นางเพิ่งสังเกตเห็นสิ่งที่เมื่อคืนความมืดบดบังเอาไว้

ข้างแอ่งน้ำพุวิญญาณนั้นเอง มีต้นผลวิญญาณโลหิตขึ้นอยู่สองสามต้น นางจึงรีบเก็บมันมาพร้อมกับใช้กระบอกไม้ไผ่ที่พบร่วงหล่นอยู่ในป่าตักน้ำพุวิญญาณกลับมาด้วย

เสิ่นชิงหรานจัดการใช้ก้อนหินผิวเรียบสองก้อนแทนโกร่งบดยา นางวางผลวิญญาณโลหิตลงไปแล้วออกแรงบดขยี้จนเนื้อผลไม้แหลกเหลว น้ำผลไม้สีแดงข้นไหลเยิ้มออกมาส่งกลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวฟุ้งกระจายไปทั่วถ้ำ จากนั้นนางจึงเทน้ำพุวิญญาณจากกระบอกไม้ไผ่ลงไปผสม แล้วใช้กิ่งไม้เล็กๆ คนให้เข้ากันจนกลายเป็นของเหลวหนืดข้นสีแดงใส

จวินอู๋เสียที่นอนมองการกระทำของนางอยู่เงียบๆ ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

เขาคือจักรพรรดิอสูร ผู้ซึ่งเคยดื่มด่ำเพียงน้ำค้างสวรรค์บนยอดเขาหมื่นเมฆา และเสวยเพียงผลท้อเพลิงวิญญาณอายุหมื่นปีเท่านั้น อาหารชั้นต่ำที่ทำอย่างหยาบช้าคลุกฝุ่นคลุกดินเช่นนี้ ต่อให้เอามาวางกองตรงหน้า เขาก็ไม่มีวันชายตามองเป็นอันขาด

"ข้าจวินอู๋เสีย ยอมอดตายเสียดีกว่าจะต้องมากินอาหารหมูเช่นนี้" ราชาอสูรประกาศกร้าวในใจอย่างหยิ่งทระนง เขาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยและหลับตาลงเพื่อหนีกลิ่นหอมที่กำลังยั่วยวนกระเพาะอาหารที่ว่างเปล่า

จ๊อก...

เสียงคำรามเบาๆ ดังเล็ดลอดออกมาจากหน้าท้องกลมป้อมของเขา จวินอู๋เสียชะงักงัน ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาป ความรู้สึกอับอายขายหน้าพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด บัดซบ! ร่างกายที่อ่อนแอและน่าสมเพชนี้ช่างไม่รักดีเสียเลย!

เสิ่นชิงหรานชะงักมือที่กำลังคนส่วนผสม นางหันมามองเจ้าก้อนขนที่พยายามทำคอแข็งหลับตาปี๋ด้วยความขบขัน รอยยิ้มเอ็นดูปรากฏขึ้นบนใบหน้างดงามที่เปื้อนฝุ่นดิน

"หิวจนท้องร้องแล้วยังจะทำหยิ่งอีกหรือเจ้าตัวเล็ก มาเถิด กินเสียหน่อย ร่างกายของเจ้าบาดเจ็บหนัก เสียเลือดไปมาก หากไม่กินสิ่งใดเลย เจ้าจะไม่มีแรงฟื้นฟูบาดแผลนะ"

นางประคองถ้วยหินที่บรรจุอาหารเหลวเดินเข้ามาใกล้ คุกเข่าลงข้างๆ กองหญ้าแล้วค่อยๆ ช้อนตัวเสี่ยวไป๋ขึ้นมาวางบนตักอย่างนุ่มนวล

จวินอู๋เสียพยายามขัดขืน เขาหันหน้าหนีไปอีกทาง ปากเล็กๆ ปิดสนิทแน่นราวกับถูกทากาวเอาไว้ ไม่ยอมให้สิ่งใดล่วงล้ำเข้าไปเด็ดขาด

"เจ้าไม่อยากกินหรือ หอมมากเลยนะ ลองดมดูสิ" เสิ่นชิงหรานไม่ละความพยายาม นางใช้ช้อนไม้ที่เหลาอย่างลวกๆ ตักอาหารเหลวสีแดงขึ้นมาจ่อที่ริมฝีปากของเขา

กลิ่นหอมหวานของผลวิญญาณโลหิตที่ผสมผสานกับปราณบริสุทธิ์ของน้ำพุวิญญาณลอยปะทะจมูกอย่างจัง จวินอู๋เสียต้องใช้พลังใจอย่างมหาศาลในการสะกดกลั้นความอยากอาหารที่พลุ่งพล่าน เขาเม้มปากแน่นยิ่งกว่าเดิม พยายามส่งเสียงขู่ในลำคอเพื่อให้นางรู้ว่าเขารังเกียจอาหารของนางเพียงใด

"มี้... งืดดด"

"อย่าดื้อสิเสี่ยวไป๋ อ้าปากเร็วเข้า คนเก่งของข้า" เสิ่นชิงหรานใช้น้ำเสียงอ่อนโยนราวกับกำลังหลอกล่อเด็กน้อย นางใช้นิ้วชี้แตะเบาๆ ที่ข้างมุมปากของเขาแล้วออกแรงบีบเบาๆ บังคับให้ปากเล็กๆ นั้นเผยอออก

จวินอู๋เสียเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง สตรีผู้นี้ช่างบังอาจนัก กล้าดีอย่างไรมาบีบปากเขา! ในขณะที่เขากำลังจะอ้าปากเพื่อกัดนิ้วที่ล่วงเกินเขา อาหารเหลวสีแดงข้นก็ถูกป้อนเข้ามาในปากอย่างรวดเร็ว

รสชาติหวานอมเปรี้ยวที่แสนกลมกล่อมแผ่ซ่านไปทั่วลิ้น ทันทีที่ของเหลวนั้นไหลลงสู่ลำคอ มันก็แปรเปลี่ยนเป็นกระแสไออุ่นที่ไหลเวียนไปทั่วร่าง พลังปราณบริสุทธิ์จากน้ำพุวิญญาณตรงเข้าหล่อเลี้ยงเส้นลมปราณที่แห้งผากราวกับฝนตกลงบนผืนทราย ความรู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าพุ่งทะยานขึ้นมาจนเขาแทบจะลืมเลือนความเจ็บปวดไปชั่วขณะ

ดวงตาสีทองของราชาอสูรเบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง ความประหลาดใจฉายชัดอยู่ในแววตา อาหารที่ดูหยาบช้านี้ เหตุใดจึงมีรสชาติล้ำเลิศและแฝงไปด้วยพลังปราณที่บริสุทธิ์ถึงเพียงนี้ มันบริสุทธิ์เสียยิ่งกว่าโอสถระดับสูงที่พวกนักปรุงยาในวังหลวงเคยปรุงถวายเขาเสียอีก

สิ่งสำคัญที่สุดคือ เมื่ออาหารนี้ถูกปรุงด้วยมือของสตรีผู้นี้ กลิ่นอายปราณวิญญาณธรรมชาติจากตัวนางได้ซึมซาบลงไปในอาหารด้วย ทำให้สรรพคุณของมันเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล

"เห็นไหมเล่า ข้าบอกแล้วว่ามันอร่อย อร่อยใช่หรือไม่" เสิ่นชิงหรานยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าเจ้าก้อนขนยอมกลืนอาหารลงไปโดยไม่บ้วนทิ้ง นางค่อยๆ ตักป้อนให้เขาอีกคำ

คราวนี้จวินอู๋เสียไม่ได้หันหน้าหนีอีกต่อไป ความหิวโหยสัญชาตญาณดิบของสัตว์ป่าเอาชนะทิฐิและความหยิ่งยโสของราชาอสูรจนหมดสิ้น เขาอ้าปากรับอาหารที่นางป้อนให้อย่างว่าง่าย ลิ้นเล็กๆ สีชมพูแลบเลียริมฝีปากเพื่อกวาดหยดน้ำผลไม้ที่เลอะเทอะเข้าปากจนหมดจด ท่าทางของเขาในยามนี้ดูราวกับลูกสุนัขตัวน้อยที่ตะกละตะกลามและว่านอนสอนง่าย ไม่มีเค้าลางของราชาอสูรผู้แสนดุร้ายหลงเหลืออยู่อีกเลย

"ค่อยๆ กิน ไม่ต้องรีบ ไม่มีใครแย่งเจ้าหรอก" เสิ่นชิงหรานหัวเราะร่วน นางป้อนอาหารให้เขาจนหมดถ้วยหิน ก่อนจะใช้ชายแขนเสื้อของตนเองเช็ดคราบเปื้อนที่มุมปากให้เขาอย่างเบามือ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป