บทที่ 1 ตอนที่ 1 เจ้าสาวที่ไม่มีใครต้องการ

ตอนที่ 1

เจ้าสาวที่ไม่มีใครต้องการ

เสียงคลื่นซัดกระทบแนวหินด้านหลังโรงแรมหรูริมทะเลดังแผ่วอยู่ไกล ๆ คล้ายดนตรีเศร้าที่ถูกกลืนหายไปใต้เสียงพูดคุยของแขกเหรื่อในงานแต่งงานอันยิ่งใหญ่

โรงแรมอัครเดชากุลถูกตกแต่งด้วยดอกกุหลาบขาวนับหมื่นดอก ผ้าม่านโปร่งสีงาช้างปลิวไหวตามแรงลมทะเล แชนเดอเลียร์ระย้าจากเพดานสูงส่องประกายวับวาวลงบนพื้นหินอ่อน ทุกอย่างงดงามราวกับความฝัน ทุกมุมถูกจัดวางอย่างประณีตเพื่อให้สมฐานะของเจ้าบ่าวผู้เป็นทายาทธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่

ทว่าในความงดงามนั้น กลับมีหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ตรงมุมโถงจัดเลี้ยงด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง                เพียงตะวัน ก้มมองช่อดอกกุหลาบในมือ ก่อนค่อย ๆ วางมันลงบนโต๊ะรับรองแขก เธอควรยินดี ควรยิ้ม ควรภูมิใจที่พี่สาวต่างมารดากำลังจะแต่งงานกับชายที่คู่ควรที่สุดคนหนึ่งในสังคม แต่หัวใจของเธอกลับเจ็บจนแทบหายใจไม่ออก

วันนี้เป็นวันแต่งงานของกษิดินทร์ กับรสรินทร์

เป็นวันแต่งงานของผู้ชายที่เพียงตะวันรักเงียบ ๆ มาหลายปี กับผู้หญิงที่ใคร ๆ ต่างมองว่าเหมาะสมกับเขาที่สุด

“ตะวัน จัดโต๊ะฝั่งแขกผู้ใหญ่เรียบร้อยหรือยังลูก อย่าให้มีอะไรผิดพลาดนะ งานนี้ไม่ใช่งานเล็ก ๆ ถ้าฝั่งอัครเดชากุลไม่พอใจ พ่อของเธอคงลำบากมากกว่าเดิม”เสียงอ่อนหวานของมธุรสดังขึ้นด้านหลัง น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลเหมือนผ้ากำมะหยี่ แต่ทุกถ้อยคำกลับแฝงแรงกดทับจนคนฟังรู้สึกเจ็บลึก

เพียงตะวันหันกลับไปหาผู้เป็นแม่เลี้ยง ก่อนยกมือไหว้อย่างสุภาพ

“เรียบร้อยแล้วค่ะคุณมธุรส ตะวันตรวจรายชื่อแขกผู้ใหญ่สามรอบแล้ว ไม่มีที่นั่งผิดแน่นอนค่ะ”

เธอตอบด้วยน้ำเสียงสงบ แม้ในใจอยากถามเหลือเกินว่าเหตุใดงานแต่งงานของรสรินทร์จึงกลายเป็นหน้าที่ของเธอแทบทุกอย่าง ตั้งแต่ตรวจรายชื่อแขก จัดของชำร่วย ประสานงานกับโรงแรม ไปจนถึงดูแลชุดเจ้าสาว

มธุรสมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีชมพูอ่อนโค้งขึ้นอย่างงดงาม ทว่านัยน์ตากลับไร้ความเอ็นดู

“ดีแล้ว อย่าทำให้รสต้องเสียหน้า วันนี้เป็นวันสำคัญที่สุดในชีวิตพี่สาวเธอ เธอควรรู้จักวางตัวให้เหมาะสม อย่าเผลอทำอะไรให้คนอื่นเข้าใจผิดอีก”

เพียงตะวันชะงักเล็กน้อย เธอรู้ดีว่ามธุรสหมายถึงอะไร

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่เพียงตะวันอยู่ใกล้กษิดินทร์ มักมีสายตาเย็นชาของมธุรสและรสรินทร์คอยจับจ้องเสมอ ราวกับเธอเป็นขโมยที่พร้อมจะฉกฉวยของรักของพี่สาว ทั้งที่เธอไม่เคยเอื้อมมือไปแย่งอะไรจากใคร ไม่เคยเลยสักครั้ง

“ตะวันทราบค่ะ วันนี้ตะวันจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด แล้วจะไม่ทำให้ใครเดือดร้อนค่ะ”

เพียงตะวันตอบเรียบ ๆ พลางก้มหน้าลงเพื่อซ่อนแววตาเจ็บปวด

“ถ้าทำได้อย่างที่พูดก็ดี แต่อย่าลืมนะตะวัน บางคนเกิดมาเพื่อยืนอยู่ในที่ที่ควรยืน ไม่ใช่พยายามปีนขึ้นไปในที่ที่ไม่ใช่ของตัวเอง”

มธุรสเอ่ยเบา ๆ ก่อนเดินผ่านไป โดยทิ้งกลิ่นน้ำหอมหวานจัดไว้ในอากาศ

เพียงตะวันยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง มือที่จับขอบโต๊ะกำแน่นจนปลายนิ้วซีด เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอ ก่อนเงยหน้าขึ้นอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ ซึ่งฝึกฝนมาจนชำนาญ

หญิงสาวรู้มานานแล้วว่าในบ้านวรเมธากุล รอยยิ้มคือเกราะกำบังที่ดีที่สุด ยิ่งเจ็บเท่าไร ก็ยิ่งต้องยิ้มให้เหมือนไม่รู้สึกอะไร

“คุณเพียงตะวันคะ คุณกษิดินทร์ให้คนมาตามค่ะ”

พนักงานหญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาบอกอย่างสุภาพ หัวใจของเพียงตะวันเต้นผิดจังหวะทันทีเมื่อได้ยินชื่อนั้น เธอเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจ ก่อนรีบเก็บอาการด้วยการพยักหน้า

“คุณกษิดินทร์อยู่ที่ไหนคะ”

“ห้องรับรองเจ้าบ่าวค่ะ เห็นว่าต้องการตรวจเอกสารกำหนดการงานอีกครั้ง”

“ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวฉันไปเลย”

เพียงตะวันรับคำ แล้วก้มลงหยิบแฟ้มกำหนดการจากโต๊ะ เธอบังคับให้ปลายเท้าก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ทั้งที่หัวใจกลับสั่นไหวอย่างน่าขัน

เธอควรชินกับการพบเขาแล้ว แต่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี กษิดินทร์ก็ยังเป็นคนเดียวที่ทำให้เธอเสียจังหวะได้เสมอห้องรับรองเจ้าบ่าวอยู่ปีกตะวันตกของโรงแรม ประตูไม้สีน้ำตาลเข้มถูกปิดสนิท พนักงานหน้าห้องเห็นเธอจึงเปิดประตูให้ เพียงตะวันสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนก้าวเข้าไปด้านใน

บทถัดไป