บทที่ 1 เธอไปเมาฉลองได้ขึ้นตำแหน่ง

เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มของผู้คนทั้งงานเลี้ยงในวันนี้ เมื่อชื่อของเฌนิดาถูกประกาศขึ้นเป็นหัวหน้าฝ่ายคนใหม่ของบริษัท

หญิงสาวที่สวมชุดเดรสสีทองสวยสง่ากำลังเดินขึ้นบนเวทีอย่างมั่นใจ แสงไฟจากด้านบนตกกระทบลงบนใบหน้าสวย ๆ ทำให้เธอโดดเด่นท่ามกลางสายตาของผู้คนทั้งงานเลี้ยงฉลองวันนี้ แม้ภายในใจจะเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายที่ยากจะอธิบาย

“ขอแสดงความยินดีกับคุณเฌนิดาด้วยนะครับ คุณเป็นคนเก่งมากจริง ๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คุณพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นถึงความสามารถและความทุ่มเทในการทำงานของตัวเอง ตำแหน่งนี้เหมาะสมกับคุณมากครับ”

ชายหนุ่มยิ้มให้หญิงสาวอย่างชื่นชม ก่อนจะกล่าวต่อ

“หวังว่าคุณจะยังคงรักษาความตั้งใจแบบนี้ต่อไป และพาบริษัทก้าวไปข้างหน้าด้วยกันนะครับ”

หญิงสาวยกมือไหว้ผู้บริหารด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะกล่าวขอบคุณสั้น ๆ

“ขอบคุณมากค่ะ”

เสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้ง เฌนิดาหันมองไปรอบ ๆ พร้อมรอยยิ้ม ท่ามกลางเสียงแสดงความยินดีจากพี่ ๆ และเพื่อนร่วมงานที่ดังอยู่รอบตัว

เฌนิดาก้มศีรษะเล็กน้อยเพื่อขอบคุณทุกคนอีกครั้ง ก่อนจะหันหลังและค่อย ๆ ก้าวลงจากเวทีด้วยท่าทีสง่างาม ท่ามกลางเสียงปรบมือและรอยยิ้มของผู้คนที่ยังคงดังอยู่รอบตัว

เมื่อเดินกลับมานั่งที่โต๊ะ หญิงสาวกลับถอนหายใจออกมาเบา ๆ

กว่าจะมาถึงวันนี้ เธอใช้เวลาหลายปีทุ่มเทให้กับงานจนแทบไม่มีเวลาสำหรับตัวเอง หญิงสาวกลับอดนึกไม่ได้ว่า...กว่าจะมายืนอยู่ตรงจุดนี้ เธอต้องแลกกับอะไรมามากมายแค่ไหน

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอทุ่มเทให้กับงานอย่างเต็มที่ ไม่เคยคิดว่าความสำเร็จจะได้มาเพราะโชคช่วย ทุกตำแหน่งที่ก้าวขึ้นมา ล้วนแลกมาด้วยความพยายามของตัวเอง

วันที่คนอื่นเลิกงานแล้วกลับบ้าน เธอยังนั่งตรวจเอกสาร วันที่โปรเจกต์มีปัญหา เธอเป็นคนแรกที่อยู่แก้จนถึงดึก และเมื่อคนในทีมทำงานผิดพลาด เธอไม่เคยผลักความผิดให้ใคร แต่เลือกยืนอยู่ข้างหน้าเพื่อรับผิดชอบไปพร้อมกับลูกทีม

หลายครั้งเพื่อนร่วมงานเคยแซวว่าเธอทำงานหนักเกินไป

“เฌนิดา เธอจะเอาตำแหน่งผู้บริหารเลยหรือไง ทำงานอย่างกับบริษัทเป็นของตัวเอง” ทุกครั้งเธอจะเพียงหัวเราะแล้วตอบกลับไปว่า

“ถ้าได้รับผิดชอบแล้ว ก็อยากทำให้ดีที่สุดนี่” สำหรับเฌนิดา งานไม่ใช่เพียงสิ่งที่ทำเพื่อแลกกับเงินเดือน แต่มันคือสิ่งที่ทำให้เธอยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง

โดยเฉพาะหลังจากวันที่ชีวิตคู่ของเธอจบลง เธอเคยคิดว่าตัวเองคงไม่มีวันกลับมาเข้มแข็งได้อีก แต่สุดท้ายเธอก็เรียนรู้ว่า...ถ้าไม่สามารถพึ่งใครได้ อย่างน้อยเธอก็ต้องทำให้ตัวเองเป็นคนที่พึ่งพาได้ เธอจึงก้มหน้าทำงาน วันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า

จนวันนี้มาถึง...วันที่เธอถูกเรียกชื่อขึ้นมารับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายต่อหน้าคนทั้งบริษัท ตำแหน่งที่ไม่ได้มาจากโชค แต่เกิดจากหยาดเหงื่อ ความอดทน และความพยายามของผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ยอมปล่อยให้ชีวิตพาตัวเองกลับไปอยู่ในจุดเดิมอีกครั้ง

ความพยายามทั้งหมดก็ได้รับการตอบแทน หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะยิ้มให้กับตัวเองอย่างภาคภูมิใจ อย่างน้อยความพยายามทั้งหมดของเธอ...ก็ไม่ได้สูญเปล่า

วันนี้...เธอควรมีความสุขมากจริง ๆ เพราะนี่คือรางวัลของความพยายามที่เธอทุ่มเทมาตลอดหลายปี และคืนนี้...เธออยากปล่อยให้ตัวเองมีความสุขโดยไม่ต้องคิดถึงเรื่องอะไรทั้งนั้น

“ยินดีด้วยนะเฌนิดา!”

“ในที่สุดก็ได้เป็นหัวหน้ากับเขาสักที!”

“คืนนี้ไม่ให้เธอกลับก่อนแน่นอน พวกเราต้องฉลองใหญ่!”

เฌนิดาหัวเราะออกมาเบา ๆ พลางส่ายหน้า

“รู้แล้วน่า จะฉลองอะไรกันขนาดนั้น”

“ก็วันนี้เป็นวันของเธอนี่นา”

เพื่อนคนหนึ่งยกแก้วขึ้น ก่อนจะชวนทุกคนชนแก้วพร้อมกัน

“เอ้า! ยินดีกับหัวหน้าคนใหม่!”

แก้วหลายใบกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง ท่ามกลางเสียงหัวเราะและบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความยินดี

เฌนิดายกแก้วในมือขึ้นตาม ก่อนจะยิ้มกว้างกว่าทุกครั้ง

คืนนี้เฌนิดาตั้งใจจะฉลองให้เต็มที่ แก้วแรกผ่านไปพร้อมเสียงหัวเราะ แก้วที่สองตามมาพร้อมคำอวยพรจากเพื่อนร่วมงาน ส่วนแก้วที่สาม...เธอไม่ทันได้รู้ตัวด้วยซ้ำว่าถูกเติมเข้ามาตอนไหน

“เฌนิดา ดื่มอีกหน่อยสิ วันนี้วันของเธอนะ!”

“ได้ ๆ วันนี้ฉันยอม”

หญิงสาวหัวเราะ ก่อนจะยกแก้วขึ้นดื่มพร้อมกับทุกคน จากที่ตั้งใจว่าจะดื่มเพียงเล็กน้อย กลับกลายเป็นว่าความสนุกและเสียงหัวเราะรอบตัวทำให้เธอหยุดไม่ลง

“ชน!”

“ชน!”

แก้วแล้วแก้วเล่าถูกยกขึ้นสลับกับเสียงพูดคุยยินดีและเสียงหัวเราะ เฌนิดาที่ปกติแทบไม่แตะแอลกอฮอล์ กลับปล่อยตัวเองให้ดื่มมากกว่าทุกครั้ง

คืนนี้ไม่มีงานให้ต้องคิด ไม่มีเอกสารกองอยู่บนโต๊ะ ไม่มีโทรศัพท์จากลูกค้า และไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องรับผิดชอบ เธอจึงอยากใช้เวลาสักคืนเพื่อหัวเราะให้เต็มที่

“โอ๊ย...ฉันว่าฉันเริ่มมึนแล้วนะ” เฌนิดาพูดพลางหัวเราะ ดวงตาเริ่มปรือเล็กน้อย

“เพิ่งเริ่มเอง จะยอมแล้วเหรอหัวหน้า?”

“ใครยอมกัน” หญิงสาวรีบยกแก้วขึ้นมาอีกครั้ง

“คืนนี้ฉันจะฉลองให้คุ้มเลย!” เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมกัน

ไม่นานแก้มของเฌนิดาก็เริ่มขึ้นสี รอยยิ้มที่เคยสุภาพกลายเป็นรอยยิ้มสดใสอย่างที่คนรอบตัวไม่ค่อยได้เห็น เธอหัวเราะกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ คุยกับเพื่อนอย่างออกรส และปล่อยให้ตัวเองลืมไปชั่วขณะว่า พรุ่งนี้ยังมีงานรออยู่

เวลาผ่านไปอีกพักใหญ่... เสียงเพลงในงานยังคงดังคลอเบา ๆ ผู้คนเริ่มทยอยออกจากโต๊ะไปพูดคุยกันเป็นกลุ่ม ๆ

ส่วนเฌนิดายังคงนั่งอยู่ที่เดิม แก้วในมือถูกวางลงบนโต๊ะอย่างไม่ค่อยมั่นคงนัก

“ฉันว่า...ฉันเริ่มไม่ไหวแล้วจริง ๆ”

เธอพูดพร้อมหัวเราะออกมา ก่อนจะเอนหลังพิงเก้าอี้ คืนนี้...เป็นคืนที่เธอมีความสุขมากจริง ๆ จนลืมไปชั่วขณะว่า...ในหัวใจของเธอยังมีใครบางคนที่ไม่เคยหายไปไหน

บทถัดไป