บทที่ 10 เจอกันโดยบังเอิญ
เย็นวันนี้ เฌนิดากับลูกชิดมีนัดกินข้าวเย็นกับอนุชา เพื่อฉลองตำแหน่งใหม่
ของเธอ หลังจากเลิกงาน เฌนิดารีบกลับบ้านเพื่อเตรียมตัว ก่อนจะพาลูกชายออกมารอหน้าบ้าน
ไม่นานนัก รถของอนุชาก็แล่นเข้ามาจอด เตชินมองเห็นรถก็รีบวิ่งออกไปทันที
“ลุงอนุชามาแล้ว!” เสียงของลูกชิดร้องขึ้นบอกแม่
เฌนิดามองลูกชายที่กำลังดีใจ ก่อนจะยิ้มตาม
“สวัสดีครับลุงอนุชา” เตชินยกมือไหว้ ก่อนรีบวิ่งขึ้นรถด้วยสีหน้าสดใส
เฌนิดามองลูกชายแล้วอดยิ้มไม่ได้ “วันนี้ดีใจเป็นพิเศษเลยนะเรา”
“ก็ลุงอนุชาบอกว่าจะพาไปกินของอร่อยนี่ครับ”
อนุชาหัวเราะเบา ๆ ก่อนหันมามองเฌนิดา
“ขึ้นรถเถอะครับ วันนี้ผมเลี้ยงเต็มที่ ถือว่าเป็นการฉลองตำแหน่งใหม่ของคุณ”
“ขอบคุณนะคะ” เฌนิดาขึ้นรถไปพร้อมกับลูกชาย โดยไม่รู้เลยว่า...เย็นวันนี้
เธอกำลังจะได้พบกับคนที่เธอพยายามหลีกหนีมาตลอดห้าปีอีกครั้ง
อนุชาขับรถมาถึงร้านอาหาร ก่อนที่ทั้งสามคนจะลงจากรถ เตชินเดินอยู่ตรงกลาง โดยมีเฌนิดาและอนุชาจับมือเขาไว้คนละข้าง ภาพของทั้งสามคนที่เดินเข้าไปในร้าน ทำให้ดูราวกับเป็นครอบครัวเดียวกัน
แต่ทันทีที่เดินเข้ามาถึงบริเวณหน้าร้าน...ทั้งเฌนิดา อนุชา เวไทย และพิมพ์พิชาต่างก็ชะงักไปพร้อมกัน สายตาของทุกคนจับจ้องกันอย่างไม่คาดคิด เฌนิดาหน้าซีดลงทันที
“เวไทย...”
ด้านเวไทยเองก็นิ่งค้าง สายตาคมมองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ
ผู้หญิงที่เขาเพิ่งกลับเข้ามาในชีวิต...กำลังเดินจับมือเด็กชายอยู่กับผู้ชายอีกคน
ส่วนพิมพ์พิชาก็หันมองเวไทยอย่างสงสัย ก่อนจะมองกลับไปยังเฌนิดา มีเพียงเตชินเท่านั้นที่ไม่ได้รู้สึกถึงความผิดปกติ
เด็กชายเงยหน้ามองผู้ใหญ่ทั้งสี่คนสลับกัน ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างสดใส
“สวัสดีครับคุณลุง!”
เสียงเรียกนั้นทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสี่คนยิ่งตกใจ
เวไทยชะงัก ก่อนจะค่อย ๆ หันกลับมามองเด็กชาย
เฌนิดารีบก้าวเข้าไปดึงลูกชิดเข้ามาอยู่ข้างตัวเองทันที ราวกับกลัวว่าเวไทย
จะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง
อนุชามองเธอเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองเวไทย
“สวัสดีครับคุณเวไทย” เขาเอ่ยทักด้วยท่าทีสุภาพ
“มาทานข้าวที่ร้านนี้เหมือนกันเหรอครับ?”
“ใช่ค่ะ คุณอนุชา เราสองคนมาทานข้าวเย็นกัน” เสียงพิมพ์พิชาตอบแทรกขึ้นมา พร้อมกับรอยยิ้มบาง ๆ
เฌนิดาเหลือบมองไปยังหญิงสาว ก่อนสายตาจะหยุดอยู่ที่มือของพิมพ์พิชา
มือข้างนั้นกำลังคล้องแขนเวไทยอยู่อย่างสนิทสนม หัวใจของเธอกระตุกวูบขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว เฌนิดารีบเบือนสายตาหนี ก่อนจะก้มมองลูกชิดที่ยืนอยู่ข้างตัวเอง
เธอพยายามบอกตัวเองว่าไม่ควรรู้สึกอะไร...เพราะคนตรงหน้าไม่ใช่สามีของเธออีกต่อไปแล้ว พวกเขาหย่ากันไปตั้งห้าปีแล้ว
อนุชาพยักหน้ารับ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“งั้นพวกเราสามคนขอตัวก่อนนะครับ” พูดจบเขาก็หันไปจับมือเตชิตพาเดินเข้าไปด้านใน โดยมีเฌนิดาเดินตามไป
เวไทยยืนนิ่งอยู่กับที่ สายตาคมจับจ้องเฌนิดาที่กำลังเดินผ่านไป แววตาของเขาเย็นเยียบและน่ากลัว จนพิมพ์พิชาที่อยู่ข้าง ๆ ยังอดมองตามไม่ได้
“ไปกันเถอะค่ะเวไทย พิมพ์หิวแล้ว” พิมพ์พิชาพูดพร้อมดึงแขนเขาเบา ๆ
เวไทยละสายตา ก่อนเดินตามเธอเข้าไปในร้าน แต่ในหัวกลับยังคิดถึงภาพเมื่อครู่อยู่ไม่หยุด
อนุชาทำไมถึงมากับเฌนิดา? หรือว่า...เขาสองคนจะ...
“เชิญทางนี้ค่ะคุณอนุชา” พนักงานเดินเข้ามาต้อนรับทันที เพราะอนุชาได้จองโต๊ะเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว
“ขอบคุณครับ”
อนุชาพาเฌนิดากับเตชินเดินตามพนักงานไปยังโต๊ะที่จัดไว้
ขณะเดียวกัน เวไทยที่เดินเข้ามาพร้อมพิมพ์พิชา กลับกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ร้านทันที เขาไม่ได้สนใจว่าจะนั่งตรงไหน...สิ่งเดียวที่เขากำลังมองหา คือ โต๊ะของเฌนิดา
เมื่อเห็นว่าอยู่ตรงไหน ชายหนุ่มก็เดินเลือกโต๊ะที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที
พิมพ์พิชามองตามอย่างสงสัย “คุณจะนั่งตรงนี้เหรอคะ?”
“ครับ” เวไทยตอบสั้น ๆ ก่อนดึงเก้าอี้ออกนั่ง สายตาของเขายังคงเหลือบมองไปยังโต๊ะฝั่งตรงข้ามเป็นระยะ
“คุณจะทานอะไรคะเวไทย?”
“คุณสั่งเลยครับ ผมทานอะไรก็ได้” เวไทยตอบไปแต่สายตาเขายังคงมองไปที่โต๊ะของเฌนิดา
“ได้ค่ะ งั้นพิมพ์สั่งของโปรดคุณให้แล้วกันนะคะ” พิมพ์พิชาหันไปสั่งอาหารกับพนักงาน ก่อนจะหันกลับมานั่งรอ
ระหว่างที่กำลังรออาหารมาเสิร์ฟ เธอก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเหมือนพูดลอย ๆ
“ไม่คิดเลยนะคะ...ว่าวันนี้เราสองคนจะมาเจอ เมียเก่าของคุณ ที่นี่”
เวไทยนิ่งไปทันที เขาเหลือบมองไปยังโต๊ะอีกฝั่งของร้านด้วยสายตาเรียบนิ่ง ใบหน้าแทบไม่แสความรู้สึกใด ๆ ออกมา แต่ภายในใจของเขากลับแทบจะอยู่ไม่สุข สายตาของเขายังคงจับจ้องไปยัง ภาพตรงหน้า...เฌนิดากำลังนั่งอยู่กับอนุชาและเตชินอย่างสนิทสนม และภาพนั้นกลับทำให้เวไทยรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก
“เวไทยคะ...”เสียงเรียกของพิมพ์พิชาทำให้เขาสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะละสายตากลับมามองหญิงสาวตรงหน้า
“อะไรครับ?”
“คุณช่วยสนใจพิมพ์หน่อยได้ไหมคะ?” พิมพ์พิชามองเขาอย่างไม่พอใจ ก่อนจะเหลือบมองไปยังโต๊ะของเฌนิดา
“นี่คุณ...อย่าบอกนะคะว่าคุณยังอาลัยอาวรณ์เมียเก่าคุณอยู่?”
เวไทยนิ่งไปและไม่พูดอะไรออกมา
“คุณเลิกกับเธอมาตั้งห้าปีแล้วนะคะเวไทย” พิมพ์พิชาพูดต่อ น้ำเสียงเริ่มจริงจังขึ้น
“คุณยังไม่ลืมเธออีกเหรอคะ?” เธอหยุดไปเล็กน้อย ก่อนพูดประโยคที่ทำให้สีหน้าของเวไทยเปลี่ยนไป
“แล้วอีกอย่าง...ตอนนี้เธอก็มีครอบครัวใหม่ มีลูกไปแล้ว”
“คุณรู้ได้ยังไงว่าเฌนิดามีครอบครัวใหม่แล้ว?” น้ำเสียงของเวไทยเปลี่ยนไปทันที เขาจ้องพิมพ์พิชาด้วยสีหน้าจริงจัง
พิมพ์พิชาชะงักเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มแล้วมองไปทางโต๊ะอีกฝั่ง
“ก็นั่นไงคะ...อนุชา สามีใหม่ของเธอ”
เวไทยหันกลับไปมองตามสายตาของเธอทันที
“คุณไม่เห็นเหรอคะ ว่าพวกเขาสนิทสนมกันขนาดไหน?” ชายหนุ่มนิ่งงัน สายตายังคงจับจ้องภาพตรงหน้า คำว่า ‘สามีใหม่’ กลับดังวนอยู่ในหัวของเขาซ้ำ ๆ
เวไทยกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว คำพูดของพิมพ์พิชา...กลับทำให้หัวใจของเขากระตุกวูบอย่างที่ไม่ควรเป็น…
