บทที่ 2 โทรหาสามีเก่า

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้องทำงาน เวไทยที่กำลังอ่านเอกสารอยู่ชะงัก ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ดวงตาคมนิ่งไปทันที

เมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ

เฌนิดา

ห้าปีแล้ว...ห้าปีที่ชื่อของเธอไม่เคยปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ของเขาอีกเลย

ชายหนุ่มจ้องมันอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับกลัวว่าถ้ากะพริบตา ชื่อนั้นจะหายไป

ก่อนจะรีบกดรับสายแทบจะทันที

“ฮัลโหล” ปลายสายเงียบไปพักหนึ่ง

“...เวไทย”

เพียงได้ยินเสียงเรียกชื่อของตัวเอง หัวใจของชายหนุ่มก็กระตุก เสียงของเธอฟังดูแปลกกว่าที่เขาจำได้ หวานขึ้น...และเหมือนกำลังเมา

“เฌนิดา?”

“อือ...” หญิงสาวลากเสียงยาว ก่อนจะหัวเราะคิกออกมา

“นายยังใช้เบอร์นี้อยู่จริง ๆ ด้วย” เวไทยขมวดคิ้ว แต่ริมฝีปากกลับเผลอยกขึ้น

“เธอเมาเหรอ?”

“ไม่เมา”

“เสียงเธอเหมือนคนเมา”

“ฉันไม่ได้เมา” เธอเถียงเสียงแข็ง ก่อนจะเงียบไปครู่หนึ่ง

“แค่...โลกมันหมุนเอง” เวไทยหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ ห้าปีแล้วที่เขาไม่ได้ยินเสียงแบบนี้ เสียงที่ทำให้เขานึกถึงวันเก่า ๆ เสียงของภรรยาที่เขาเคยรักจนหมดหัวใจ

“อยู่ที่ไหน?”

“งานเลี้ยง...” เธอบอกชื่อสถานที่มา ก่อนจะหัวเราะอีกครั้ง

“วันนี้ฉันได้เป็นหัวหน้าฝ่ายด้วยนะ” เวไทยนิ่งไป มุมปากของเขายกขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

“จริงเหรอ?”

“จริงสิ...” น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความภูมิใจ

“ฉันเก่งไหม?” คำถามง่าย ๆ กลับทำให้หัวใจของเขาเจ็บแปลบ

“เก่งสิ” เวไทยตอบโดยแทบไม่ต้องคิด

“เธอเก่งที่สุดอยู่แล้ว”

ปลายสายเงียบไป ก่อนเสียงหัวเราะเบา ๆ จะดังขึ้น

“ฉันก็คิดว่างั้นแหละ...”

ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างเอ็นดู แต่รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ จางลง เมื่อได้ยินเสียงคนรอบข้างดังแทรกเข้ามา

“เธออยู่กับใคร?”

“เพื่อน...”

“กลับบ้านหรือยัง?”

“ยังเลย” เฌนิดาตอบ ก่อนจะพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้เวไทยนิ่งไป

“เวไทย...”

“หืม?”

“มารับฉันหน่อยสิ” หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นทันที

“อยู่ไหน ส่งที่อยู่มา”

“นายจะมาจริงเหรอ?”

“อืม” คำตอบออกไปอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่เจ้าตัวจะคิด

“รอฉัน เดี๋ยวฉันไปรับเธอเอง” เวไทยคว้าเสื้อสูทที่พาดอยู่บนเก้าอี้ หยิบกุญแจรถแล้วเดินออกจากห้องทันที

คืนนี้...ต่อให้เธอจำไม่ได้ว่าโทรหาเขา ต่อให้พรุ่งนี้เธอเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป เขาก็ไม่สน เพราะแค่ได้ยินเสียงของเธอ...เขาก็พร้อมจะไปหาอยู่แล้ว

เวลาผ่านไปไม่นาน รถคันหรูจอดลงหน้าร้านอาหาร เวไทยก้าวลงจากรถ ก่อนจะมองเข้าไปด้านใน แล้วเขาก็เห็นเธอ

เฌนิดานั่งอยู่กับเพื่อน แก้มขึ้นสี ดวงตาปรือเล็กน้อย และกำลังหัวเราะกับอะไรบางอย่างอย่างมีความสุข ชายหนุ่มยืนมองภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่ง

ห้าปี...เขาไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะได้กลับมาเห็นเธออีกครั้ง

“เวไทย...” เฌนิดาเงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นเขาเดินเข้ามา ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง ก่อนรอยยิ้มจะปรากฏขึ้นทันที

“นายมาจริง ๆ ด้วย”

“ฉันบอกแล้วว่าจะมา” เขาเดินเข้าไปหา ก่อนจะหยุดตรงหน้าเธอ

“ไหวไหม?” เฌนิดาพยักหน้าอย่างจริงจัง

“ไหว”

พูดจบเธอก็ลุกขึ้น...แต่ร่างกลับเซจนเกือบล้ม เวไทยรีบคว้าตัวเธอไว้ทัน หญิงสาวเงยหน้ามองเขา ก่อนจะหัวเราะออกมา

“เห็นไหม...ฉันบอกแล้วว่าไหว” ชายหนุ่มมองคนในอ้อมแขนแล้วถอนหายใจ

“เมาขนาดนี้ยังจะเถียงอีก”

“ฉันไม่ได้เมา...”

“ครับ ไม่เมาก็ไม่เมา” เขาตอบอย่างยอมแพ้ ก่อนหันไปกล่าวลาเพื่อนของเธอ

“เดี๋ยวผมพาเธอกลับเองครับ”

เวไทยประคองเธอออกจากร้าน แต่ระหว่างทางกลับ...เฌนิดากลับซบศีรษะลงบนไหล่ของเขาอย่างเป็นธรรมชาติ เหมือนเมื่อก่อน...เหมือนห้าปีที่ผ่านมาระหว่างพวกเขาไม่เคยเกิดขึ้น

เวไทยก้มมองหญิงสาวในอ้อมแขน หัวใจที่เคยคิดว่าตายไปแล้ว กลับเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง คืนนี้...เขาไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น รู้เพียงอย่างเดียวว่า...เขาไม่อยากให้คืนนี้จบลงเลย

เวไทยประคองเฌนิดาเดินออกมาจากร้านอย่างระมัดระวัง ก่อนจะพาเธอไปที่รถ

“เดินไหวไหม?”

“ไหว...” เฌนิดาตอบเสียงเบา แต่เพียงก้าวเดียวร่างของเธอก็เซเข้าหาเขาอีกครั้ง

เวไทยรีบประคองเอวเธอไว้ “ถ้าไหวจริง คงไม่ต้องให้ผมประคองหรอก”

“ก็...ฉันเมานิดเดียวเอง”

“นิดเดียวของเธอนี่เกือบเดินไม่ตรงแล้ว” ชายหนุ่มส่ายหน้า ก่อนเปิดประตูรถให้เธอ เฌนิดานั่งลงอย่างว่าง่าย แต่ก่อนที่เวไทยจะปิดประตู หญิงสาวกลับเงยหน้าขึ้นมองเขา

“เวไทย...”

เขาหยุดมือ “ว่าไง?”

เธอมองใบหน้าของเขาอยู่นาน ราวกับกำลังพยายามแน่ใจว่าผู้ชายตรงหน้าเป็นคนเดียวกับที่เธอคิดถึงมาตลอดหลายปีจริง ๆ

“วันนี้ฉันมีความสุขมาก ๆ เลยนะ” เวไทยนิ่งฟัง

“ฉันได้เป็นหัวหน้าฝ่ายแล้ว...ทุกคนชมฉันด้วย”

รอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหญิงสาว

“แต่รู้ไหม...ฉันอยากให้คุณรู้เป็นคนแรก” หัวใจของเวไทยกระตุกทันที

“เฌนิดา...”

“ฉันไม่รู้ว่าทำไมถึงโทรหาคุณ” เธอหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วลง

“แต่พอได้ยินเสียงคุณ...ฉันรู้สึกดีมากเลย” เวไทยยืนนิ่ง ไม่รู้ว่าควรตอบอะไร

ห้าปีที่ผ่านมา เขาเคยจินตนาการถึงวันที่จะได้พบเธออีกครั้งนับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะเป็นฝ่ายบอกเขาว่า...คิดถึง

ประโยคสั้น ๆ ทำให้แววตาของเวไทยเปลี่ยนไป เขารู้ว่าเธอเมา รู้ว่าพรุ่งนี้บางทีเธออาจจำคำพูดคืนนี้ไม่ได้ทั้งหมด แต่หัวใจของเขากลับไม่ยอมให้ตัวเองถอยออกไป

ชายหนุ่มมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ

“เธอรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่?” เฌนิดาพยักหน้าช้า ๆ

“รู้สิ...” เธอส่งยิ้มให้เขา

“คืนนี้...ฉันอยากอยู่กับคุณ”

เวไทยนิ่งไปทันที เขามองหญิงสาวตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น

“เฌนิดา เธอเมาแล้วนะ”

“ฉันรู้...” เธอตอบเสียงแผ่ว ก่อนจะจับคอเสื้อของเขาดึงลงมากระซิบเบา ๆ

“แต่ฉันอยากอยู่กับคุณจริง ๆ”

คำพูดนั้นทำให้หัวใจของเวไทยสั่นไหว เขารู้ดีว่าตัวเองควรพาเธอกลับบ้าน แต่เขากลับไม่อาจปฏิเสธความรู้สึกของตัวเองได้ ชายหนุ่มมองใบหน้าที่คุ้นเคยนั้นอยู่นาน ก่อนจะเปิดประตูรถและก้าวขึ้นไปนั่งฝั่งคนขับ

“ถ้าเธอยืนยันว่าอยากอยู่กับฉัน...พรุ่งนี้ห้ามมาโทษฉันทีหลังก็แล้วกัน”

เฌนิดายิ้มบาง ๆ ก่อนพยักหน้า “อืม...”

รถค่อย ๆ เคลื่อนออกจากหน้าร้านอาหาร ท่ามกลางแสงไฟยามค่ำคืน

ไม่มีใครพูดอะไรอีก จนกระทั่งรถเลี้ยวเข้าไปจอดยังโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง เวไทยดับเครื่องยนต์แล้วหันกลับมามองหญิงสาวข้างกาย

เฌนิดายังคงหลับตาพิงเบาะ ริมฝีปากมีรอยยิ้มบาง ๆ ชายหนุ่มมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจแล้วลงจากรถ

คืนนี้...อดีตสามีภรรยาที่แยกจากกันมานานถึงห้าปี กำลังจะก้าวข้ามเส้นที่พวกเขาเคยพยายามขีดเอาไว้ แสงไฟจากโคมไฟหัวเตียงส่องสลัวอยู่ภายในห้อง เงาของคนสองคนทอดลงบนผนัง ก่อนที่แสงไฟจะค่อย ๆ เลือนหายไปในความมืด และค่ำคืนที่ไม่มีใครคาดคิด...ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป