บทที่ 3 เธอหนี เขาตามหา
แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้อง เฌนิดาขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะรู้สึกถึงความหนักอึ้งในศีรษะจนต้องยกมือขึ้นกุมขมับ
“โอ๊ย...” หญิงสาวค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ภาพเพดานที่ไม่คุ้นตาทำให้เธอนิ่งไป
ที่นี่...ที่ไหน?
เฌนิดาพยายามรวบรวมสติ ก่อนจะหันมองไปรอบ ๆ ห้องเสื้อผ้าที่วางอยู่ข้างเตียง
กระเป๋าของเธอ และ...ชายหนุ่มที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงอีกฝั่ง
หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น
“เวไทย...” ชื่อที่หลุดออกจากริมฝีปากเบา ๆ ทำให้ความทรงจำเมื่อคืนค่อย ๆ ไหลย้อนกลับเข้ามา
งานเลี้ยง... เสียงหัวเราะ... แอลกอฮอล์... โทรศัพท์...
เสียงของเขาที่ตอบกลับมา แล้วหลังจากนั้น...เฌนิดาเบิกตากว้างขึ้นเรื่อย ๆ
“ไม่นะ...” เธอยกมือขึ้นปิดปาก
ภาพสุดท้ายก่อนความทรงจำจะเลือนหาย คือใบหน้าของเวไทยที่อยู่ตรงหน้าเธอ คำพูดของตัวเองเมื่อคืนดังขึ้นมาในหัวทีละประโยค
“คืนนี้...ฉันอยากอยู่กับคุณ”
หญิงสาวหลับตาลงทันที
“ฉันพูดอะไรออกไปเนี่ย...” เธออยากย้อนเวลากลับไปเมื่อคืนเหลือเกิน
ห้าปี... ห้าปีที่เธอพยายามใช้ชีวิตโดยไม่มีผู้ชายคนนี้ ห้าปีที่เธอบอกตัวเองว่าเรื่องระหว่างพวกเขาจบลงไปแล้ว
แต่เมื่อคืน...เธอกลับเป็นคนโทรหาเขาเอง แถมยัง...เฌนิดาไม่กล้าคิดต่อ
หญิงสาวรีบลุกจากเตียง หยิบเสื้อผ้าขึ้นมาแต่งตัวอย่างรวดเร็วที่สุด ก่อนจะหันกลับไปมองคนบนเตียงอีกครั้ง
เวไทยยังคงหลับสนิท ใบหน้าที่เธอเคยรักยังเหมือนเดิม และนั่นยิ่งทำให้เธอเจ็บกว่าเดิม เฌนิดาหยิบกระเป๋าขึ้นมาแนบตัว ก่อนจะพึมพำกับตัวเอง
“มันจะต้องเป็นแค่ความผิดพลาด...”
เธอเดินไปถึงประตูแล้ว แต่ก่อนจะเปิดออก หญิงสาวกลับหยุดชะงัก หันกลับไปมองเขาเป็นครั้งสุดท้าย
“ลาก่อน...เวไทย” แล้วเธอก็เปิดประตูออกไป รีบเดินจากห้องนั้นไปโดยไม่รู้เลยว่า...การกลับมาพบกันเพียงคืนเดียว กำลังจะเปลี่ยนชีวิตของคนสองคนไปตลอดกาล
เวไทยสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากความทรงจำของเมื่อคืน เหตุการณ์ที่ยังคงติดอยู่ในหัวจนเขาไม่อาจลืมได้ เขาขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองข้างกาย แต่ตรงนั้นกลับว่างเปล่า
“เฌนิดา?”
ชายหนุ่มขมวดคิ้ว ก่อนกวาดตามองไปรอบห้อง แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก่อนกดโทรหาเธอทันที
สายถูกตัดไป
เวไทยลองโทรอีกครั้ง...แต่คราวนี้กลับไม่สามารถติดต่อได้
ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนก้มมองหน้าจออย่างไม่เข้าใจ
เธอบล็อกเบอร์เขา
“อะไรของเธอเนี่ย...”
เวไทยได้แต่นั่งงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อคืนเธอยังเป็นฝ่ายโทรหาเขาเองแท้ ๆ
แล้วเช้านี้กลับหนีไปโดยไม่แม้แต่จะบอกลา
เวไทยถอนหายใจยาว ก่อนแววตาจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นจริงจัง เมื่อคืนเธอเป็นฝ่ายโทรหาเขาเอง เป็นฝ่ายบอกว่าอยากอยู่กับเขา
แล้วเช้านี้กลับหนีไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
ชายหนุ่มเม้มริมฝีปาก ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง
“คิดว่าจะหายไปแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอ...”
“เธอคิดผิดแล้ว เฌนิดา”
ในมือเขากำโทรศัพท์แน่นขึ้น แววตาคมนิ่งลง ก่อนจะกดโทรออกหาคนของตัวเองช่วยสืบหาเธออย่างเงียบ ๆ เขาอยากรู้เพียงว่าเธอหายไปไหน และเหตุใดถึงต้องหนีเขาไปแบบนั้น
“ช่วยฉันตามหาผู้หญิงคนหนึ่งให้ที”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบรับ
“ใครครับ?”
เวไทยมองชื่อบนหน้าจอที่ยังคงเป็นชื่อของเธอ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เฌนิดา...ฉันต้องการรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับชีวิตเธอตลอดห้าปีที่ผ่านมา”
“ได้ครับคุณเวไทย” เสียงปลายสายตอบรับทันที
เวไทยกดวางสาย ก่อนจะเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคมยังคงจับจ้อง
ไปยังหน้าจอโทรศัพท์
ห้าปีที่ผ่านมา...เขาไม่เคยรู้เลยว่าเฌนิดาใช้ชีวิตอย่างไร อยู่ที่ไหน
หรือมีใครเข้ามาแทนที่เขาหรือยัง
แต่ครั้งนี้เขาจะรู้ให้หมดไม่ว่าเธอจะพยายามปิดบังอะไรเอาไว้...
ไม่นานข้อมูลที่เวไทยให้คนไปสืบก็ถูกส่งกลับมา
ชายหนุ่มเปิดอ่านอย่างตั้งใจ ก่อนสายตาจะหยุดอยู่ที่ข้อมูลสำคัญ
เพียงไม่กี่บรรทัด
เฌนิดายังคงทำงานอยู่ที่เดิม ใช้ชีวิตเรียบง่าย และที่สำคัญ...
เธอมีลูกชายวัยห้าขวบ
เวไทยนิ่งไปทันที
“ลูกชายงั้นเหรอ...”
เขาอ่านข้อมูลซ้ำอีกครั้ง ราวกับไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
ห้าปีที่ผ่านมา เฌนิดาไม่ได้อยู่เพียงลำพังอย่างที่เขาเคยคิด เธอมีเด็กชายอีกคนอยู่ข้างกายมาตลอด
ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคือ...เธอคงมีครอบครัวใหม่แล้ว
เวไทยเม้มริมฝีปาก ความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในอกอย่างไม่รู้ตัว
แต่สิ่งที่เขาสงสัยยิ่งกว่านั้นคือ...
แล้วใครคือพ่อของเด็กคนนั้น?
ชายหนุ่มเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ แววตาคมนิ่งลง เพียงแค่คิดว่าในช่วงเวลาห้าปีที่เขาไม่อยู่ในชีวิตเธอ อาจมีผู้ชายอีกคนเข้ามาแทนที่...
ความรู้สึกหงุดหงิดที่ไม่ควรเกิดขึ้นกลับค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจ
ทั้งที่เฌนิดากับเขา...หย่ากันไปแล้วตั้งห้าปี
