บทที่ 4 บุกไปหาเธอ
เวไทยยังคงนั่งนิ่งอยู่กับข้อมูลตรงหน้า คำถามมากมายยังคงวนเวียนอยู่ในหัว
ตลอดห้าปีที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นกับเฌนิดาบ้าง?
ทำไมเธอถึงไม่เคยติดต่อหาเขา?
แล้วเด็กชายคนนั้น...เป็นลูกของใคร? ยิ่งคิดก็ยิ่งมีแต่คำถามที่เขาอยากได้คำตอบ
“ในเมื่อเธอพยายามหนีฉัน...ฉันก็จะหาวิธีอื่น”
เวไทยพูดกับตัวเองเบา ๆ ก่อนลุกจากเตียง ชายหนุ่มหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาแต่งตัวอย่างรวดเร็ว แม้ในหัวจะยังเต็มไปด้วยคำถามมากมายเกี่ยวกับเฌนิดา
ไม่นานเขาก็เดินออกจากห้อง ขึ้นรถและขับตรงไปยังบริษัทของตัวเอง
วันนี้เขามีเรื่องสำคัญที่ต้องจัดการ และหนึ่งในนั้น...คือการหาคำตอบจากผู้หญิงที่กำลังพยายามหลบหน้าเขาให้ได้มากที่สุด
หลังจากนั้นไม่นาน เวไทยก็จัดการธุระสำคัญที่บริษัทเสร็จเรียบร้อย ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก่อนกดโทรหาคนสนิทของเขา
(“เตรียมรถให้ฉัน”)
(“จะไปไหนครับคุณเวไทย?”)
เวไทยเหลือบมองข้อมูลของเฌนิดาที่วางอยู่บนโต๊ะ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
(“บริษัทที่เฌนิดาทำงานอยู่”)
ปลายสายเงียบไปเล็กน้อย ก่อนตอบรับ (“ได้ครับคุณเวไทย”)
ชายหนุ่มวางสายลง แววตาคมยังคงจับจ้องข้อมูลตรงหน้า คำถามมากมายยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ในเมื่อเฌนิดาไม่ยอมให้คำตอบ...เขาจะเป็นฝ่ายเดินไปหาคำตอบเอง
รถของเวไทยจอดลงหน้าอาคารสำนักงานของบริษัทที่เฌนิดาทำงานอยู่
ชายหนุ่มก้าวลงจากรถด้วยท่าทีสุขุม ก่อนจัดเสื้อสูทให้เข้าที่แล้วเดินเข้าไปด้านใน
เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อถามหาอดีตภรรยาโดยตรง เพราะรู้ดีว่า ถ้าทำแบบนั้นเฌนิดาคงหาทางหลบหน้าเขาอีกครั้ง
เวไทยจึงเลือกวิธีที่ง่ายกว่านั้น
เรื่องงาน
เพียงไม่กี่นาที เขาก็จัดการติดต่อฝ่ายที่เกี่ยวข้องและนัดหมายเข้าพบผู้บริหารของบริษัทได้สำเร็จ
การเจรจาธุรกิจเป็นเรื่องที่เขาถนัดอยู่แล้ว และครั้งนี้...เขาก็แค่เพิ่มเหตุผลบางอย่างเข้าไปอีกเล็กน้อย
“คุณเวไทยครับ ทางบริษัทแจ้งว่าคุณเฌนิดาจะเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย”
คนสนิทที่เดินตามมารายงาน เวไทยยกยิ้มมุมปาก
“ดี” เขาตอบเพียงสั้น ๆ ก่อนเดินต่อไป
อย่างน้อยครั้งนี้...เฌนิดาคงไม่มีข้ออ้างที่จะหนีเขาได้ง่าย ๆ เพราะเขาไม่ได้มาหาเธอในฐานะอดีตสามี แต่กำลังเข้ามาหาเธอในฐานะคู่ค้าทางธุรกิจ และเรื่องงาน...คือข้ออ้างที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการได้พบเธออีกครั้ง
เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของเฌนิดาดังขึ้น หญิงสาวรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย
(“สวัสดีค่ะ...เฌนิดารับสายค่ะ”)
(“คุณเฌนิดาคะ รบกวนเข้าประชุมด่วนกับลูกค้ารายใหม่ที่ห้องประชุมใหญ่
ด้วยค่ะ”) เสียงปลายสายคือเลขานุการของผู้บริหาร
(“ตอนนี้เลยเหรอคะ?”)
(“ใช่ค่ะ ตอนนี้เลย”)
(“ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันไป”) เฌนิดาวางสาย ก่อนรีบหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะขึ้นมา แล้วเดินกึ่งวิ่งตรงไปยังห้องประชุมทันที
เมื่อมาถึงหน้าห้อง เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนยกมือเปิดประตู แต่ทันทีที่ประตูเปิดออก ร่างของเธอกลับชะงักค้างอยู่ตรงนั้น ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างอย่างตกใจ
เพราะภาพที่อยู่ตรงหน้า...คือผู้ชายที่เธอพยายามหนีมาตลอด เวไทยนั่งอยู่หัวโต๊ะในชุดสูทเรียบหรู ใบหน้าคมนิ่งสงบ ราวกับการได้พบเธอที่นี่เป็นเพียงเรื่องบังเอิญ
แต่สายตาคมที่มองตรงมายังเธอกลับทำให้หัวใจของเฌนิดากระตุกวูบ เวไทย...อดีตสามีของเธอ และผู้ชายคนเดียวกับที่เธอเพิ่งหนีออกมาจากห้องเมื่อคืนนี้
หญิงสาวกำแฟ้มในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว พลางคิดในใจ เขามาที่นี่ได้ยังไง...
เฌนิดาสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามเก็บความตกใจเอาไว้ ก่อนฝืนยิ้มแล้วเดินเข้าไปในห้องประชุม เธอเลือกนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเวไทย โดยพยายามไม่สบตาเขา
“คุณเวไทยครับ นี่คุณเฌนิดา คนที่คุณต้องการให้เข้าร่วมประชุมในวันนี้ครับ”
เลขานุการของบริษัทแนะนำหญิงสาวให้ชายหนุ่ม
เฌนิดายกมือไหว้ตามมารยาท
“สวัสดีค่ะ คุณเวไทย” น้ำเสียงของเธอพยายามทำให้เป็นปกติที่สุด ราวกับพวกเขาไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
เวไทยมองเธอนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับ
“สวัสดีครับ คุณเฌนิดา” น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งจนแทบจับความรู้สึกไม่ได้
แต่คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกลับรู้ดีว่า...ผู้ชายคนนี้ไม่ได้มาที่นี่เพราะเรื่องงานเพียงอย่างเดียวแน่นอน
บรรยากาศการพูดคุยรายละเอียดของงานดำเนินไปตามปกติ ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและพูดคุยถึงรายละเอียดต่าง ๆ อย่างเป็นมืออาชีพ
แม้ภายในใจของเฌนิดาจะเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน แต่เธอก็พยายามเก็บอาการและทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ราวกับชายตรงหน้าเป็นเพียงลูกค้ารายหนึ่งที่เธอเพิ่งพบเป็นครั้งแรก
ไม่นานการประชุมก็สิ้นสุดลง เมื่อทุกคนเริ่มเก็บเอกสารและเตรียมตัวออกจากห้อง เวไทยกลับเอ่ยขึ้นทันที
“หลังจากประชุมจบแล้ว ผมขออนุญาตคุยรายละเอียดเพิ่มเติมกับคุณเฌนิดาเป็นการส่วนตัวสักครู่ สะดวกไหมครับ?”
เฌนิดาชะงักไปเล็กน้อย เธอเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะรีบหลบสายตา
“เอ่อ...รายละเอียดเรื่องงานเหรอคะ?”
เวไทยมองเธอนิ่ง ๆ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ครับ เรื่องงาน” คำตอบสั้น ๆ นั้นทำให้เฌนิดาไม่สามารถปฏิเสธเขาได้
เพราะเธอรู้ดีว่าเขากำลังจะพูดเรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่องงานอย่างแน่นอน แต่เธอก็ไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากข่มความรู้สึกที่กำลังวุ่นวายอยู่ภายในใจ ก่อนก้มหน้าลงแล้วตอบรับเบา ๆ
“ได้ค่ะ” ทั้งที่ในใจของเธอกลับรู้ดีว่า...การอยู่ตามลำพังกับเวไทยครั้งนี้ คงไม่จบลงด้วยเรื่องงานอย่างแน่นอน
