บทที่ 6 เขาตั้งใจไปเจอ
เวไทยเดินออกจากบริษัทของเธอด้วยสีหน้าที่ดูเหมือนพอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ในวันนี้ ชายหนุ่มก้าวขึ้นรถ ก่อนจะเหลือบมองอาคารสำนักงานด้านหลังผ่านกระจก รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากเขา
“ครั้งนี้...เธอหนีฉันไม่ได้อีกแล้วนะ เฌนิดา”
“คุณเวไทยจะไปที่ไหนต่อไหมครับ หรือกลับบริษัทเราครับ?”
เวไทยนิ่งไปครู่หนึ่ง สายตาคมทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง ก่อนจะนึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมา เตชิต...เด็กชายวัยห้าขวบ
ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“ไม่กลับบริษัท”
คนขับหันมามองผ่านกระจก “แล้วจะไปที่ไหนครับ?”
เวไทยเหลือบมองข้อมูลในโทรศัพท์อีกครั้ง ก่อนตอบสั้น ๆ
“ไปโรงเรียน”
“โรงเรียน?”
“ใช่”
เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนพูดชื่อสถานที่ออกมา “ฉันอยากเจอเด็กคนนั้น”
เวไทยตอบเพียงเท่านั้น ก่อนจะเก็บโทรศัพท์ลง แต่ในใจกลับมีคำถามหนึ่งผุดขึ้นมา
อีกครั้ง
เด็กคนนั้น...จะหน้าตาเป็นอย่างไร?
ส่วนเฌนิดาหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้...สิ่งหนึ่งที่เธอรู้ดีคือ เวไทยคงไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ไปง่าย ๆ และยิ่งเขาเริ่มเข้ามาใกล้ชีวิตของเธอมากขึ้นเท่าไร ความลับบางอย่างที่เธอพยายามเก็บเอาไว้ตลอดหลายปี...ก็ยิ่งมีโอกาสถูกเปิดเผยมากขึ้นเท่านั้น
เฌนิดานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุบตาลงมองเอกสารตรงหน้า เธอพยายามทำงานต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เธอไม่รู้เลยว่า...เวลาห้าปีที่เคยคิดว่านานพอ จะยังช่วยปกป้องความลับนั้นได้อีกหรือไม่
เวไทยเดินทางมาถึงโรงเรียนตามข้อมูลที่สืบมา ชายหนุ่มเดินเข้าไปด้านใน ก่อนตรงไปยังฝ่ายธุรการและขอพบเด็กชายที่ชื่อเตชิตทันที เขาไม่รู้ว่าการมาที่นี่จะได้คำตอบอะไรหรือไม่ คิดเพียงแต่บางที...การได้พูดคุยกับเด็กคนนี้ อาจทำให้เขารู้เรื่องราวของ
เฌนิดาเพิ่มมากขึ้น อย่างน้อยเขาก็อยากรู้ว่า ตลอดห้าปีที่ผ่านมา เธอใช้ชีวิตอย่างไร
“สวัสดีครับคุณครู” เวไทยเอ่ยทักเมื่อเห็นคุณครูเดินเข้ามาหา
“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าผู้ปกครองมาติดต่อเรื่องอะไรคะ?”
“ผมอยากพบเด็กที่ชื่อ...เตชิตครับ”
คุณครูชะงักเล็กน้อย ก่อนมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างสงสัย
“ไม่ทราบว่าคุณคือใครคะ?”
เวไทยนิ่งไปทันที คำถามง่าย ๆ แต่กลับทำให้เขาตอบไม่ออก เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายสถานะของตัวเองกับเด็กคนนี้อย่างไร
เขาเป็นอะไรกับเตชิต?
พ่อก็ไม่ใช่...ญาติก็ไม่ใช่...และถ้าบอกว่าเป็นอดีตสามีของแม่เด็ก คุณครูก็คงยิ่งสงสัยว่ามาติดต่อเด็กด้วยเรื่องอะไร
เวไทยกระแอมเบา ๆ ก่อนตอบอย่างสุขุม
“เอ่อ...ผมเป็น...” ชายหนุ่มหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเลือกคำตอบที่คิดว่าน่าจะ
ง่ายที่สุด
“ผมเป็นญาติห่าง ๆ ครับ” เวไทยตอบออกไปอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด ก่อนจะยกถุงขนมและของเล่นที่ถือมาด้วยขึ้นมาให้คุณครูดู
“พอดีผมผ่านมาทางนี้ เลยแวะซื้อขนมกับของเล่นมาฝากเขาครับ”
คุณครูก้มมองถุงในมือของชายหนุ่ม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง
“อ๋อ...อย่างนั้นเองเหรอคะ”
“ครับ” เวไทยพยักหน้ารับอย่างใจเย็น ทั้งที่ภายในใจกลับลุ้นว่าคุณครูจะถาม
อะไรต่อ
หลังจากนั้นไม่นาน คุณครูก็พยักหน้า
“ถ้าอย่างนั้นรอสักครู่นะคะ เดี๋ยวครูไปตามเตชิตมาให้ค่ะ”
“ขอบคุณครับ” เวไทยเอ่ยตอบ
อีกไม่นาน...เขาก็จะได้เห็นเด็กชายที่ชื่อเตชิตแล้ว เวไทยเดินไปนั่งรอที่โต๊ะด้วยความรู้สึกใจจดใจจ่ออย่างประหลาด
ไม่นานนัก คุณครูก็พาเด็กชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเขา
“สวัสดีครับคุณลุง” เสียงใส ๆ ของเด็กชายทำให้เวไทยค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น
ทันทีที่สายตาของเขาสบเข้ากับใบหน้าเล็ก ๆ ตรงหน้า ชายหนุ่มกลับนิ่งค้างไป
ดวงตาคู่นั้น...ใบหน้ารวมถึงรอยยิ้มบางอย่างที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด
เวไทยมองเด็กชายตรงหน้าอยู่นาน ราวกับกำลังพยายามนึกว่าเคยเห็นใบหน้าแบบนี้ที่ไหนมาก่อน หัวใจของเขากลับเต้นแรงขึ้นโดยไม่มีเหตุผล เด็กคนนี้...ทำไมถึงดูคุ้นตาอย่างน่าประหลาด
“คุณลุงครับ?” เสียงเรียกของเด็กชายทำให้เวไทยได้สติ เขากะพริบตาช้า ๆ ก่อนจะมองเด็กตรงหน้าอีกครั้ง
“ครับ...” เวไทยรีบตอบกลับทันที ก่อนจะมองเด็กชายตรงหน้าด้วยสายตาที่พยายามเก็บความรู้สึกบางอย่างเอาไว้
“สวัสดีครับ” เด็กชายยกมือไหว้อย่างน่ารักอีกครั้ง
เวไทยมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเด็กตรงหน้าคือใคร
“เตชิตใช่ไหมครับ?”
เด็กชายพยักหน้ารับทันที “ครับผมเตชิน...หรือแม่เรียกอีกชื่อว่า ลูกชิดครับ”
เวไทยเผลอยิ้มบาง ๆ ออกมาโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะรีบหยิบถุงขนมและของเล่น
ที่เตรียมมาด้วยยื่นให้เด็กชายตรงหน้า
“นี่ครับ เตชิต...ลุงซื้อมาฝาก”
เด็กชายรับถุงนั้นมาอย่างงุนงง ก่อนก้มมองของในมือ แล้วเงยหน้าขึ้นมองเวไทยอีกครั้ง แววตาของเด็กชายเต็มไปด้วยความสงสัย เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกคุ้นเคยกับผู้ชายตรงหน้าราวกับเคยรู้จักกันมาก่อน ทั้งที่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้พบกัน
เตชิตมองใบหน้าของเวไทยอยู่นาน ก่อนจะเอ่ยถามออกมาอย่างไร้เดียงสา
“คุณลุง...เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่าครับ?”
เวไทยชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบาง ๆ
“ลุงว่า...เราเพิ่งเจอกันครั้งแรกนะครับ”
เตชิตยังคงมองหน้าเขา ก่อนจะพูดออกมาอย่างไร้เดียงสา
“แต่ผมรู้สึกคุ้นหน้าคุณลุงจังเลยครับ”
เวไทยนิ่งไปชั่วขณะ คำพูดของเด็กชายกลับทำให้หัวใจเขากระตุกอย่างประหลาด
แต่คำถามนั้นกลับไม่ได้ทำให้เตชิตสนใจคำตอบจากเวไทยมากนัก เด็กชายหันไปสนใจถุงขนมและของเล่นในมือมากกว่า
ขณะที่เตชิตกำลังก้มสำรวจของในถุง เวไทยจึงถือโอกาสเอ่ยถามบางอย่างขึ้น
“เตชิตครับ...ลุงขอถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ?”
เด็กชายเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย
“ได้ครับ”
“ตอนนี้เตชิตอยู่กับใครครับ?”
เด็กชายหน้าขึ้นตอบอย่างไร้เดียงสา “อยู่กับแม่ครับ”
เวไทยนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะถามต่อ “แล้ว...ที่บ้านมีใครอีกไหมครับ?”
เตชิตส่ายหน้า “ไม่มีครับ มีแค่ผมกับแม่”
คำตอบของเตชิตทำให้เวไทยยิ้มกว้างขึ้นอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว
“คุณเวไทยคะ หมดเวลาแล้วค่ะ เดี๋ยวครูต้องพาน้องเตชิตกลับเข้าห้องเรียน
แล้วค่ะ” คุณครูเอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาหา
เวไทยพยักหน้ารับ ก่อนหันไปมองเด็กชายอีกครั้ง “ครับ งั้นตั้งใจเรียนนะเตชิต”
“ครับคุณลุง” เตชิตยิ้มให้เขา ก่อนจะลุกเดินตามคุณครูกลับไปที่ห้องเรียน
เวไทยมองตามอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มบาง ๆ ออกมาโดยไม่รู้ตัว
