บทที่ 7 เล่าให้แม่ฟัง
เวไทยมองตามหลังเด็กชายที่เดินออกไปจนลับสายตา ก่อนจะลุกขึ้นและเดินกลับไปที่รถ ชายหนุ่มเปิดประตูขึ้นนั่ง ก่อนเอ่ยกับคนขับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“กลับบริษัท” รถเคลื่อนออกจากโรงเรียนทันที แต่ภาพใบหน้าของเด็กชายเมื่อครู่กลับยังคงติดอยู่ในความคิดของเขาไม่หายไปไหน
เวไทยมองออกไปนอกหน้าต่างรถ พลางคิดทบทวนสิ่งที่ได้รู้ในวันนี้ อย่างน้อยเขาก็ได้รู้เรื่องของเธอเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่าง
เฌนิดาอยู่กับลูกเพียงลำพัง
แล้วพ่อของเด็กอยู่ที่ไหน?
ทำไมถึงปล่อยให้เธอกับลูกอยู่กันเพียงสองคน?
คำถามนั้นวนเวียนอยู่ในหัวของเขา ก่อนที่แววตาคมจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นจริงจัง
ดูเหมือนว่า...เรื่องของเฌนิดาจะมีอะไรที่เขายังไม่รู้อีกมากทีเดียว
ช่วงเย็นเฌนิดาเดินทางมารับลูกชายที่โรงเรียนตามปกติ ทันทีที่เห็นแม่ เตชิตก็รีบวิ่งเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะจับมือเธอเอาไว้แน่น
“แม่ครับ วันนี้มีคุณลุงมาหาผมด้วย”
เฌนิดาชะงักเล็กน้อย ก่อนก้มลงมองลูกชาย “คุณลุง?”
“ครับ คุณลุงซื้อขนมกับของเล่นมาให้ผมด้วย” เตชิตพูดด้วยน้ำเสียงสดใส ก่อนจะชูถุงของในมือให้แม่ดู
“แม่ครับ คุณลุงคนนี้ใจดีมากเลยนะครับ ซื้อขนมกับของเล่นมาให้ผมด้วย”
เฌนิดามองถุงในมือลูก ก่อนจะถามขึ้นทันที
“คุณลุงเป็นใครครับ? ลูกเคยเห็นมาก่อนหรือเปล่า?”
“อืม...ผมก็นึกไม่ออกครับแม่ว่าเคยเจอคุณลุงที่ไหน แต่พอเห็นหน้าคุณลุงแล้ว ผมรู้สึกคุ้น ๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่ผมนึกไม่ออกครับ”
หัวใจของเฌนิดากระตุกวูบ เธอพยายามเก็บสีหน้าเอาไว้ ก่อนจะถามต่อเบา ๆ
“แล้วเขามาหาลูกทำไม? คุณลุงได้บอกไหมครับ?”
“คุณลุงบอกว่าผ่านมาทำงานแถวนี้ครับ เลยแวะซื้อขนมกับของเล่นมาฝากผม”
เฌนิดานิ่งไป ผ่านมาทำงานแถวนี้งั้นเหรอ...เธอรู้ดีว่าเวไทยไม่ได้มาที่โรงเรียนเพราะเรื่องงานอย่างแน่นอน
สีหน้าของหญิงสาวเปลี่ยนไปทันที ความกังวลที่พยายามกดเอาไว้ตั้งแต่ช่วงบ่ายกลับถาโถมเข้ามาอีกครั้ง เขาไม่ได้แค่ตามมาหาเธอถึงที่ทำงาน แต่ยังตามมาถึงโรงเรียนของลูกเธออีก
เฌนิดากำมือแน่น ก่อนจะมองลูกชายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวล
“เวไทย...คุณกำลังจะทำอะไรกันแน่?”
ระหว่างทางกลับบ้าน เฌนิดาเอาแต่คิดทบทวนเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้ตลอดทาง ตั้งแต่เวไทยมาหาเธอที่บริษัท...จนถึงการที่เขาไปพบลูกชิดที่โรงเรียน ยิ่งคิดก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกกังวลอย่างบอกไม่ถูก
กระทั่งรถแล่นมาถึงบ้าน เฌนิดาจึงพยายามสลัดความคิดเหล่านั้นออกจากหัว เธอเก็บข้าวของ ก่อนจะเดินเข้าบ้านและตรงเข้าไปในครัวเพื่อเตรียมทำอาหารเย็น แต่ไม่ว่าจะพยายามทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแค่ไหน...ภาพของเวไทยในวันนี้ก็ยังวนเวียนอยู่ในหัวของเธอไม่หาย
“ลูกชิดครับ มากินข้าวได้แล้วลูก”
“ครับแม่” เตชิตเดินมานั่งลงที่โต๊ะอาหาร ก่อนจะเริ่มกินข้าวตามปกติ
ระหว่างที่นั่งกินข้าว เฌนิดาแอบมองลูกชายเป็นระยะ สีหน้าของเธอยังคงเต็มไปด้วยความกังวล สุดท้ายจึงเอ่ยขึ้น
“ลูกชิดครับ ถ้าลุงคนนั้นมาหาอีก...หรือมาถามอะไรเกี่ยวกับเรา ลูกอย่าบอกอะไรเขานะครับ”
เตชิตเงยหน้าขึ้นมองแม่ด้วยความสงสัย “ทำไมครับแม่?”
เฌนิดานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มบาง ๆ ให้ลูก
“ไม่มีอะไรหรอกครับ แม่แค่ไม่อยากให้ลูกคุยกับคนแปลกหน้า”
เตชิตทำหน้าสงสัย “แต่คุณลุงใจดีนะครับ ซื้อขนมกับของเล่นให้ผมด้วย”
เฌนิดาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะครับ ถ้าคุณลุงมาถามอะไรอีก ลูกมาบอกแม่ก่อนนะ”
“ครับแม่” เตชิตพยักหน้ารับ ก่อนจะก้มหน้ากินข้าวต่ออย่างไม่ติดใจ แต่เฌนิดากลับนั่งมองลูกชายเงียบ ๆ เพราะเธอรู้ดีว่า...เวไทยคงไม่ใช่แค่คนแปลกหน้าที่บังเอิญผ่านมาอย่างแน่นอน
หลังจากกินข้าวเสร็จเฌนิดาเก็บจานไปล้าง ส่วนเตชิตก็เดินไปเล่นอยู่ในห้องนั่งเล่นตามปกติหลังกินข้าวเสร็จ
หญิงสาวมองลูกชายเป็นระยะ ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ เรื่องของเวไทยยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอไม่หยุด
โดยเฉพาะสายตาของเขาในวันนี้...และการที่เขาถึงขั้นไปพบลูกชิดที่โรงเรียน
เฌนิดาไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรจากเธอกันแน่ แต่สิ่งหนึ่งที่เธอมั่นใจคือเวไทยกำลังเริ่มสงสัยอะไรบางอย่าง หญิงสาวถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะหลับตาลง
ห้าปีที่ผ่านมา...เธอคิดว่าทุกอย่างจบไปแล้ว แต่ดูเหมือนว่าอดีตที่เธอพยายามทิ้งไว้ข้างหลัง กำลังจะย้อนกลับมาอีกครั้ง เฌนิดาถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะพึมพำกับตัวเอง “ไม่น่าเผลอโทรไปหาเขาเลย...”
ถ้าเมื่อคืนเธอไม่เมาจนขาดสติ เรื่องทั้งหมดก็คงไม่เกิดขึ้น และเวไทยก็คงไม่กลับเข้ามาในชีวิตของเธออีกครั้ง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า...เธอจะไม่มีทางถอยกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมได้อีกแล้ว
