บทที่ 8 ใครอีกคนในชีวิตเธอ
“ลูกชิดครับ เลิกเล่นแล้วมาทำการบ้านก่อนลูก” เสียงของเฌนิดาดังขึ้นจากในครัว ขณะที่เด็กชายกำลังนั่งเล่นของเล่นอยู่ในห้องนั่งเล่น
“ครับแม่” เตชิตขานรับอย่างว่าง่าย ก่อนจะรีบเก็บของเล่นแล้วเดินไปหยิบกระเป๋านักเรียน
ไม่นานเด็กชายก็ยกสมุดการบ้านมานั่งที่โต๊ะเล็ก ๆ ข้างแม่ เฌนิดาเดินเข้ามานั่งลงข้าง ๆ พลางเปิดสมุดดู
“วันนี้มีการบ้านอะไรบ้างครับ?”
“มีเขียนตัวหนังสือกับระบายสีครับ”
“เก่งมาก งั้นรียทำให้เสร็จนะ แล้วเดี๋ยวแม่มีรางวัลให้”
“จริงเหรอครับ!” เตชิตเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาเป็นประกาย
เฌนิดาหัวเราะเบา ๆ ก่อนใช้นิ้วแตะหน้าผากลูกชายอย่างเอ็นดู
“จริงครับ แต่ต้องทำให้เสร็จก่อนนะ”
“ครับ!” เด็กชายรีบก้มหน้าทำการบ้านทันที
เฌนิดามองลูกชายด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบศีรษะเขาเบา ๆ
“ขอบคุณนะลูก...ที่เกิดมาเป็นเด็กดีและน่ารักแบบนี้”เธอพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ราวกับกำลังพูดกับตัวเองมากกว่าจะให้ลูกได้ยิน
“ถ้าไม่มีลูก...วันนั้นแม่คงสู้มาไม่ได้ถึงขนาดนี้” เฌนิดามองใบหน้าเล็ก ๆ ของลูกชายด้วยแววตาอ่อนโยน
ลูกคือเหตุผลที่ทำให้เธอเข้มแข็งมาจนถึงวันนี้ คำพูดของเฌนิดาทำให้ความทรงจำเมื่อห้าปีก่อนย้อนกลับมาอีกครั้ง
ห้าปีก่อน...
วันที่เธอยังใช้ชีวิตคู่กับเวไทย เธอยังจำได้ดีถึงวันที่แม่ของเวไทยมาหาเธอถึงบ้าน
“เฌนิดา...ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับเธอ” น้ำเสียงของหญิงวัยกลางคนไม่ได้มีความโกรธ แต่กลับเต็มไปด้วยความจริงจัง
“เวไทยกำลังจะมีอนาคตที่ดี เขากำลังสร้างธุรกิจ และกำลังจะก้าวไปได้ไกลกว่านี้”
เฌนิดานิ่งฟังอย่างเงียบ ๆ
“แต่...ตั้งแต่แต่งงานกับเธอ เขากลับต้องแบ่งเวลาให้ครอบครัว จนงานของเขา
ช้าลง”
หญิงสาวกำมือแน่นขึ้นเล็กน้อย เธอคิดตามคำพูดของแม่เวไทย
“ฉันไม่ได้บอกว่าเธอเป็นคนไม่ดี แต่สำหรับฉัน...เธอกำลังกลายเป็นอุปสรรคของลูกชายฉัน”
คำพูดนั้นทำให้หัวใจของเฌนิดาเจ็บแปลบ ก่อนประโยคต่อมาจะยิ่งทำให้เธอแทบหมดแรง
“ฉันขอร้องเถอะนะเฌนิดา...ถ้าเธอรักเวไทยจริง ก็ปล่อยเขาไปเถอะ”
เฌนิดาได้แต่นิ่งไป เพราะในเวลานั้น...เธอไม่รู้เลยว่า เวไทยเองไม่ได้เคยคิดว่าเธอเป็นอุปสรรค และคำพูดของแม่เขาในวันนั้น...กำลังกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความเข้าใจผิดที่ทำให้ชีวิตคู่ของพวกเขาต้องจบลง
เสียงกดกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น ทำให้เฌนิดาสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหลุดออกจากความทรงจำในอดีต เธอกะพริบตาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองทางประตู
“ใครมาครับแม่?” เตชิตเงยหน้าขึ้นจากสมุดการบ้านด้วยความสงสัย
เฌนิดาส่ายหน้าเบา ๆ “แม่ก็ไม่รู้เหมือนกันครับ เดี๋ยวแม่ไปดูเอง”
หญิงสาวลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนเดินตรงไปยังประตูบ้าน เมื่อเปิดประตูออก...ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็ส่งยิ้มให้เธอทันที
“สวัสดีครับเฌนิดา”
“อ้าวสวัสดีค่ะ อนุชา”
“พอดีผมผ่านมาคุยงานกับลูกค้าแถว ๆ บ้านคุณ เลยแวะซื้อขนมมา
ฝากลูกชิดครับ” อนุชายกถุงขนมในมือขึ้นเล็กน้อย พร้อมรอยยิ้ม
“อ๋อ...ขอบคุณค่ะ” เฌนิดารับถุงขนมมาถือไว้ ก่อนจะเอ่ยอย่างเกรงใจ
“เชิญเข้าบ้านก่อนสิคะ”
“ครับ” อนุชายิ้มรับ ก่อนก้าวเข้าไปในบ้านอย่างคุ้นเคย
ทันทีที่เตชิตเห็นคนที่คุ้นเคยเดินเข้ามา ใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มสดใส
“ลุงอนุชา!” เด็กชายรีบวิ่งเข้าไปหาอย่างดีใจทันที
“สวัสดีครับ” เตชิตยกมือไหว้พร้อมรอยยิ้ม
“เป็นไงครับ วันนี้ตั้งใจทำการบ้านหรือเปล่า?”
“ตั้งใจครับ” เด็กชายตอบเสียงใส ก่อนจะรีบยกถุงขนมที่เพิ่งได้มาอวด
“วันนี้ผมก็ได้ขนมเหมือนกันครับ” อนุชาหัวเราะเบา ๆ ก่อนยื่นมือไปลูบศีรษะเด็กชายอย่างเอ็นดู
“งั้นวันนี้มีขนมกินแล้วสิเรา” เตชิตพยักหน้าหงึก ๆ อย่างดีใจ
เฌนิดานั่งมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มบาง ๆ บรรยากาศภายในบ้านค่อย ๆ กลับมาอบอุ่นและผ่อนคลายอีกครั้ง
“อ่อ...ผมลืมไปเลย ยินดีด้วยนะครับหัวหน้าคใหม่”
“ขอบคุณคะ” เธอตอบรับพร้อมยิ้มบาง ๆ
“ไว้เราไปฉลองกันวันไหนดีครับ ผมเป็นเจ้ามือเอง”
อนุชาหันไปถามเด็กชาย “ไปไหมครับเตชิต?”
“ไปครับลุง!” เตชิตตอบทันทีอย่างดีใจ
“อยากกินอะไร ร้านไหนบอกลุงได้เลยนะครับ”
“จริงเหรอครับ?”
“จริงสิครับ ไว้ลุงพาไป”
เตชิตยิ้มกว้างอย่างถูกใจ ก่อนจะหันกลับไปทำการบ้านต่อ
เฌนิดามองลูกชายแล้วอมยิ้ม ก่อนหันไปมองอนุชา
“ขอบคุณนะคะ แต่ไม่ต้องตามใจลูกชิดมากขนาดนี้ก็ได้ค่ะ”
“ไม่เป็นไรครับ ถือว่าเป็นการแสดงความยินดีกับหัวหน้าคนใหม่ก็แล้วกันครับ”
“ขอบคุณนะคะ อนุชา” เฌนิดายิ้มให้อย่างจริงใจ
“คุณใจดีกับเราสองคนแม่ลูกมาก ๆ เลยนะคะ” อนุชายิ้มบาง ๆ ก่อนมองเธอและเตชิตด้วยสายตาอ่อนโยน
“ก็ผมแค่อยากเห็นคุณกับลูกมีความสุขนี่ครับ”
เฌนิดานิ่งไปเล็กน้อยกับคำตอบนั้น ก่อนจะยิ้มบาง ๆ แล้วพยักหน้ารับ
“ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ”
นอกจากเธอจะมีเพียงลูกชายที่เป็นกำลังใจสำคัญแล้ว ตลอดห้าปีที่ผ่านมา
เฌนิดายังมีอนุชาที่คอยช่วยเหลือเธอในหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นวันที่เธอมีปัญหาเรื่องงาน วันที่ลูกชิดไม่สบาย หรือแม้แต่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน อนุชามักจะยื่นมือเข้ามาช่วยอยู่เสมอ
สำหรับเฌนิดา...เขาเป็นคนที่เธอรู้สึกขอบคุณและไว้ใจมากคนหนึ่งในชีวิต โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า...สำหรับอนุชาแล้ว ความรู้สึกที่มีต่อเธอนั้นมากกว่าคำว่าเพื่อนมา
นานแล้ว
อนุชาหันไปมองนาฬิกา ก่อนจะเอ่ยขึ้น “ดึกแล้วครับ ผมคงต้องขอตัวกลับก่อน”
“ค่ะ ขอบคุณสำหรับวันนี้นะคะ” เฌนิดาเดินออกมาส่งเขาที่หน้าบ้าน
ก่อนขึ้นรถ อนุชาหันกลับมายิ้มให้เธอ“พรุ่งนี้ผมมารับนะครับ”
“มารับ?”
“ครับ เราไปฉลองกันไง ผมยังไม่ลืมนะ”
เฌนิดาหัวเราะเบา ๆ “ได้ค่ะ งั้นพรุ่งนี้เจอกันนะคะ”
“ครับ พรุ่งนี้เจอกัน” อนุชายิ้ม ก่อนขึ้นรถและขับออกไป
เฌนิดายืนมองจนรถลับสายตา ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในบ้าน พร้อมรอยยิ้มบาง ๆ
