บทที่ 9 บริษัทของเวไทย

เช้าวันต่อมาที่บริษัทใหญ่แห่งหนึ่งในใจกลางเมือง

“สวัสดีครับคุณเวไทย” “สวัสดีค่ะคุณเวไทย” เสียงพนักงานเอ่ยทักทายชายหนุ่มตลอดทางที่เขาเดินผ่าน

เวไทยพยักหน้ารับเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปในบริษัทตามปกติ สีหน้าของเขายังคงเรียบนิ่งเหมือนทุกวัน แต่ภายในใจกลับมีเรื่องบางอย่างที่ยังคงติดอยู่ในความคิด...

เด็กชายคนนั้น...และเฌนิดา

“คุณเวไทยครับ” เสียงผู้ช่วยดังขึ้น ทำให้เขาหยุดความคิดลง

“วันนี้คุณมีประชุมช่วงเช้ากับทีมผู้บริหารครับ ส่วนช่วงบ่ายมีนัดรับประทานอาหารกับลูกค้าต่างประเทศครับ” เวไทยพยักหน้ารับ ก่อนเดินต่อไปยังห้องทำงาน

“ครับ เดี๋ยวช่วงเช้าผมเข้าประชุมตามกำหนด”

“แล้วตอนเย็นล่ะครับ?”

ผู้ช่วยเปิดตารางนัดหมายในมือ ก่อนตรวจสอบอีกครั้ง

“ตอนเย็นไม่มีนัดที่ไหนครับ” เวไทยพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนเดินเข้าห้องทำงาน

แต่ยังไม่ทันที่ผู้ช่วยจะเดินตามออกไป ชายหนุ่มก็เอ่ยขึ้น

“ดี...” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเหลือบมองนาฬิกาบนข้อมือเย็นนี้เขามีบางอย่างที่อยากทำอยู่แล้ว จังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้น

ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก...

“เข้ามา” ประตูเปิดออก ก่อนที่หญิงสาวคนหนึ่งจะก้าวเข้ามาภายในห้อง

“สวัสดีค่ะคุณเวไทย”

เวไทยเงยหน้ามองหญิงสาวตรงหน้า ก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“มาหาผมทำไมแต่เช้า?”

พิมพ์พิชายิ้มบาง ๆ ก่อนเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน “พิมพ์ไม่มีอะไรค่ะ...”

เธอหยุดเล็กน้อย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

“แค่คิดถึงคุณค่ะ เวไทย”

ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ “พิมพ์...ผมกำลังทำงาน”

“รู้ค่ะ แต่คิดถึงนี่คะ ห้ามกันได้ด้วยเหรอ?”

“คุณก็รู้ว่าผมยุ่ง ผมไม่มีเวลามาเล่นกับคุณหรอก” เวไทยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะก้มกลับไปมองเอกสารตรงหน้า

“คุณกลับไปเถอะ”

พิมพ์พิชามองหน้าเขานิ่ง ๆ ก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้าไปหา ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงาน “ทำไมต้องไล่พิมพ์ด้วยคะ?”

เธอหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะ ก่อนจะมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจเล็ก ๆ

“หรือว่าช่วงนี้...คุณมีอะไรให้คิดมากกว่าพิมพ์แล้ว?”

“ผมไม่ได้มีอะไรทั้งนั้นแหละครับ ผมบอกคุณแล้วไงว่าผมต้องทำงาน”

พิมพ์พิชามองเขานิ่ง ๆ เธอรู้ดีว่าเวไทยกำลังพยายามผลักไสเธอออกห่าง

แม้เขาจะหย่ากับเฌนิดามานานถึงห้าปีแล้ว แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา เวไทยก็ไม่เคยแสดงท่าทีสนใจเธอมากไปกว่าคนรู้จัก

“งั้นวันนี้มื้อเที่ยงเราไปทานข้าวกันนะคะ” พิมพ์พิชายิ้มก่อนพูดต่อ

“พิมพ์ไม่ได้ไปทานข้าวกับคุณนานแล้วนะคะ”

“ผมไม่ว่างครับ มีนัดลูกค้า”

“ลูกค้าที่ไหนคะ?”

คำถามนั้นทำให้เวไทยชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าของเขาเริ่มตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“พิมพ์...ผมคิดว่าคุณไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องของผมนะครับ”

“ทำไมพิมพ์จะรู้ไม่ได้คะ?” พิมพ์พิชาถามกลับทันที ดวงตาจับจ้องใบหน้าของเขา

“ก็พิมพ์ไม่ได้เป็นคนอื่นกันสักหน่อย”

เวไทยถอนหายใจ ก่อนวางปากกาลงบนโต๊ะ

“พิมพ์...ผมว่าเราคุยเรื่องนี้กันแล้วนะ”

“แต่พิมพ์ยังไม่เข้าใจค่ะ” เธอขยับตัวเข้าไปใกล้เวไทยอีกนิด

“ทำไมช่วงนี้คุณถึงดูห่างเหินกับพิมพ์นักคะ?”

เวไทยมองเธอนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ

“ผมไม่ได้ห่างเหินครับ แค่ผมมีงานต้องทำ”

“แต่มันไม่เหมือนเมื่อก่อนนี่คะ” พิมพ์พิชามองเขาอย่างจับสังเกต

“หรือว่ามีอะไรเปลี่ยนไป?”

เวไทยขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเอนตัวพิงเก้าอี้แล้วเอ่ยขึ้น

“พิมพ์อย่าคิดมากเลยครับ ไม่มีอะไรทั้งนั้น”

“แน่ใจนะคะ?” หญิงสาวยังคงไม่ละสายตาจากเขา

“แน่ใจครับ” เวไทยตอบสั้น ๆ ก่อนหยิบเอกสารขึ้นมาอีกครั้ง เป็นสัญญาณชัดเจนว่าเขาไม่ต้องการพูดเรื่องนี้ต่อ

แต่พิมพ์พิชายังคงยืนอยู่ที่เดิม เธอรู้สึกได้ว่า...เวไทยกำลังปิดบังอะไรบางอย่างจากเธอ

“หรือคุณมีคนอื่น...นอกจากพิมพ์คะ?”

เวไทยเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนตอบทันที “ไม่มีครับ”

เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ผมไม่มีใคร และไม่คิดจะมีใครด้วยครับ พอใจคุณหรือยัง?”

พิมพ์พิชานิ่งไปเล็กน้อย แม้คำตอบจะทำให้เธอสบายใจขึ้น แต่ท่าทีของเขากลับทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจอยู่ลึก ๆ

“ค่ะ...พิมพ์พอใจแล้ว” เธอยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น

“ถ้าคุณพอใจในคำตอบของผมแล้ว งั้นรบกวนคุณกลับไปได้แล้วครับ ผมจะทำงานต่อ”

“ได้...พิมพ์กลับก็ได้”

“แต่คุณต้องรับปากพิมพ์ก่อนนะคะว่าเย็นนี้จะไปทานข้าวกับพิมพ์”

เวไทยเงยหน้าขึ้นจากเอกสาร มองเธอนิ่ง ๆ อยู่ครู่หนึ่ง

“ผมบอกแล้วไงครับว่าเย็นนี้ผมมีธุระ”

“ธุระอะไรคะ?”

เวไทยถอนหายใจอย่างเริ่มหมดความอดทน “พิมพ์...”

“แค่ทานข้าวด้วยกันเองนะคะ นานแล้วที่เราไม่ได้ไปด้วยกัน”

พิมพ์พิชามองเขาด้วยสายตาอ้อนวอน ก่อนจะพูดต่อ

“ถือว่าพิมพ์ขอได้ไหมคะ?”

ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ “ผมจะดูอีกทีครับ”

“แปลว่ามีโอกาสใช่ไหมคะ?”

เวไทยไม่ได้ตอบ เพียงก้มกลับไปสนใจเอกสารตรงหน้า

พิมพ์พิชายิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกจากห้องไป แต่ทันทีที่ประตูปิดลง รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็ค่อย ๆ จางหาย เธอรู้สึกได้ว่า...มีบางอย่างกำลังเปลี่ยนไปในตัวเวไทย

หลังจากพิมพ์พิชาเดินออกจากห้องไป เวไทยถึงกับถอนหายใจออกมาแรง ๆ

“ไปสักที...” เขาเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ก่อนจะนึกถึงเหตุผลที่พิมพ์พิชากลับมาให้ความสนใจเขาอีกครั้ง

เขารู้ดีว่าเป็นเพราะอะไร วันนี้เขามีธุรกิจใหญ่โต มีชื่อเสียง และมีหน้ามีตาในสังคม ต่างจากเมื่อก่อนที่เขายังไม่มีอะไรเป็นของตัวเอง ในตอนนั้น...พิมพ์พิชาแทบไม่เคยมองเขาเลยด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้กลับเป็นฝ่ายพยายามเข้าหาเขาไม่หยุด เวไทยหัวเราะเบา ๆ ก่อนส่ายหน้า “คนเรา...เปลี่ยนกันง่ายจริง ๆ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป