บทที่ 10 ขอเอาหน่อย

ตอนที่ 10

ขอเอาหน่อย

“ก็ต้องทำตัวให้ดูใส ๆ ไว้สิมัดหมี่…เผื่อจะได้กลับไปเป็นคนดีในสายตาคนอื่น”

เพียงฝันนิ่งปลายนิ้วกดสันหนังสือแน่นจนเล็บจิกกระดาษ หัวใจเหมือนถูกกดด้วยก้อนหิน

มัดหมี่ก้าวชิดเข้ามาอีกนิดก้มลงกระซิบใกล้หู น้ำเสียงแผ่วแต่แหลมคมเหมือนคมมีด

“บอกแล้วไง นอกจากฉันก็ไม่มีใครทนคบกับเธอได้แล้ว”

เพียงฝันเม้มปากจนสั่น กำมุมหนังสือแน่นเหมือนจะฉีกมันเป็นชิ้น แต่เธอยังนั่งนิ่งปล่อยให้เสียงหัวเราะเยาะไกลออกไปกับเงาหลังพวกนั้น

ไม่นานเสียงหัวเราะห้าว ๆ ดังมาจากอีกฟากทางเดินเหมือนคำสาป คอปเตอร์ก้าวนำมากับกลุ่มเพื่อนสนิท ไทเกอร์กับพอชทั้งสามใส่เสื้อช็อปวิศวะ

เสียงสนทนาของชายหนุ่มดังขึ้นพร้อมฝีเท้าหนักที่ก้องในโสตประสาท

“มึงแม่งสายทุกวันเลยนะไอ้คอป”

ไทเกอร์พูดพรางหัวเราะ

คอปเตอร์ไม่ตอบ ดวงตาคมกริบมองตรงไปข้างหน้า จนกระทั่งสายตาคมสะดุดเข้ากับเงาร่างหนึ่งที่กำลังก้าวมาจากอีกทาง

เพียงฝันเงยหน้าชั่วเสี้ยววินาที และโลกเหมือนหยุดหมุนเมื่อดวงตาของเธอปะทะกับสายตาเย็นเฉียบของเขา

เธอรีบเบือนสายตาก้าวเร็วขึ้นแต่เสียงรองเท้าหนังของเขากับเสียงหัวเราะเพื่อนกลับชัดเจนขึ้นทุกที

“เฮ้ย คนนั้นไม่ใช่…”

ไทเกอร์กระซิบยิ้มมุมปาก แต่เสียงคอปเตอร์ก็ตัดขึ้นเรียบเย็นทันที

“หุบปาก ถ้าไม่อยากโดนกูซัด”

สองเพื่อนเงียบกริบในเสี้ยววินาที บรรยากาศหนักขึ้นทันทีเมื่อร่างสูงของคอปเตอร์ก้าวสวนเพียงฝัน ความต่างของอุณหภูมิเหมือนถูกลากผ่านกลางอก

เพียงฝันก้มหน้าต่ำกว่าเดิม มือกำสายกระเป๋าแน่นจนสั่น ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบมีเพียงเสียงฝีเท้าสองจังหวะที่เคลื่อนผ่านกันไปโดยไม่มีคำพูดแม้แต่คำเดียว

แต่หลังจากก้าวสวนไปได้สองก้าว คอปเตอร์หยุดเท้าชั่ววินาที สันกรามขบแน่นจนเส้นเลือดขึ้น ก่อนเดินต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปล่อยให้เพียงฝันหายลับไปทางบันได

“เห้ยไอ้เตอร์ น้องคนเมื่อกี้...”

พอชพูดยืนกอดอกพิงเสาข้างตึก

“ใคร”

“ที่มึงมองให้ไอ้เกอร์หุบปาก ถ้าจำไม่ผิดนั่นน้องที่มึงช่วยเมื่อวันก่อนไม่ใช่เหรอ”

“เออ...กูก็ว่าหน้าคุ้น ๆ หุ่นอย่างเอาพอใส่ชุดนักศึกษาแล้วแน่นไปหมดเลยว่ะ”

“อย่ายุ่งกับเธอ”

“ทำไม....หรือว่ามึงกับน้องเขา”

“เปล่า เธอไม่ได้น่าสนใจขนาดนั้น”

“แต่กูชอบว่ะ”

ไทเกอร์พูดขึ้นแบบไม่จริงจังเท่าไหร่นัก

“ถ้ากล้ายุ่งกับเธอก็ลองดู”

“นาน ๆ จะเห็นเห็นมึงจริงจังขนาดนี้”

“ใช่ที่ไหน คืนนี้ไปร้านเดิมกันเถอะ กูเป็นเจ้าภาพเอง”

ตกเย็น

เสียงทีวีในโหมดเบาลอดออกมาเป็นเพียงเสียงแผ่ว ๆ ตัดกับความเงียบรอบห้อง

เพียงฝันนั่งขัดสมาธิบนพรมหน้าโซฟา สวมชุดนอนผ้าฝ้ายสีขาวตัวหลวมที่ทำให้เธอดูเล็กกว่าปกติ ข้างตัวมีถุงขนมเปิดไว้หนึ่งซอง กับแก้วน้ำเย็นที่เริ่มมีหยดไหลเกาะรอบขอบแก้ว

เธอคีบขนมเข้าปากช้า ๆ สายตาจับจ้องหน้าจอทีวีที่กำลังฉายซีรีส์ยามดึก

ไม่นานเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นทำให้หัวใจเธอหล่นวูบทันที ก่อนประตูบานใหญ่ถูกผลักเปิดอย่างแรง กลิ่นแอลกอฮอล์ลอยเข้ามากับลมเย็นจากทางเดิน

เพียงฝันสะดุ้งหันไปทันทีคอปเตอร์ก้าวเข้ามาเต็มความสูง

ร่างใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีดำที่กระดุมบนหลุดหนึ่งเม็ด เผยผิวสันอกแกร่ง กางเกงสแลคเข้ารูปยับนิด ๆ ตามแรงขยับ ข้อมือเสื้อปลดหลวม เผยเส้นแขนแข็งแรงที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดนูน

ใบหน้าคมเรียบ แต่แววตาหนักกว่าทุกครั้งคมกริบแต่พร่าเล็กน้อยเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ เส้นผมยุ่งนิดจากแรงลม กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นวิสกี้ตีเข้ามาแทบทำให้ลมหายใจเธอสะดุด

เพียงฝันลุกพรวดโดยอัตโนมัติ มือเผลอกำชายเสื้อยืดตัวหลวมแน่น

“พี่…เมามาเหรอ”

เสียงเธอสั่นแผ่วราวกับกระซิบ

คอปเตอร์ไม่ตอบในทันที เขาเพียงยกมือปัดคีย์การ์ดลงโต๊ะบาร์ครัว

มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่รู้เรียกว่าหยันหรือเย้ย

“เกี่ยวอะไรกับมึงด้วย”

เพียงฝันชะงัก มือกำแน่นจนข้อนิ้วซีด เธอกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น

“ปะเปล่า…”

เขาก้าวเข้ามาอีกหนึ่งก้าวจนเงาทาบร่างเธอเต็มผืนพรม กลิ่นแอลกอฮอล์ร้อนแรงปะทะปลายจมูก ทำให้เธอเผลอถอยหลังนิดเดียวจนส้นเท้าชนขอบโซฟา

คอปเตอร์กวาดตามองตั้งแต่เส้นผมที่ปล่อยสยายลงบนบ่าจนถึงชุดนอนที่หลวมโคร่งแต่บางพอให้เห็นสัดส่วนราง ๆ ดวงตาคมวาวโรจน์ขึ้นชั่ววินาที ริมฝีปากขยับเอ่ยเสียงต่ำ

“แต่งตัวแบบนี้…มึงอยากลองทดสอบอารมณ์กูหรือไง”

“เปล่าสักหน่อย...”

“แต่กูไม่ไหวแล้ว”

“มะ..หมายความว่ายังไง”

“มึงคิดว่าผู้หญิงผู้ชายอยู่ห้องด้วยกันสองคนเขาทำอะไรกันล่ะ”

“พี่เมามากแล้วนะ...”

“ใช่กูเมา...ขอเอาหน่อย”

“จะบ้ารึไง ไหนบอกไม่กินของซ้ำ”

“กับมึงขอยกเว้นแล้วกัน”

“ฉันกับพี่ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย”

“ไม่ได้เป็นอะไรกันก็เอากันได้...ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยหนิ”

“หยุดพูดอะไรบ้า ๆ สักที”

กลิ่นแอลกอฮอล์ร้อนจัดปะทะปลายจมูก มือใหญ่ทาบลงข้างศีรษะ กักร่างเธอไว้ใต้เงาสูงใหญ่จนไม่มีทางหนี ดวงตาคมกริบที่เมื่อเช้าดูเย็นชา ตอนนี้กลับวาวโรจน์เหมือนไฟที่คุมแทบไม่อยู่

“พี่คอปเตอร์…ปล่อยนะ”

เสียงเธอสั่นพร่า พยายามดันอกเขา แต่เหมือนดันกำแพงหินที่ไม่ขยับแม้เสี้ยวเซนต์

“หยุดดิ้น...ขอหน่อย”

น้ำเสียงอ้อนแต่เหมือนคำสั่ง เขาก้มใบหน้าลงใกล้จนลมหายใจอุ่นผสมกลิ่นเหล้าราดรดริมแก้มเธอ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป