บทที่ 2 ฉันไม่ไหวแล้ว
เสียงเพลงยังคงกระหึ่มทั่วผับ ไฟนีออนกระทบแก้วค็อกเทลที่เรียงรายบนเคาน์เตอร์ราวกับหลอกล่อให้ทุกคนลืมสติ ในมุมหนึ่งที่ผู้คนไม่ทันสังเกต มัดหมี่ กำลังยืนซบไหล่ชายหนุ่มรูปร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีกรมเข้ม วายุแฟนหนุ่มที่เพียงฝันไม่เคยเห็นมาก่อน
ชายหนุ่มหน้าตาคม คิ้วเข้ม ดวงตาแฝงความกร้านโลก ปากกระตุกยิ้มเย็นเมื่อหยิบซองเล็ก ๆ สีขาวออกมาจากกระเป๋า กดลงบนฝ่ามือของมัดหมี่ราวกับกำลังส่งของต้องห้าม
“เอาใส่เหล้าให้เพื่อนเธอกินซะ”
“จะไม่เป็นอะไรจริง ๆ ใช่มั้ย”
เสียงมัดหมี่แผ่วสั่น แต่ดวงตากลับทอแววลังเลปนโลภ
“ไม่เป็นอะไรหรอกพอยาเริ่มออกฤทธิ์เพื่อนฉันจะพามันไปเอง”
วายุตอบเสียงเย็น มุมปากยกยิ้มร้าย
“หยอดนิดเดียวในแก้ว ไม่มีใครจับได้หรอก”
มัดหมี่กำยาซองนั้นแน่น ความคิดหลายอย่างแล่นวนในหัวเงินที่เธอต้องการ ความสัมพันธ์ที่ผูกพันกับผู้ชายตรงหน้า และความรู้สึกหมั่นไส้เพื่อนสนิทที่ดูจะเป็นจุดสนใจทุกครั้งเวลาเดินไปไหนด้วยกัน
“หรือว่าเธอไม่กล้า”
วายุเอียงคอถาม ดวงตาจ้องลึกเหมือนอ่านใจ
มัดหมี่สูดหายใจลึก แสร้งส่งยิ้มมั่นใจ
“ทำไมจะไม่กล้า อุส่าลวงออกมาได้แล้ว แต่แค่กลัวว่าถ้าเธอจับได้ขึ้นมาจะทำไง”
“อย่าห่วงเลย ไม่มีทางจับได้หรอก ถ้าจับได้แล้วมันจะทำอะไรได้ล่ะ เสียตัวให้เพื่อนฉันไปแล้วหนิ เถอะน่า งานนี้เรามีแต่คุ้มกับคุ้ม เธอได้แก้แค้นแถมพวกเรายังได้เงิน”
เขาหัวเราะในลำคอ แฝงความเจ้าเล่ห์
“รู้แล้วหรอกน่า”
มือบางกำซองแน่นราวกับตัดสินใจแล้ว เธอสอดมันลงในกระเป๋าคลัตช์ ก่อนยกมือเกลี่ยผมยาวพลางส่งรอยยิ้มเย้ายวนให้วายุ
“คืนนี้…เพื่อนรักฉันคงได้เปิดซิงซะที”
เสียงกระซิบแผ่วติดริมฝีปากคล้ายคำพิพากษา
“งั้นคืนนี้ก็อย่าลืมไปหาฉันที่ห้องล่ะ”
เสียงเพลง ระเบิดจังหวะกระแทกไปทั่วผับ แสงไฟสลับสีวิบวับทำให้ผู้คนเหมือนหลุดเข้าไปในโลกที่ไร้กฎ
เพียงฝันกับมัดหมี่เบียดตัวฝ่าฝูงชนออกจากฟลอร์ มาหยุดที่โต๊ะเล็กใกล้มุมบาร์ ใบหน้าของเพียงฝันแดงระเรื่อจากเสียงเพลงและบรรยากาศที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน
“แก สนุกโคตร…”
เพียงฝันพูดพลางปัดผมที่หล่นปรกหน้า
มัดหมี่ยิ้มกว้าง มือเอื้อมไปหยิบเมนูค็อกเทลส่งให้
“พักก่อนเพื่อน เดี๋ยวฉันสั่งให้ มาครั้งแรกต้องลองอะไรหวาน ๆ”
เพียงฝันยิ้มรับโดยไม่ทันคิดอะไร
“แกสั่งเลย ฉันเอาตามแก”
ทันทีที่เพื่อนสาวหันไปเรียกบาร์เทนเดอร์ มัดหมี่ล้วงมือเข้ากระเป๋าคลัตช์ นิ้วเรียวสัมผัสซองเล็กที่วายุให้มา หัวใจเต้นรัวจนรู้สึกเสียงดังแข่งกับเพลง
ตอนนี้แหละ ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครเห็น
“ได้สองแก้วค่ะ Sex on the Beach”
เธอบอกเสียงดังแข่งกับจังหวะเพลง ก่อนหันมาส่งยิ้มร่าให้เพียงฝัน
ไม่นาน แก้วค็อกเทลสีสวยถูกยกมาวางตรงหน้า แก้วสูงแต่งด้วยส้มฝานและเชอร์รี่น่าดื่มจนเพียงฝันเผลอกลืนน้ำลาย
มัดหมี่ถือโอกาสโน้มตัวไปข้างหน้า มือข้างหนึ่งยกแก้วตัวเองขึ้นเหมือนจะดูด แต่ปลายนิ้วอีกข้างฉีกซองผงเล็ก ๆ อย่างแนบเนียน หยอดลงในแก้วของเพื่อนสนิทเพียงเสี้ยววินาที ก่อนใช้หลอดคนเบา ๆ
“อ่ะนี่…”
มัดหมี่ยื่นแก้วให้อย่างไม่ให้เพื่อนทันลังเล
เพียงฝันยิ้มกว้าง ยกแก้วขึ้นชนกับของมัดหมี่
“ขอบคุณนะ”
เสียงหัวเราะของทั้งคู่กลบความลับที่กำลังละลายอยู่ในน้ำสีสด กลิ่นแอลกอฮอล์หอมหวานปกปิดยาปลุกเซ็กส์ที่กำลังรอเวลาทำงาน
เพียงฝันยกแก้วขึ้นจรดริมฝีปาก รสหวานผสมขมไหลลงลำคอโดยที่เธอไม่เอะใจเลยแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตทอประกายสนุกสนาน ขณะที่มัดหมี่เพียงยกมุมปากยิ้มบาง
เสียงเพลงยังคงบรรเลงหนักขึ้นเรื่อย ๆ ไฟสีแดงสลับฟ้ากระพริบถี่ราวจะสะกดให้ทุกคนหลงลืมสติ
เพียงฝันยกแก้วค็อกเทลขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดน้ำไหลลงคอพร้อมความร้อนที่แผ่ไปทั่วร่างอย่างรวดเร็ว
เธอหัวเราะกับมัดหมี่อย่างมีความสุข ก่อนจะถูกเพื่อนสาวลากกลับไปกลางฟลอร์อีกครั้ง ร่างเพรียวในเดรสสายเดี่ยวสีดำขยับไปตามจังหวะเหมือนเคย แต่ไม่กี่นาทีต่อมา ความรู้สึกแปลก ๆ ก็แล่นเข้ามาในร่าง
ทำไม…ร้อนจัง หัวมันหมุน
หญิงสาวยกมือแตะขมับ ลมหายใจเริ่มติดขัด หน้าอกขยับถี่ขึ้นเหมือนหายใจไม่ทั่วปอด ดวงตากลมโฟกัสภาพตรงหน้าไม่ได้ แสงไฟกลับพร่ามัวราวกับโลกหมุนช้าลง
“มัดหมี่…”
เธอเรียกเสียงแผ่ว พยายามยกมือเกาะแขนเพื่อน แต่เสียงเพลงกลบคำพูดจนแทบไร้ความหมาย
ยากำลังทำงาน ความร้อนแผ่ลามจากท้องน้อยขึ้นสู่ใบหน้า ลามไปถึงปลายนิ้วเหมือนมีไฟซ่อนอยู่ใต้ผิว
ร่างกายเธอร้อนผ่าวจนเส้นผมที่แนบแก้มกลายเป็นความรำคาญที่อยากสลัดทิ้ง ใจเต้นแรงเกินไปจนเหมือนจะระเบิด
ขาเรียวสั่นระริกเมื่อพยายามยืนตามจังหวะดนตรี แต่ความรู้สึกเหมือนพื้นหายไปใต้ฝ่าเท้าทำให้เธอเริ่มเซ ซบลงกับไหล่ใครสักคนโดยไม่รู้ตัว
“นี่ แกโอเคปะเพียงฝัน”
เสียงมัดหมี่ดังขึ้น แต่ไม่ใช่เพราะห่วง ดวงตาของเธอกลับเหลือบไปมองวายุที่ยืนรออยู่มุมบาร์อย่างใจเย็น ทั้งคู่สบตากันราวกับเข้าใจ
เพียงฝันพยายามฝืนยืนตรง ดวงตากลมโตพร่ามัว น้ำเสียงแหบพร่า
“ฉัน…เวียนหัว”
ร่างกายเธอร้อนจัดจนรู้สึกได้แม้ผ่านผ้าเดรสบางเฉียบ
จังหวะนั้น มัดหมี่กุมแขนเพื่อนแน่น ดึงร่างที่แทบไร้แรงให้พ้นฟลอร์เต้นรำ กึ่งประคองกึ่งลากไปทางโซนที่ผู้คนบางตากว่าเดิม
มุมที่แสงไฟไม่ส่องถึงและเสียงเพลงแผ่วลงเล็กน้อย
“หมี่…ฉันมึน…ไม่ไหวแล้ว”
เสียงเพียงฝันพร่าแผ่วแทบขาดใจ นิ้วเรียวเกาะแขนเพื่อนแน่น ร่างกายร้อนเหมือนมีไฟเผา
มัดหมี่เหลือบมองเพื่อนนิ่ง ดวงตากลมโตของเพียงฝันพร่ามัว น้ำตาคลอเพราะแรงยาที่แล่นพล่าน มัดหมี่กดมุมปากยิ้มบาง ก่อนส่งสัญญาณตาไปที่วายุที่ยืนกอดอกอยู่ไม่ไกล
