บทที่ 3 ภาระฉิบหาย

วายุยิ้มร้าย ก้าวเข้ามาช้า ๆ พร้อมกับร่างสูงในเสื้อเชิ้ตที่มีกลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นเหล้าติดตัว มือหนาล้วงกระเป๋ากางเกง สายตากวาดมองเพียงฝันราวกับเหยื่อที่รอเวลา

“ไม่ไหวแล้วใช่ไหมน้อง”

น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาแฝงรอยเยาะ ขณะที่เพียงฝันพยายามจะปฏิเสธแต่ลำคอแห้งผาก ไม่มีเสียงไหนเล็ดลอดออกมา นอกจากเสียงหอบ

มือใหญ่ของวายุเอื้อมไปจับแขนเล็กอย่างถือสิทธิ์ ร่างของเพียงฝันถูกดึงลุกขึ้นโดยแทบไม่มีแรงต้าน ดวงตากลมสั่นระริกเหมือนคนไร้เรี่ยวแรง ปากแดงระเรื่อเผยอหอบพร้อมเสียงกระซิบแผ่ว

“ปล่อย…ฉัน…กลับห้อง”

“เดี๋ยวพี่ไปส่ง”

วายุยิ้มเย็น มองไปที่มัดหมี่ที่ยืนเฉยเหมือนไม่เห็นอะไร ดวงตาเพียงฝันพร่าเลือน แทบไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนสนิทถึงนิ่ง

ร่างของเพียงฝันที่ถูกวายุลากออกมาจากแสงสี มือใหญ่ของเขากุมแขนเล็กแน่นราวจะไม่ให้หลุดหนี

“ปล่อย…ฉัน…ขอร้อง”

เสียงแผ่วเหมือนจะขาดหายของเพียงฝันดังขึ้น ลมหายใจถี่สั่นเหมือนคนเพิ่งวิ่งมาราธอน ร่างกายร้อนจัดจนเดรสบางแนบกับผิวชื้นเหงื่อ ดวงตากลมโตพร่ามัวเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก น้ำตาคลอเบ้า แต่ก็ไม่มีใครช่วย

“อย่าดื้อสิ”

วายุเอ่ยเสียงเรียบ ดวงตาแฝงรอยร้ายก่อนก้มกระซิบข้างหู

“เดี๋ยวก็จะชอบเอง…”

เพียงฝันสะอื้นเงียบ สติที่เหลือน้อยนิดสั่งให้ฝืนขืนตัว แต่แรงยาที่แล่นพล่านในเลือดทำให้ร่างเธออ่อนระทวยราวกับคนมีมีทางสู้

และจังหวะที่วายุกำลังจะพาเธอผ่านประตูหลัง

เสียงทุ้มต่ำของใครสักคนก็แทรกเข้ามาอย่างเย็นเยียบ

“จะพอเธอไปไหน”

เสียงนั้นทำให้วายุชะงักเท้าทันที เขาหันขวับไปตามต้นเสียง ดวงตาแข็งกร้าวสบเข้ากับสายตาคมกริบของคอปเตอร์ที่ยืนกอดอกอยู่ไม่ไกล

แสงไฟนีออนจากด้านในสะท้อนบนกรอบหน้าเรียบตึงของเขา ท่ามกลางบรรยากาศที่เหมือนจะระเบิดในวินาทีถัดมา

คอปเตอร์อยู่ในเสื้อเชิ้ตดำติดกระดุมเพียงครึ่ง เผยรอยสักสีเข้มที่โผล่พ้นคอเสื้อ ดวงตาเย็นจัดราวกับจะเผาให้มอด สองเพื่อนสนิทไทเกอร์กับพอขยืนห่างออกไป มองอย่างรู้ว่าจะเกิดเรื่องใหญ่แน่

“เกี่ยวอะไรรกับนายด้วย”

วายุเลิกคิ้ว หัวเราะเยาะในลำคอ “เธอเมา ฉันแค่จะพาเธอกลับ”

“รู้จักกัน?”

เสียงคอปเตอร์ต่ำลงทีละนิดพร้อมร่างสูงที่ก้าวเข้าใกล้

“ชะ…ใช่”

ดวงตาคมจ้องเพียงฝันที่ซบพิงกำแพงเหมือนจะล้มทั้งยืน แก้มแดงระเรื่อ ริมฝีปากสั่นระริกเพราะแรงยามากกว่าความเมา

มือใหญ่คว้าข้อมือเพียงฝันดึงเข้าหาตัวแรงจนหลุดจากมือวายุ ร่างเล็กแทบปลิวเข้ากับอกกว้าง กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ผสมกลิ่นแอลกอฮอล์ของเขาโอบรัดไปทั่วสติที่เหลือน้อยนิดของเธอ

“มึงรีบไสหัวไปซะ…”

คอปเตอร์สั่งเสียงเย็นแววตายังคงตรึงอยู่ที่วายุ

วายุยกยิ้มมุมปาก

“มึงอยากมีปัญหาเหรอไอ้สัส”

“ก็มาสิ…”

คอปเตอร์ตอบเสียงต่ำตามองชายหนุ่มตรงหน้าไม่ละ

วายุหัวเราะในลำคออย่างไม่กลัว

“น่าตลก ปล่อยเธอคืนมาให้กู ถ้าไม่อยากมีเรื่อง”

เสียงหัวเราะเยาะนั่นคือประกายไฟก่อระเบิดในอกคอปเตอร์ทันที ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ มือใหญ่ดันเพียงฝันไปพิงกำแพงเบา ๆ ก่อนก้าวเข้าไปประชิดวายุอย่างคนพร้อมจะฆ่า

“อยากลองไหมว่ากูทำอะไรได้บ้าง”

บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะระเบิดในวินาทีถัดมา

คอปเตอร์ยืนจ้องวายุด้วยสายตาเย็นเฉียบ ดวงตาคมกริบวาวโรจน์เหมือนจะสังหาร เส้นเลือดบนขมับนูนขึ้นชัด ขากรรไกรขบแน่นจนขึ้นสัน

“มึงแม่งกล้าดี…ลากผู้หญิงที่ไม่เต็มสติมาแบบนี้”

น้ำเสียงทุ้มต่ำกดลึกจนเย็นเยียบ แต่แฝงแรงโทสะที่เดือดอยู่ใต้ผิว

วายุหัวเราะในลำคอ ยกมือปลดกระดุมเสื้อเม็ดบนเหมือนจะโชว์ความไม่กลัว

“แล้วไงวะ ก็อีนี่มันร่านเองนี่น่า”

คำพูดนั้นเหมือนเชื้อไฟ หมัดหนักของคอปเตอร์พุ่งเข้าไปที่กรามวายุเต็มแรง

ผั่ก!

เสียงต่อยดังสนั่นก้องในทางเดินร้าง ตัววายุหงายไปชนผนัง ก่อนจะสะบัดหน้า กลิ่นคาวเลือดจากมุมปากทำให้ยิ้มของมันบิดเบี้ยวราวสัตว์ป่า 

“ไอ้สัส!มึงกล้าต่อยกูเหรอ”

วายุคำราม พุ่งหมัดสวนกลับอย่างไม่คิด กล้ามแขนขึ้นเป็นมัดด้วยแรงโมโห แต่คอปเตอร์ไวกว่า เขาเบี่ยงตัวหลบอย่างนักสู้มืออาชีพ ก่อนเหวี่ยงศอกกลับไปอัดเข้ากรามอีกครั้งจนเสียงกระดูกดัง

วายุเซถอยหลายก้าว เลือดสีแดงสดไหลเปื้อนคาง แต่ความกร่างยังไม่หมด มันพุ่งเข้าประชิดหวังจะล็อกคอคอปเตอร์ ทว่า ร่างสูงใหญ่ของเขากลับใช้แรงดิบเหวี่ยงร่างมันอัดกำแพงจนปูนแทบร้าว มือหนากดต้นคอวายุแน่น ใบหน้าคมเฉียดแก้มอีกฝ่ายเพียงเสี้ยวนิ้ว สายตาคมกริบกดดันจนอีกฝ่ายตัวชา

“นับหนึ่ง…ถ้ามึงยังไม่รีบไสหัวไปกูฆ่ามึงแน่”

เสียงทุ้มต่ำเย็นจัดแต่แฝงแรงฆ่าไหลออกจากริมฝีปากราวกับคำสาบาน

วายุหายใจแรงเหมือนสัตว์ถูกต้อนจนมุม สายตาเดือดดาลปนหวาดระแวง แต่ก่อนจะทันขยับ เพื่อนคอปเตอร์ไทเกอร์กับพอชก็ก้าวเข้ามาใกล้ มองภาพวายุที่ถูกกดกับผนังราวกับเศษขยะ

“ถ้ามึงฉลาด…ก็ไสหัวไปซะ”

คอปเตอร์กระแทกเสียงพร้อมผลักร่างวายุจนเซไปกระแทกพื้นอีกครั้ง

“ฝากไว้ก่อนเถอะ”

วายุสบตาอย่างเจ็บใจแต่ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ปาดเลือดที่มุมปาก ลุกขึ้นช้า ๆ และเดินเซออกไปพร้อมคำขู่แผ่วที่ไม่มีใครสนใจ

คอปเตอร์มองหญิงสาวที่ไร้สติอยู่ข้าง ๆ มือใหญ่ยกขึ้นเชยคางเธอเบา ๆ นิ้วโป้งเกลี่ยเหงื่อที่ไหลตามขมับ

“ทำไมตกมาอยู่ในสภาพนี้ได้…”

เสียงเขาแผ่วต่ำ แต่แฝงแรงหงุดหงิดปนบางอย่างที่ตัวเองยังไม่ยอมรับ

เพียงฝันไม่ตอบ นอกจากเสียงครางแผ่วที่เล็ดลอดจากริมฝีปากร้อนผ่าว คอปเตอร์สบตาเพียงเสี้ยววินาทีก่อนก้มตัว อุ้มร่างเธอขึ้นแนบอกอย่างง่ายดาย เดรสสายเดี่ยวเลิกขึ้นเล็กน้อย เผยผิวเนียนใต้แสงไฟสลัว

“ภาระกูฉิบหาย…”

เขากระซิบเสียงต่ำชิดข้างหู ก่อนก้าวออกจากผับโดยไม่สนสายตาใคร

บทก่อนหน้า
บทถัดไป