บทที่ 6 โง่จริงหรือแกล้งโง่2

ตอนที่ 6

โง่จริงหรือแกล้งโง่2

“ไอ้คอปมึงกว่าจะเสนอหน้าได้นะมึง”

ไทเกอร์บ่นพลางยื่นขวดน้ำดื่มให้

“ตอนแรกว่าจะไม่มาด้วยซ้ำ”

เสียงทุ้มต่ำตอบสั้น ๆ ก่อนยกขวดน้ำขึ้นดื่มเหมือนไม่ได้แคร์โลก

“มึงแม่งฮอตจนพวกน้องปีหนึ่งเขียนเป็นแฟนฟิคเต็มไปหมดล่ะนะ”

คอปเตอร์เหลือบตามองนิดเดียวก่อนเอ่ยเสียงเรียบ

“แล้วใครเป็นนายเอก”

“แน่นอนก็ต้องเป็นกูสิ”

“เหอะ…ไม่น่าสนใจสักนิด”

คอปเตอร์โยนขวดน้ำส่งคืนให้ไทเกอร์แบบขอไปที

แดดยามบ่ายส่องผ่านต้นประดู่ใหญ่ ลานกิจกรรมหน้าอาคารกลางแน่นขนัดด้วยนักศึกษาชั้นปีหนึ่งที่ทยอยเดินเข้ามาลงทะเบียนร่วมกิจกรรมรับน้อง

แสงสะท้อนจากรถหรูที่จอดเด่นอยู่ริมสุดยังเรียกสายตาหลายคู่ให้เหลียวมองไม่หยุด

คอปเตอร์ ยืนพิงเสาด้วยท่วงท่าสบาย ๆ มือข้างหนึ่งสอดกระเป๋ากางเกง อีกข้างถือขวดน้ำเปล่า ร่างสูงในเสื้อช็อปสีเข้มพอดีตัวโชว์สัดส่วนกำยำ พ่วงกางเกงยีนส์เนื้อดี รองเท้าแบรนด์แพง แต่สิ่งที่สะกดสายตากว่าทุกอย่างคือออร่าดิบเถื่อนและความนิ่งที่เหมือนจะกลืนโลกทั้งใบ

เสียงซุบซิบดังรอบ ๆ

“โอ๊ย พี่คอปเตอร์หล่อแบบไม่เผื่อใครเลยว่ะ!”

“พี่เขาปีสามวิศวะใช่ปะ บ้านรวยสุด ๆ รถสปอร์ตคันเมื่อกี้ก็ของพี่เขา”

“แต่ได้ข่าวว่าโหดนะ ใครยุ่งก็โดนด่าเละ”

คอปเตอร์ไม่เหลือบมองแม้แต่นิด ดวงตาคมกริบภายใต้คิ้วเข้มกวาดมองลานกว้างเหมือนรออะไรบางอย่าง ใบหน้าคมเรียบไร้อารมณ์

เพียงฝันเดินผ่านกลุ่มรุ่นพี่ด้วยหัวใจที่เต้นแรง เธอเงยหน้าขึ้นสบตาโดยไม่ทันตั้งใจและโลกเหมือนหยุดลงในวินาทีนั้น

ดวงตาคมกริบที่ทอดมาจากมุมเสาสายตาที่เธอจำได้แม่นยิ่งกว่าฝันร้ายและฝันหวานรวมกัน

“อย่าบอกนะว่า….”

แรงสั่นไหวแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนมือที่ถือเอกสารเกือบหลุด

“นี่เพียงฝัน เหม่ออะไรรีบเดินไปสิ”

มัดหมี่เพื่อนสนิทสะกิด เธอรีบเบือนสายตา พยายามแทรกตัวไปนั่งรวมกับกลุ่มเพื่อนปีหนึ่งเหมือนไม่เห็น

“แก นั่นพี่คอปเตอร์ ปีสามวิศวะ ตัวท็อปของมหาลัย หล่อเนาะ”

มัดหมี่พูดขึ้นอีกครั้งพาผันเพียงยิ้มจาง ๆ ซ่อนความตื่นตระหนกที่ไหลวนในอก แต่สายตาเธอกลับถูกแรงดึงดูดให้เหลือบไปทางเสาอีกครั้งและพบว่า เขายังยืนที่เดิม ดวงตาคมกริบไม่หลบเลยแม้เสี้ยววินาที

ไม่นานรุ่นปีสามก็พูดจบ

เสียงฮือฮาของลานกิจกรรมยังดังอยู่ข้างหลังเมื่อเพียงฝันรีบก้าวออกมา มือกำเอกสารแน่นจนยับ แค่ไม่อยากเห็นหน้าเขาอีก หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบทะลุอก ร่างเล็กเดินเร็วจนเกือบวิ่งเพื่อหามุมเงียบตั้งสติ

ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลก จังหวะเลี้ยวตรงมุมเสา เธอชนเข้ากับแผงอกแข็งแรงอย่างจังจนเอกสารร่วงกระจาย

เพียงฝันเงยหน้าช้า ๆ ดวงตากลมเบิกกว้างเมื่อเห็น คอปเตอร์ ยืนเต็มความสูงอยู่ตรงหน้า ใบหน้าเรียบนิ่งไร้รอยยิ้ม เส้นผมสีดำเข้มสะท้อนแสงแดดทำให้เขาดูคมจนเจ็บตา

“ขอโทษค่ะ ฉัน…”

หญิงสาวเอ่ยเสียงสั่น แต่ประโยคขาดหายเมื่อเห็นสายตาคมกริบที่มองลงมาอย่างเย็นชาไม่มีคำพูด ไม่มีรอยยิ้ม มีเพียงแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้เธอหายใจติดขัด

เขาก้มลงเก็บเอกสารขึ้นมา ยื่นส่งคืนโดยไม่หลบสายตาแม้เสี้ยววินาที นิ้วมือใหญ่เฉียดปลายนิ้วเธอแผ่ว ๆ แต่กลับทำให้แรงไฟจากคืนหนึ่งตวัดขึ้นมาในอกอย่างรุนแรง

“ขอบคุณค่ะ…”

เธอพูดเสียงเบา พยายามรวบรวมความกล้าก่อนพูดคำที่คิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดการเดินออกมา

“ขอคุยด้วยหน่อยสิ”

คอปเตอร์เลิกคิ้วเล็กน้อย สีหน้าไม่แสดงความแปลกใจแม้แต่นิด เขามองเธอช้า ๆ ตั้งแต่ใบหน้าที่แดงเรื่อจนถึงมือที่ยังสั่นเล็กน้อย มุมปากกระตุกยิ้มเย็น ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ

“เรื่องอะไร…”

“เรื่อง…วันก่อน”

คอปเตอร์หัวเราะห้าวในลำคอหนึ่งที ก่อนขยับเข้าใกล้จนเงาของร่างสูงกลืนเธอทั้งตัว สายตาคมจ้องลึกเหมือนจะปลดเปลื้องทุกเกราะที่เธอสร้าง

“วันก่อนเหรอ…”

เขาก้มลงกระซิบชิดใบหู เสียงต่ำเย็นจัดแต่แฝงความท้าทาย

“ถ้างั้น…ก็ตามมา”

เพียงฝันก้าวตามคอปเตอร์มาจนถึงมุมลับหลังตึกเรียน เสียงลมพัดผ่านใบไม้ดังแผ่ว ๆ ตัดกับเสียงฝีเท้าของเขาที่หยุดลงใต้เงาเสา

เธอยืนข้างหลัง หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดจากอก

คอปเตอร์ยืนพิงผนัง มือซุกกระเป๋ากางเกง ท่าทางสบาย ๆ แต่แฝงความเย็นเยียบ ดวงตาคมมองออกไปไกล เหมือนเธอเป็นเพียงอากาศ

“ว่ามา มีอะไร”

น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบสนิทจนเหมือนน้ำแข็ง ไม่มีแววเอ็นดู ไม่มีแม้แต่ความสนใจ

เพียงฝันเม้มปากแน่น นิ้วมือจิกเข้าหากัน พยายามฮึดสู้กับแรงกดดันที่อีกฝ่ายสร้าง

“แค่อยากจะบอกว่าเรื่องเมื่อวันก่อนพี่ลืมๆ มันไปเถอะนะ”

คราวนี้เขาหันมาช้า ๆ สบตาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนหลุดหัวเราะแผ่ว

“เมื่อวันก่อน อ๋อ…”

เขาลากเสียงยาวเหมือนนึกช้า ๆ ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เย็นกว่าลม

“กูก็ไม่ได้จำอะไรอยู่แล้วไม่ต้องมาบอกให้เสียเวลา”

คำพูดนั้นทำเอาใบหน้าเพียงฝันซีดเผือด หัวใจบีบแน่นจนเจ็บ เธอกัดริมฝีปาก พยายามไม่ให้เสียงสั่น

“อ๋อ…ถือซะว่าไม่เคยเกิดขึ้น”

“ไม่ต้องห่วง กูไม่พูด ไม่เล่า ไม่แคร์ด้วยซ้ำ อย่างมึงไม่มีอะไรน่าสนใจด้วยซ้ำกูไม่เล่าให้เพื่อนล้อหรอก”

“ถ้าอย่างงั้นก็ดี…”

เขายกแขนกอดอก แววตาเย็นเฉียบ

“มีอะไรจะพูดอีกมั้ย”

“เอ่อ…ไม่มีแล้ว”

“ขอถามอะไรหน่อยสิ…”

“อะไร”

“นี่โง่จริงหรือแกล้งโง่ คิดว่าตัวเองเสียตัวเพราะเมางั้นเหรอ”

“เอ่อ…”

“จะบอกให้เอาบุญ ที่มึงเสียตัวเพราะเพื่อนสนิทมึงไงที่วางยา ยังคบต่ออยู่ได้..”

“ไม่จริง…”

“ไม่เชื่อก็ตามใจ…ถือซะว่ากูเตือนมึงแล้วนะ อยากโดนมันล่อไปให้คนอื่นเอาก็แล้วแต่”

“ไม่จริง…”

เสียงเธอเบาแต่ชัด ก่อนหมุนตัวเดินออกไปทั้งที่ขาแทบหมดแรง

คอปเตอร์ยืนมองแผ่นหลังเล็กที่ห่างออกไปเรื่อย ๆ ก่อนที่เขาจะหมุนตัวเดินออกไปเช่นกัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป