บทที่ 7 ทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง
ตอนที่ 7
ทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง
เพี๊ยะ!
แฟ้มเอกสารที่ถูกเขวี้ยงลงบนโต๊ะดังขัดกลางประโยค มัดหมี่สะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นเพื่อนยืนตัวสั่น ดวงตาคลอด้วยน้ำตา แต่แววตากลับแข็งราวกับจะฆ่า
“ถามจริงมัดหมี่…ทำไมต้องทำแบบนี้กับฉันด้วย…เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ”
เสียงเพียงฝันสั่นแต่กดต่ำจนฟังดูน่ากลัวกว่าตะโกน
มัดหมี่ยิ้มฝืน ยกมือวางข้างแก้มเหมือนไม่เข้าใจ
“แกพูดเรื่องอะไร ฉันไม่เข้าใจ”
“อย่ามาโกหก!”
เพียงฝันตวาดสุดเสียง น้ำตาไหลพรากจนเธอต้องปาดแรง ๆ แต่เสียงยังสั่นสะท้าน
“แกเป็นคนให้ฉันกินยานั่น เพื่อที่จะให้ฉันเสียตัวให้เพื่อนแฟนแกใช่มั้ย ผู้ชายคนนั้นที่พาฉันไปคือแฟนแกใช่มั้ย”
ห้องเงียบสนิทจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น มัดหมี่ชะงักไปครู่ใหญ่ก่อนหลบสายตา มือสั่นน้อย ๆ เพียงฝันมองภาพนั้นแล้วหัวเราะในลำคอ
“ฉันไว้ใจแก…ฉันเห็นแกเป็นเพื่อนมาตลอด แกทำกับฉันได้ยังไง ฉันไปทำอะไรให้แกไม่พอใจงั้นเหรอ”
เสียงเธอพร่า หยดน้ำตาร่วงลงบนแฟ้มเอกสารจนเปียกเป็นดวง
“ทั้งๆ ที่เราเป็นเพื่อนกันแท้ ๆ”
มัดหมี่กัดริมฝีปาก พยายามเอ่ยเสียงอ่อน
“ฉันไม่ได้ทำ”
“ไม่ได้ทำงั้นเหรอ…แกไม่ได้ทำอย่างงั้นเหรอ”
เพียงฝันกรีดเสียงลั่นพร้อมผลักโต๊ะจนเอกสารกระเด็นตกพื้น
ร่างเล็กทรุดลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง น้ำตาไหลไม่หยุด เธอเอามือปิดหน้า พยายามกลั้นเสียงสะอื้นแต่กลับยิ่งดังขึ้นทุกที
“ฉันเกลียดตัวเอง…เกลียดที่โง่คิดว่าเธอเป็นเพื่อนมาตลอด…”
“ทำไม…”
เสียงเพียงฝันพร่าแผ่วลอดออกมาจากหลังมือ
“ทำไมต้องทำแบบนี้กับฉัน เราเป็นเพื่อนกันนะมัดหมี่…”
จังหวะนั้นเสียงหัวเราะแห้งห้าวของมัดหมี่ดังขึ้นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเจ็บและเกลียดปนขมขื่น
“เพื่อนงั้นเหรอ? น่าขำสิ้นดี”
เธอเน้นเสียงต่ำ ดวงตากลมจ้องแผ่นหลังเพื่อนที่กำลังสั่นไหว
“เพื่อนที่ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนคนไม่มีค่านี่เหรอเรียกว่าเพื่อน”
เพียงฝันค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เอ่อไปด้วยน้ำตาสั่นไหว
“เธอพูดอะไรของเธอ…ฉันไม่เคย…”
“ไม่เคยงั้นเหรอ?”
มัดหมี่แค่นหัวเราะ ก้าวเข้ามาหนึ่งก้าวจนเงาทาบทับร่างเล็กที่นั่งกับพื้น
“ทุกครั้งที่เราไปไหนด้วยกัน เธอเคยเห็นสายตาคนอื่นมองเธอกับฉันไหม เพียงฝัน ทำไมต้องเป็นแกตลอดวะ ทั้งที่แกกับฉันก็ไม่ได้แตกต่างกัน ใส่เสื้อผ้าธรรมดา แต่ทุกคนก็สนใจเธอ วันเรียนจบฉันไปสารภาพรักกับไนท์ห้องห้า…ฉันโดนปฏิเสธ…เพราะว่าอะไรรู้มั้ย เขาชอบเธอ ใช่เขาชอบเธอมาตลอด”
เพียงฝันนิ่งงัน ริมฝีปากสั่นเงียบไม่กล้าเอ่ย มัดหมี่กำมือแน่น เสียงเธอสั่นเพราะโกรธและเสียใจปนกัน
“ฉันเบื่อที่จะเป็นเงาตามหลังของเธอ เบื่อที่ต้องเดินข้างคนที่ได้ทุกอย่าง ทั้งความเอ็นดู ทั้งสายตาผู้ชาย ทั้งคำชม แล้วฉันล่ะ…ฉันก็แค่ตัวประกอบเท่านั้น!”
เพียงฝันพยายามรวบรวมเสียงทั้งที่ยังสะอื้น
“แล้วฉันผิดเหรอ…ฉันผิดจนเธอทำแบบนี้กับฉันงั้นเหรอ”
“หุบปาก!”
มัดหมี่ตวาดสุดเสียง น้ำตาของเธอเอ่อขึ้นมาด้วยแรงกดดัน
“ฉันแค่อยากเห็นแกพังสักครั้ง ให้แกได้รู้ว่าการเป็นฉันมันรู้สึกยังไง เหมือนที่ฉันโดนมาตลอด!”
เพียงฝันตัวชาไปทั้งร่าง คำพูดนั้นเหมือนคมมีดตัดขาดมิตรภาพที่เธอเชื่อมั่นมาตลอด เธอส่ายหน้าเบา ๆ น้ำตาร่วงเป็นสาย
“มัดหมี่…ฉันไม่เคยแย่งอะไรจากเธอเลย”
เสียงเธอขาดห้วงแต่ยังกล้าสบตา “แต่สิ่งที่เธอเป็น มันเหมือนแย่งฉันไปทุกอย่าง”
“ทั้ง ๆ ที่ฉันไม่เคยคิดแบบนั้นเลย”
“ใช่สิ เธอเป็นคนสวย เธอไม่เคยเข้าใจคำว่าผิดหวังด้วยซ้ำ ต่างจากฉัน”
มัดหมี่กลืนน้ำลาย มือสั่นแต่ใบหน้ายังแข็งกร้าว
“งั้นต่อจากนี้ฉันจะไม่ยุ่งกับเธออีก”
เพียงฝันเอ่ยเสียงแข็งทั้งที่ในใจยังเจ็บ
“ก็ดี…ดีเหมือนกัน ฉันไม่เสียดายเพื่อนอย่างเธอเลยสักนิด”
“ฉันรึเปล่าที่ต้องเป็นคนพูด”
เพียงเดินลากกระเป๋าออกจากหอโดยไม่เหลียวหลัง
“อ้าวเพียงฝัน…นี่จะไปไหน”
รูเมทที่กำลังเดินเข้ามาเอ่ยทักด้วยความสงสัย
“ฉันจะไปอยู่คอนโดน่ะ”
“ไม่บอกกันก่อนเลย”
“ไม่คิดเหมือนกันว่าจะได้ไป…งั้นฉันไปก่อนล่ะ เดี๋ยวค่ำก่อน”
หญิงสาวเดินมาเรื่อย ๆ ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องที่ขู่คำราม ลมแรงพัดผ้าม่านตึกสะบัดเหมือนจะฉีกออกจากราง ไม่กี่นาทีฝนเม็ดใหญ่ก็ตกลงมาราวกับท้องฟ้ารู้ความทุกข์ในใจคนตัวเล็ก
เพียงฝันก้าวไปเรื่อย ๆ จนถึงป้ายรถเมล์ที่มีเพียงไฟสลัวจากเสาไฟริมถนน แสงนั้นสะท้อนหยดน้ำตาบนแก้มที่ปะปนกับหยดฝนจนแยกไม่ออกว่าอะไรเจ็บกว่ากัน
เธอนั่งลงบนม้านั่งเย็นเฉียบ กระโปรงเเรียกลีบรอบเรียบแนบลู่กับต้นขาจากแรงฝน เส้นผมยาวเปียกจนชื้นติดแก้ม มือสั่นขณะกดเบอร์โทรที่คุ้นเคยที่สุด
เสียงสัญญาณดังอยู่สองครั้งก่อนจะมีเสียงอ่อนโยนตอบรับ
“ฮัลโหล ฝันลูก เป็นไงบ้าง”
แค่ได้ยินเสียงนั้น ก้อนสะอื้นที่พยายามกดไว้ก็แตกพราก เพียงฝันปิดปากแน่น น้ำตาร่วงราวกับเขื่อนแตก
“แม่…”
เสียงเธอสั่นพร่า ท่ามกลางเสียงฝนที่ซัดแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ปลายสายเงียบไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนเสียงแม่เอ่ยด้วยความเป็นห่วงสุดหัวใจ
“เกิดอะไรขึ้นลูก…บอกแม่มา เดี๋ยวแม่ไปหา”
“ไม่ต้อง…ไม่ต้องมา แม่อยู่ที่บ้านเถอะ”
เพียงฝันพูดทั้งน้ำตา
“แค่…อยากได้ยินเสียงแม่ แค่นั้น”
“ร้องไห้เหรอลูก…”
“อื้ม…หนูออกจากหอแล้ว”
“ทำไมล่ะ…”
“แค่ไม่อยากอยู่”
“ว่าแล้วเชียว ลูกสาวแม่จะไปทนอยู่กับคนอื่นได้ยังไงกัน”
“ฮึก…”
