บทที่ 8 เพื่อนร่วมห้อง

ตอนที่ 8

เพื่อนร่วมห้อง

“หาคอนโดได้รึยัง…ตายจริงนี่มันจะค่ำแล้วหนิ”

“ยังเลย นั่งหลบฝนอยู่”

“เอางี้แล้วกัน ไปอยู่ที่คอนโดเพื่อนแม่ก่อน มีลูกเขาอยู่ เดี๋ยวแม่ส่งที่อยู่ให้นะ”

“จะดีเหรอแม่…ไปอยู่กับคนอื่น”

“ไม่เป็นไร มีสองห้อง อีกอย่างลูกเขาก็ไม่ค่อยได้อยู่แม่จะขอเขาเช่าอยู่ไปก่อน”

“ก็น่าจะดีกว่าอยู่ที่หอ”

“เดี๋ยวส่งที่อยู่ให้นะลูก พอถึงห้องแล้วเป่าผมให้แห้ง ทานยาดักไว้เลย เดี๋ยวจะไม่สบายเอา”

“เข้าใจแล้วค่ะ”

เธอกอดกระเป๋าแน่นเมื่อสายถูกวางไป ขณะเสียงสายฟ้าผ่าดังสนั่นจนหัวใจสะท้าน ความหนาว ความเปียก และความเจ็บ มันรุมเร้าจนเธอแทบหมดแรงหายใจ

เสียงฝนซัดกระจกนอกตึกจนเกิดเป็นม่านน้ำขาวโพลน เพียงฝันยืนตัวสั่นอยู่หน้าประตูหมายเลข 1807ชั้น18

หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบทะลุอก มือกำหูหิ้วกระเป๋าแน่น ฝ่ามือเย็นเฉียบเพราะเปียกฝนแต่เหงื่อยังซึมเพราะความประหม่า

ห้องนี้…ใช่แน่ แม่ส่งเลขมาแล้ว แต่ว่าทำไมคอนโดหรูขนาดนี่ล่ะ เดือนล่ะกี่หมื่นว่ะเนี่ย

เธอยกมือเคาะ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงไม้เคาะประตูสะท้อนในโถงเงียบ หัวใจเธอเต้นถี่เหมือนรอคำตัดสินชะตาว่าคนข้างในจะหน้าตาเป็นยังไง

เสียงประตูถูกผลักออกอย่างแรงเพียงเสี้ยววินาทีต่อมา และภาพที่เห็นทำให้ลมหายใจเธอสะดุดค้างในลำคอ

คอปเตอร์

เขายืนเต็มความสูง ดวงตาคมกริบจ้องลงมาอย่างเย็นชา ใบหน้าเรียบไม่สะท้อนอารมณ์ เส้นผมยังเปียกหมาดเหมือนเพิ่งเช็ดหลังอาบน้ำ

เสื้อยืดสีดำเรียบแนบกล้ามอกแน่น ขอบกางเกงวอร์มเอวต่ำเผยรอยสันกล้ามท้องบางส่วน ร่างสูงปิดกรอบประตูเหมือนเงามืดที่กดอากาศให้หนาวเย็นยิ่งกว่าฝน

เพียงฝันยืนช็อกเหมือนโลกหยุดหมุน เหมือนว่าเขาเองก็ตกใจไม่แพ้กัน

ริมฝีปากเธอสั่น ขณะที่น้ำฝนหยดลงปลายคางทีละหยด เธอพยายามพูดแต่เสียงกลับขาดหาย

“ฉะ…ฉัน…เอ่อ แม่บอกว่า…”

คอปเตอร์เลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนยกแขนพิงกรอบประตู โน้มตัวลงมาในระยะที่กลิ่นสบู่สะอาดตีกับกลิ่นน้ำหอมติดกาย ทำให้สติของเธอราวจะขาดผึง

“มึงทำอะไรที่นี่”

น้ำเสียงต่ำเหมือนก้อนหินกระแทกถามกลางอก

เพียงฝันกลืนน้ำลาย ฝืนยิ้มจาง ๆ ทั้งที่มือสั่น

“แม่ฉัน…เป็นเพื่อน…เอ่อ…บอกว่า”

“พูดอะไรอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ”

“เอ่อ…ฉันจะมาอยู่ที่นี่”

“แล้วกูอนุญาตมึงเมื่อไหร่”

เขาตัดคำทันที ดวงตาคมกริบตวัดขึ้นลงตั้งแต่ผมเปียกแนบแก้ม ผ่านเสื้อผ้าฝ้ายชื้นที่รัดสรีระอย่างไม่ตั้งใจ มุมปากเขากระตุกยิ้มเย็นเพียงเสี้ยว ก่อนย้อนด้วยน้ำเสียงเรียบไร้ความปรานี

“กูถามอีกที…มึงมาทำอะไรที่นี่”

ความเงียบอัดแน่นระหว่างสองคน จนได้ยินชัดแม้เสียงฝนด้านนอก เพียงฝันกำสายกระเป๋าแน่นจนเล็บจิกเนื้อ เธอกลืนน้ำลายขมเฝื่อนลงคออย่างยากเย็น

“ฉันย้ายออกจากหอใน มาขอพักที่นี่แม่พี่ไม่ได้บอกเหรอ”

เสียงเธอสั่นพร่าเหมือนเด็กที่ถูกต้อนจนมุม

คอปเตอร์ยืนนิ่งไม่กี่วินาที ก่อนหัวเราะห้าวในลำคอ

เสียงนั้นไม่ได้มีความขำแม้แต่น้อย มันหนักและเย็นเสียจนเส้นสันหลังเธอชาวาบ

“คิดว่าที่นี่เป็นศูนย์พักพิงมึงเหรอ”

เขาโน้มตัวลงอีกนิด ดวงตาคมแทงทะลุความกลัวของเธอจนถึงก้นบึ้ง

“บอกสิคิดไม่ถึงว่าจะเป็นมึง วันก่อนก็อ่อยกูจนได้เรื่อง วันนี้เอาเรื่องแม่มาอ้าง คงไม่ใช่ว่าไปสืบประวัติกูมาหมดหรอกนะ”

เพียงฝันส่ายหน้ารัว น้ำตาคลอแต่ยังพยายามยืนสู้

“ฉันไม่ทำเรื่องแบบนั้น ฉันแค่มาขออยู่สักพัก”

เสียงฝีเท้าของเขาก้าวออกมาหนึ่งก้าวจนร่างสูงบดบังทางหนีทั้งหมด เขาก้มลงกระซิบชิดข้างหู เสียงต่ำกดลึกเหมือนคำสั่ง

“กลับไป…ก่อนที่กูจะทำให้มึงเสียใจที่มายืนตรงนี้”

ประโยคนั้นเหมือนคมมีดเฉือนกลางใจ น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลรินทันที แต่เธอกำสายกระเป๋าแน่น กัดริมฝีปากจนเลือดซึม ไม่ยอมถอยแม้หนึ่งก้าว

คอปเตอร์ยืนนิ่ง ดวงตาคมกริบจ้องเธอด้วยแววที่อ่านไม่ออก เขาไม่พูดอยู่หลายวินาที จนเสียงนาฬิกาดิจิทัลบนผนังกลายเป็นเสียงเดียวที่ได้ยินในห้อง

“ไม่กลับ”

“กลับไป”

“ไม่”

“อยากอยู่ใช่ไหม”

เสียงทุ้มต่ำก็ตัดอากาศเงียบกริบลงอย่างเฉียบคม

เพียงฝันกลืนน้ำลาย ฝืนเอ่ยเสียงแผ่วแต่หนักแน่น

“ชะ..ใช่…ฉันไม่มีที่ไปจริง ๆ”

คอปเตอร์ยกมุมปากเพียงนิด ยิ้มที่ไม่ใช่ความเอ็นดู แต่เป็นรอยยิ้มเย็นจัดเหมือนคนที่กำลังจะวางกับดัก

“จะอยู่ก็ได้”

เพียงฝันเผลอสูดลมหายใจลึก ใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิม ดวงตากลมโตสบตาคมที่กดแรงใส่เธอเหมือนตอกตะปู

เขาก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว

“อยู่ที่นี้มีกฎไม่กี่ข้อ หนึ่ง อย่าแตะของกูสักชิ้น ไม่ว่าจะในห้องนี้…หรือห้องไหน”

เสียงเขาทุ้มต่ำ กดหนักในทุกพยางค์ เพียงฝันเม้มปากแน่น พยักหน้าช้า ๆ

คอปเตอร์มองสายตาเธอ ก่อนก้าวเข้ามาอีกก้าว จนเงาของเขากลืนร่างเล็ก

“สอง ไม่ต้องถาม ไม่ต้องเสือก ไม่ต้องอยากรู้ว่ากูทำอะไร ที่ไหน กับใคร เพราะมันไม่ใช่เรื่องของมึง”

หัวใจเพียงฝันบีบรัดแรงเมื่อได้ยินคำว่า ไม่ใช่เรื่องของมึง ดวงตาร้อนผ่าว น้ำตาแทบเอ่อ แต่เธอกัดฟันแน่น สะกดเสียงสะอื้นไว้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป