บทที่ 9 ก็ต้องทำตัวใส ๆ สิ
ตอนที่ 9
ก็ต้องทำตัวใส ๆ สิ
คอปเตอร์ยกแขนกอดอก สายตาคมกริบยังตรึงไม่ปล่อย
“สาม กูไม่ใช่ที่พึ่ง กูไม่ใช่คนดี ถ้ามึงคิดว่ากูจะทำตัวอย่างเมื่อวันก่อนอีก…ลืมไปซะ เพราะกูไม่ซ้ำของเก่า”
คำพูดนั้นเหมือนมีดเฉือนลึกลงกลางใจ เส้นเลือดที่ขมับเธอเต้นแรงจนหูอื้อ น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลร่วงทันที แต่เธอกลับสูดลมหายใจลึก และเอ่ยเสียงสั่น
“โอเค งั้นฉันขอตั้งกฎบ้าง”
“มึงไม่มีสิทธิ์”
“ทำไมล่ะ”
“เพราะนี่มันห้องกู”
“แต่ฉันจ่ายค่าห้องให้แม่พี่นะ”
“ถุ้ย…ค่าห้องไม่กี่บาท ไม่จำเป็น”
“งั้นถ้าพี่จะพาผู้หญิงเข้ามาก็ต้องบอกกันก่อน จะได้ทำตัวถูก”
“ไม่จำเป็น เพราะกูไม่เคยพาผู้หญิงเข้ามาในนี้”
“งั้นก็ดี”
“เกินสี่ทุ่มต้องปิดไฟทุกดวง แล้วก็ห้ามเสียงดัง”
“เข้าใจแล้ว”
“เข้าใจก็ดี”
“แล้วที่บอกว่าไม่ค่อยอยู่…”
“จะอยู่ไม่อยู่ก็เรื่องของกู”
คอปเตอร์มองหน้าเธอช้า ๆ สายตาคมลึกเหมือนจะทดสอบความอดทน ก่อนพ่นลมหายใจแรงแล้วเบือนหน้า
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็เชิญตามสบาย”
เขาหันหลังเดินเข้าห้อง ทิ้งเธอไว้ในโถงที่เงียบกริบเหมือนสุสาน ขณะที่เสียงฝนข้างนอกยังตกไม่หยุด
ตกดึก
เพียงฝันยืนพิงเคาน์เตอร์ครัว ก้มมองน้ำเดือดในหม้อใบเล็กที่ยืมจากเตาตรงหน้า
คอนโดที่สว่างด้วยแสงไฟสีขาวสะอาดกลับทำให้ความรู้สึกของเธอมืดกว่าตอนฝนตก
เพียงฝันปิดไฟเตาอย่างรวดเร็ว เทน้ำร้อนใส่ถ้วยกระเบื้องที่หยิบมาจากชั้นบน เส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเริ่มคลายตัวทีละน้อย กลิ่นซุปหอมจาง ๆ ลอยขึ้นมากับไอร้อน แต่แทนที่จะทำให้เธอรู้สึกอุ่น มันกลับตีกับกลิ่นน้ำหอมบนผนังห้องจนแปลกแยก
หญิงสาวค่อย ๆ ยกถ้วยมาม่ามาวางบนโต๊ะกินข้าวทรงยาวที่น่าจะใช้จัดดินเนอร์หรู แต่ตอนนี้มีเพียงผู้หญิงตัวเล็กที่นั่งก้มหน้า ใช้ตะเกียบคีบเส้นอย่างเบาที่สุด กลัวแม้แต่เสียงซดน้ำซุปเล็ก ๆ จะเล็ดลอดออกไปถึงห้องนอนของคอปเตอร์
ริมฝีปากซีดแตะเส้นร้อน ๆ เพียงฝันกลืนน้ำลายขมฝืดลงคอ ความหิวทำให้เธอไม่มีสิทธิ์เลือก
เสียงตะเกียบกระทบถ้วยเบา ๆ ทำให้เธอชะงักแทบหยุดหายใจ ลมหายใจติดขัด หูเงี่ยฟัง ไม่มีเสียงประตูห้องนอนเปิด
หญิงสาวค่อย ๆ สูดลมเข้าลึกอีกครั้ง ยกเส้นเข้าปากโดยไม่กล้าเงยหน้ามองแม้แต่เงาสะท้อนในกระจกฝั่งครัว
แต่ก่อนที่เธอจะคีบเส้นต่อไป
เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้น
เพียงฝันแทบชะงักคาตะเกียบ หัวใจเต้นแรงจนเหมือนจะหลุดออกจากอก มือเย็นเฉียบจนสั่น น้ำซุปในถ้วยกระเพื่อมไปตามแรงมือที่ไม่มั่นคง
เธอค่อย ๆ เงยหน้าช้า ๆ เห็นร่างสูงในชุดกางเกงวอร์มสีเข้ม เสื้อยืดขาวเรียบที่แนบกล้ามเนื้อเต็มตา คอปเตอร์ เดินออกมาพร้อมเงามืดที่กลืนทั้งครัว ดวงตาคมกริบตวัดมองถ้วยมาม่าบนโต๊ะ แล้วกวาดขึ้นมาจับสายตาเธอที่สั่นระริก
ชายหนุ่มเปิดตู้เย็นพร้อมกับเปิดขวดน้ำยกขึ้นดื่ม
“ทำอะไรลับ ๆ ล่อ ๆ”
เพียงฝันเม้มปากแน่น ตะเกียบในมือสั่นจนแทบหลุด ริมฝีปากซีดขยับเอ่ยเบา ๆ
“แค่่กลัวว่าจะเสียงดัง ไปรบกวนพี่หนิ…”
คอปเตอร์ยืนพิงกรอบตู้เย็นแขนไขว้ มุมปากยกขึ้นนิดเดียว
“เหอะ..งั้นสิ”
“กะว่าจะอดไม่ถึงเช้าแต่มันไม่ไหว”
“กูพูดอะไรรึยัง”
“ก็เห็นยืนจ้อง นึกว่าสงสัยอะไร”
“แล้วเพื่อนคนนั้นของมึงเป็นไง”
“เลิกคบแล้ว”
“ก็ดี ดูคนก็ยังดูไม่ออก ซื่อบื้อฉิบหาย”
เขาก้าวเข้ามาอีกก้าว ความร้อนจากร่างสูงกดทับจนไอร้อนจากถ้วยมาม่าดูจืดไปทันที ดวงตาคมกริบจ้องลึกเหมือนจะลากเธอไปที่ขอบเหวของความกลัว
“รีบกินแล้วไปนอนซะ”
เพียงฝันพยักหน้าช้า ๆ ไม่กล้าสบตา แต่ในอกกลับเต้นแรงจนแทบระเบิด
รุ่งเช้า
“จะไปไหนแต่เช้า เสียงดังจนกูตื่น”
น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นทำให้เพีนงฝันถึงกับหยุดชะงัก
คอปเตอร์ก้าวออกมาอย่างเชื่องช้าในชุดเดิมจากเมื่อคืน เสื้อยืดสีเทาที่โอบรัดกล้ามอกและแขนแข็งแรง กางเกงวอร์มเข้ารูปพอเผยแนวเอวต่ำ ผ้าขนหนูพาดบ่า มือหนึ่งถือแก้วน้ำเปล่า อีกข้างกดโทรศัพท์อย่างไม่เร่งรีบ
“ไปมหาลัย ยังไม่ได้ทำอะไรเสียงดังเลยนะ”
“เหอะ...งั้นก็รีบไปได้แล้วเห็นแล้วรำคาญตา”
“พี่ไม่ไปเหรอ”
“เกี่ยวอะไรกับมึงด้วย”
“ก็ว่าจะขอติดรถไปด้วย”
“ไปเองสิ เดี๋ยวคนก็คิดว่ากูกับมึงเป็นแฟนกันอีก”
“อ๋อ...”
“รกหูรกตา”
“นี่...เอ้า”
เธอหมุนตัวเปิดประตูแรงจนเสียงดังก้าวออกไปพร้อมเสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นดังก้องแบบไม่พอใจนัก
ทันทีที่ประตูปิดความเงียบหนาวเย็นกลับกลืนห้องทั้งห้อง คอปเตอร์กดโทรศัพท์ค้างอยู่แบบนั้น สายตาคมกริบจ้องไปที่ประตูที่เพิ่งปิดแน่น สันกรามขบจนขึ้นชัด
“อารมณ์ร้อนจริง ๆ”
ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา มือข้างหนึ่งยกขึ้นลูบสันจมูกแรง ๆ
ตัดภาพมาที่มหาลัย
ลมบ่ายพัดเอื่อย ๆ ใบโพธิ์ปลิวลงบนพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ
เพียงฝันนั่งพิงเสากลางลานกว้าง หนังสือหนาเปิดค้างบนตัก แสงแดดยามเย็นส่องลอดเงาใบไม้ลงมาตัดกับหน้ากระดาษ แต่สายตาของเธอพร่าเกินกว่าจะจดจำตัวหนังสือ
เสียงหัวเราะแหลม ๆ ดังแทรกขึ้นมาจากทางเดินด้านหลัง เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยก็เห็น มัดหมี่ในชุดนักศึกษากระโปรงสั้นพอดีตัว เดินมาพร้อมเพื่อนสองคนที่แต่งหน้าเต็มจัด
สายตาคมกริบของมัดหมี่ตวัดมองเธอช้า ๆ ก่อนกระตุกยิ้มเย็น ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงสดขยับปล่อยคำพูดที่กรีดลึกยิ่งกว่ามีด
“อ้าว…นึกว่าไปกกกับเสี่ยที่ไหนซะแล้ว ที่แท้ก็มานั่งท่องหนังสืออยู่ใต้ต้นไม้นี่เอง…ทำตัวเรียบร้อยจังเลยนะ”
เพื่อนข้าง ๆ หัวเราะคิกคัก เติมพิษเข้าไปอีก
