บทที่ 2 บทนำ 2
คนที่นี่ยังคงมีความเชื่อแบบดั้งเดิม ปฏิเสธการมีสะใภ้ต่างชาติทำให้มารดาของเธอไม่ได้รับการยอมรับ แม้แต่การตายยังไม่ได้รับการตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุให้กระจ่างชัดเพื่อมอบความยุติธรรมให้แก่พิมพินหญิงต่างชาติ การไม่ถูกยอมรับของมารดาทำให้เธอต้องอยู่ในคฤหาสน์แห่งนี้อย่างเจียมตัว ไม่ได้รับความเมตตาจากคนตระกูลอัลซาดีเช่นเดียวกับซารอและซารุส ลูกของฟาราดา การจะมีชีวิตอยู่ต่อตามคำสั่งเสียสุดท้ายของมารดา สิ่งที่เธอทำได้ในตอนนี้ก็มีเพียงรอว่าสักวันหนึ่งจะมีโอกาสได้ก้าวออกไปจากคฤหาสน์อัลซาดีแห่งนี้
เมื่อไหร่ที่ลูกเติบโตสามารถไปจากที่นี่ได้ กลับไปหาคุณยายที่ไทยนะลูกที่นี่อันตรายเกินไป แม่คงไม่สามารถคุ้มภัยให้ลูกได้อีกต่อไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจงมีชีวิตต่อไป
“เจ้านายของเจ้าจะรู้ตัวแล้วรึยังนะว่าเจ้าหายไป เขาจะออกตามหาเจ้าแล้วรึยัง”
นิ้วเรียวงามบรรจงพันผ้าสีขาวสะอาดลงบนขาข้างหนึ่งของเหยี่ยวทะเลทราย เธอไม่รู้ว่าอาการบาดเจ็บนี้เกิดจากอะไร แต่ถ้าเดาไม่ผิดเหยี่ยวตัวนี้คงยังอยู่ในช่วงการฝึก ไม่ใช่เหยี่ยวโตเต็มวัยที่เก่งกล้าอย่างที่เธอเคยได้เห็นมา
“เจ็บมากเหรอ ฉันจะทำเบา ๆ นะ อีกนิดเดียวจะเสร็จแล้ว”
ท่าทางอ่อนโยนนั้นอยู่ในสายตาของคนที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ เขาไม่ได้มีท่าทีดุดันคุกคาม เพราะเธอเองก็ไม่ได้ทำร้ายเหยี่ยวของเขา
“นั่นคือเหยี่ยวของฉัน”
หญิงสาวทั้งสองคนที่นั่งอยู่บนหญ้านุ่มต้องละจากสิ่งที่กำลังสนใจแล้วเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงราบเรียบนั้น ใบหน้าหล่อเหลาดวงตาคมเข้ม ไรหนวดจาง ๆ ขับส่งให้เขาดูดุมากขึ้น ตรงไหล่เสื้อของเขามีลักษณะพิเศษที่สามารถป้องกันความคมจากกรงเล็บของสัตว์ปีกชนิดนี้ได้ ซีรีนจึงรู้ว่าเขาไม่ได้โกหก
ชายหนุ่มนิ่งราวกับถูกสะกด ดวงตาหวานคมของเธอกำลังร่ายมนตร์ใส่เขา ไม่ได้เห็นหน้าหากแต่ต้องมนตร์เพราะดวงตาเปล่งประกายคู่นี้
“มันเป็นเหยี่ยวฝึกของฉัน บินนำหน้ามาแล้วหายไป ไม่คิดว่าจะมาอยู่ที่นี่”
“มันบาดเจ็บค่ะ ฉันช่วยทำแผลให้แล้ว แต่ฉันไม่มีความรู้หรอกนะคะ ช่วยเท่าที่ช่วยได้”
“ฉันขอมันคืนได้ไหม”
“ได้สิคะ ก็คุณคือเจ้าของมันนี่คะ”
เธอส่งเหยี่ยวบาดเจ็บคืนให้เขาอย่างระมัดระวังด้วยเกรงว่ามันจะตกใจ แม้จะยังไม่เติบโตเต็มวัยแต่กรงเล็บของมันก็ยังคงน่ากลัวอยู่ไม่น้อย สังเกตได้จากที่มันลงน้ำหนักบนตักของเธอตอนที่ทำแผล หากถูกกรงเล็บนั้นกรีดข่วนคงได้เลือดกันเลยทีเดียว
“สักครู่นะคะ สร้อยข้อมือฉันเกี่ยวกับเท้ามัน”
ซีรีนค่อย ๆ ปลดสร้อยข้อมือของเธอออกจากกรงเล็บของมันอย่างเบามือ ชายหนุ่มจับจ้องการกระทำอันอ่อนโยนนั้นไม่วางตา สร้อยข้อมือลูกปัดสีน้ำเงินฟ้าขาวนั้นช่างเหมาะกับเธอ สวยงามเข้มแข็งผสมผสานกันได้เป็นอย่างดี
“คุณหนูคะ ชุดเลอะหมดแล้วไปเปลี่ยนชุดกันนะคะ”
อามีนเอ่ยอย่างสุภาพ เพราะดูแล้วคนที่เป็นเจ้าของเหยี่ยวตัวนี้คงเป็นแขกคนสำคัญที่นายท่านและฟาราดากำลังเฝ้ารอการมาถึง เจ้าชายลำดับที่ 2 อันวาร คีฟ ราเจฟ อย่างแน่นอน และหากมีใครมาเห็นซีรีนกำลังพูดคุยกับว่าที่คู่หมั้นของซารอแล้วไปรายงาน มีหวังชีวิตคุณหนูของเธอคงลำบากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้แน่นอน
“อื้ม” ซีรีนตอบรับเบา ๆ
“ขอตัวนะคะ”
ดวงตาของเธอหรี่ลงเล็กน้อย ทำให้อันวารพอทราบว่าภายใต้ผ้าคลุมเนื้อละเอียดนั้นเธอกำลังยิ้มให้เขา คำเรียกขานของคนข้างกายทำให้รู้ว่านี่คือคุณหนูของคฤหาสน์อัลซาดี
“ช้าก่อน” อันวารเอ่ยรั้งเธอเอาไว้ หญิงสาวจึงจำเป็นต้องหันกลับมา
“เหยี่ยวตัวนี้ชื่อฟาฮัด มันติดค้างเธอ”
ซีรีนหลุบตาลงมองที่มือของชายหนุ่ม เขาสง่างามสมคำร่ำลือ บิดาของเธอรอการมาเยือนของเขา เจ้าชายผู้ฝึกเหยี่ยว
“นกหวีดเหยี่ยว ท่านให้ฉันเหรอคะ”
“อืม ฟาฮัดติดค้างเธอ ถ้าวันหนึ่งเธอต้องการความช่วยเหลือจากมัน และมันอยู่ในรัศมีของเสียงนกหวีดมันจะไปหาเธอ”
“แต่มันยังเป็นเหยี่ยวฝึกนี่คะ”
“ใช่ แต่ฉันให้มันเรียนรู้เสียงนกหวีดนี้ตั้งแต่แบเบาะ ที่มันบินกลับไปหาฉันไม่ได้ก็คงเพราะบาดเจ็บ...รับไปเถอะ”
