บทที่ 3 บทนำ 3

น้ำเน้ำเสียงทุ้มต่ำหากแต่เต็มไปด้วยความมั่นคง เขาคือเจ้าชายลำดับที่ 2 ว่าที่คู่หมั้นของพี่สาว ความรู้สึกหม่นบางอย่างแทรกเข้ามาในความรู้สึก เธอก้มหน้าหลบสายตาทรงเสน่ห์นั้นแล้วยื่นมือไปรับนกหวีดเหยี่ยวนั้นมา และเป็นอีกครั้งที่ทำให้เขาได้เห็นสร้อยข้อมือของเธออย่างชัดเจน

“ขอบคุณค่ะ”

“เธอ...เอ่อ” 

“ฉันขอตัวนะคะ”

อันวารตั้งใจจะถามชื่อของเธอแต่กลับถูกตัดบท แล้วซีรีนก็ย่อตัวทำความเคารพ แม้เขาจะไม่ได้เปิดเผยสถานะหากแต่เธอเองก็รู้อยู่แก่ใจ จะให้จากไปโดยไม่แสดงความเคารพก็ทำไม่ได้ อันวารมองเธอจากด้านหลังแล้วคลี่ยิ้มบางที่น้อยนักคนจะได้เห็นมัน รอยยิ้มของเจ้าชายแห่งเหยี่ยวทะเลทราย

“ซีรีน” 

เจ้าของชื่อชักเท้าที่กำลังจะก้าวขึ้นบันไดกลับมายืนในระดับเดียวกัน แล้วหันกลับไปหาคนที่รั้งเธอเอาไว้ ซารอพี่สาวต่างมารดา วันนี้เธอแต่งตัวสวยเป็นพิเศษ ชุดของเธอนั้นเรียบร้อยตามประเพณีหากยังได้รับการปรับให้เข้ากับยุคสมัยสากล ไม่ได้เชยหรือล้าหลัง ชุดสีน้ำเงินสดขับผิวขาวของซารอให้โดดเด่นสมกับเป็นหญิงงามแห่งดูบีอา ที่แม้จะเป็นรัฐขนาดเล็ก ที่มีน้ำมันและอัญมณีเป็นธุรกิจหลัก ทว่าความเจริญนั้นยังกระจุกอยู่เพียงแค่ในนครหลวงแห่งนี้

“พี่ซารอ มีอะไรกับน้องเหรอคะ”

“ไปทำอะไรมาเสื้อผ้าถึงได้เลอะเทอะแบบนี้”

“น้องไม่ทันระวังค่ะ พี่ก็รู้ว่าน้องซุ่มซ่ามแค่ไหน”

พี่สาวมองสำรวจเนื้อตัวผู้เป็นน้องตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ดวงตาเฉี่ยวโตขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นสร้อยข้อมือของซีรีน เธอถูกใจตั้งแต่แรกเห็น มิหนำซ้ำยังเข้ากับชุดของเธอในตอนนี้เแน่ ๆ ใบหน้าสวยเชิดคอตั้งเต็มไปด้วยความมั่นใจ ไม่มีสิ่งใดที่เธอต้องการแล้วไม่ได้ ทุกอย่างที่ซารอเอ่ยปากออกไปทุกคนต้องทำตาม ยิ่งตอนนี้เธอคือว่าที่คู่หมั้นของเจ้าชายอันวารผู้เก่งกาจเกินผู้ใด และเขาอาจจะได้เป็นรัชทายาทแห่งราชวงศ์อัลซียะห์ และอนาคตเธอก็คือว่าที่รานีแห่งดูบีอา

“ฉันต้องการสร้อยข้อมือเส้นนั้นของเธอ”

“แต่ว่าน้อง...”

“คนที่จะมาพบท่านพ่อในวันนี้คือเจ้าชายว่าที่รัชทายาท และฉันก็คือว่าที่คู่หมั้น ในวันหน้าทั้งดูบีอาก็ต้องเป็นของฉัน”

อามีนทำท่าจะโต้แย้งแทนเจ้านาย ที่จริงแล้วเจ้าชายยังไม่ได้ระบุตัวเสียหน่อยว่าจะหมั้นกับใคร แต่ที่เป็นเช่นนี้เพราะมารดาของซารอต่างหากที่กีดกัน ซีรีนได้ทัดทานอามีนเอาไว้ไม่ต้องการให้เรื่องราวบานปลายใหญ่โตจนถูกทำโทษ เธอแตะที่ไหล่ของอามีนแล้วส่ายหน้าเบา ๆ จากนั้นจึงหันไปยิ้มบางให้พี่สาวแล้วปลดสร้อยข้อมือที่สวมอยู่ส่งให้ซารอ 

“ใส่ให้ฉัน” เธอยื่นมือมาตรงหน้าน้องสาว ซีรีนรับคำแผ่วเบาด้วยหัวใจบางเบา สร้อยข้อมือที่ซื้อมาใหม่และเพิ่งได้ลองใส่แค่ครั้งเดียวเท่านั้น

“ค่ะ”

เธอสวมสร้อยข้อมือเส้นโปรดให้กับซารอ หญิงสาวยกมันขึ้นมาเมียงมองไปมาอย่างพอใจ รอยยิ้มปีติสมใจที่ไม่ว่าต้องการสิ่งใดเธอล้วนสมหวังเสมอ 

“ฉันเคยบอกแล้วนะ อะไรที่ฉันชอบฉันก็ต้องได้มา...ว่าแต่อะไรอยู่ในมือเธอ”

ซีรีนแบบมือออก นกหวีดในมือของเธอนั้นเก่าพอควร เพราะอันวารใช้ฝึกฟาฮัดมาตั้งแต่แบเบาะ มันไม่ได้สวยงามน่าครอบครอง ดูแล้วไม่ต่างจากเศษสิ่งของไร้ค่าที่เธอชอบโยนทิ้ง หรือจะว่าให้ถูกคือของที่เธอโยนทิ้งไปยังมีสภาพดีกว่านี้เสียอีก 

“สกปรก”

หญิงสาวสะบัดหน้าหมุนตัวเดินจากไป เพราะดูเหมือนว่าคนที่เธอรอคอยคงมาถึงแล้ว และอีกไม่นานบิดาและมารดาก็จะให้คนมาตามเธอออกไปพบเขา เจ้าชายผู้โดดเด่นเหนือใครในราชวงศ์ ทั้งยังเป็นว่าที่รัชทายาท

“อามีนเห็นคุณหนูมองเจ้าชายเมื่อครู่ อามีน เอ่อ...”

“เหลวไหลน่ะอน ท่านเป็นว่าที่คู่หมั้นพี่ซารอนะ...เหมาะสมกันดี” 

แล้วเหตุใดหัวใจต้องรู้สึกเจ็บแปลบทั้งที่เพิ่งพบกันครั้งแรก ทว่าช่างยากนักที่จะลบภาพความสง่างามนั้นออกจากความทรงจำ

“เจ้าชายยังไม่ได้รับปากนะคะว่าจะเป็นคุณหนูซารอ เปลี่ยนชุดแล้วลงมาพบท่านไหมคะ”

“ไม่เอาหรอก เดี๋ยวถูกคุณน้าดุเอา...ไปกันเถอะอามีน ไปเปลี่ยนชุดแล้วไปทำขนมต่อ”

สองปีต่อมา...

เจ้าชายลำดับที่ 2 นามอันวาร คีฟ ราเจฟ ก่อกบฏต้องโทษเนรเทศสู่อัลบราบา หากไม่ได้รับอนุญาตห้ามเข้าเขตนครหลวงแห่งดูบีอา และแต่งตั้งเจ้าชายลำดับที่ 1 นามอันซา คีฟ ราเจฟ ขึ้นเป็นรัชทายาท...

“อามีนเห็นข่าวไหม...”

“เห็นค่ะคุณหนู...ได้ยินว่าคุณหนูซารอเก็บตัวไม่ออกไปพบเจ้าชายแล้วค่ะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป