บทที่ 7 กลับคืนอีกครั้ง (3)
เขามองซีรีนด้วยแววตานิ่งสงบ ต่างจากเธอที่มองเขาด้วยความชื่นชมและปีติยิ่งที่ได้พบ เธอย่อตัวทำความเคารพเขาอย่างนอบน้อม แต่คนใจหินกลับมองการกระทำนี้เป็นเพียงเรื่องเสแสร้ง ต่อหน้าเคารพพอหันหลังกลับก็ขุดวาจาเชือดเฉือนขึ้นมาแต่งเติมเรื่องราวของเขาให้คนอื่นได้เข้าใจในมุมที่ผู้พูดต้องการ สุดท้ายล้วนจอมปลอม อันวารจึงไม่ได้ใส่ใจและตอบรับการทำความเคารพของเธอ เขาหันหลังเดินต่อไป โดยไม่ได้ไยดีสิ่งรอบตัว
“นายท่าน ฟาฮัดมันเป็นอะไรครับ ผมไม่เคยเห็นมันเป็นแบบนี้มาก่อนเลย” ซัลวาเอ่ยถามเจ้าชาย
“ถ้าแบบนี้ปกติก็คงบอกว่ามันดีใจ แต่ตอนนี้ไม่แน่ใจเพราะมันจะดีใจไปทำไม”
อันวารส่งไม้ต่อให้ชารีฟ ปล่อยให้ฟาฮัดไปเกาะบนแขนของชารีฟแทนแล้วจึงเอ่ยกับเจ้าแห่งนภาด้วยความไม่เข้าใจ
“เจ้าจะดีใจทำไม เหยี่ยวอกตัญญู ทีกับซารอเมื่อก่อนเจ้าไม่ให้จับ ทั้งยังดุใส่เธอ ทั้งที่เธอช่วยทำแผลให้เจ้า”
อันวารเอ่ยถึงคู่หมั้นที่ไม่ได้พบกันมานาน บุตรสาวของตระกูลมั่งคั่งอันดับหนึ่งในดูบีอา ผู้หญิงที่ผู้คนต่างบอกว่าเธอคือสตรีที่สวยที่สุด อันวารไม่เข้าใจเจ้าเหยี่ยวดื้อตัวนี้ ทั้งที่เมื่อก่อนซารอช่วยมันไว้ มันกลับไม่แม้แต่จะเข้าใกล้เธอ
กริด!!! ฟาฮัดทำเสียงสั้นในลำคอ จากนั้นก็โผบินขึ้นสู่ท้องฟ้า ให้คนเบื้องล่างทั้งสามได้แหงนหน้ามองจนปวด
“เอาแต่ใจจริง ๆ ฉันถูกมันโกรธ...ทุกวันนี้ฉันหรือมันกันแน่ที่เป็นเจ้านาย”
การได้อยู่กับคนที่ไว้ใจเป็นเวลาที่อันวารรู้สึกผ่อนคลายที่สุด อีกไม่กี่วันก็ต้องออกจากนครหลวงไป ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้รับอนุญาตให้กลับมาอีก ดังนั้นก็อดนึกถึงคู่หมั้นของตนเองไม่ได้ ด้วยประเพณีของดูบีอาเธอไม่อาจแต่งงานหรือรับหมั้นใครได้ เพราะเขายังไม่ได้เอ่ยยกเลิกการหมั้นหมายในครั้งนี้ หากอีกฝ่ายรับหมั้นผู้อื่นทั้งที่รู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ ฝ่ายหญิงจะเสียหายอย่างมิอาจชดใช้ ฟังดูแล้วช่างเป็นประเพณีที่ไม่ยุติธรรม แต่มันกลับทำให้อันวารพอใจ
“พรุ่งนี้ฉันจะไปตระกูลอัลซาดี”
“นายท่านจะไปทำไมครับ”
อันวารไม่ตอบเพียงยกยิ้มมุมปากแล้วเดินต่อไป หากแต่ในใจมีคำตอบแล้วว่าเขาจะต้องไปทวงสัญญาหมั้นหมาย จะปล่อยให้นางอดสูต่อไปไม่ได้ แต่ไม่มีทางที่อันวารจะยกเลิกงานแต่งระหว่างเขากับซารอ มีหรือจะไม่รู้ว่ารัชทายาทเองก็ต้องการตระกูลนี้เพื่อเสริมเก้าอี้บัลลังก์ของตัวเอง
“ไปทวงสัญญา”
“แต่พรุ่งนี้จะมีการอ่านพระราชสาส์นฉบับสุดท้ายนะครับ นายท่านจะไม่อยู่ฟังเหรอครับ” ซัลวาเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ
“เดี๋ยวชารีฟมาบอกเองแหละว่าตาเฒ่านั้นต้องการอะไร คงไม่ใช่ชีวิตแม่ฉันหรอก นางตายไปแล้วและตายซ้ำ ๆ เพราะวาจาของฟาติมาภรรยารักของเขาเอง...พรุ่งนี้ไปแสดงความเคารพท่านแม่ที่สุสานก่อนค่อยไป สิบปีมานี้ไม่รู้จะมีคนดูแลหรือไม่”
“ครับนายท่าน” ทั้งซัลวาและชารีฟตอบรับแข็งขัน เพราะสายตาของเจ้านายหม่นลงทันทีที่เอ่ยถึงพระมารดา
“ลูกมีชีวิตอยู่ตามคำของท่านแม่แล้ว”
นอกจากมีชีวิตอยู่ ยังพลิกฟื้นอัลบราบาจากผืนทะเลทรายเวิ้งว้างสู่ความเจริญ จนทำให้นครหลวงอยู่ไม่ติดเก้าอี้
