บทที่ 8 ขอพบคู่หมั้น (1)
ทั่วทั้งดูบีอาอยู่ในความเศร้าโศก กษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่งจากไปอย่างไม่หวนกลับ ชาวเมืองต่างร่วมไว้อาลัยเช่นเดียวกับคนในตระกูลอัลซาดีผู้มั่งคั่งและเป็นตระกูลที่ราชวงศ์ให้ความสำคัญมานาน ตระกูลนี้มีบุตรสามคน บุตรสาวคนโตชื่อซอรา น้องชายคนรองชื่อซารุสที่เกิดจากมารดาเดียวกันคือฟาราดา และบุตรสาวคนเล็กชื่อซีรีนเกิดจากสตรีชาวไทย ซีรีนไม่ได้เป็นที่รู้จักในวงสังคม เพราะมารดาเป็นชาวต่างชาติ ไม่เคยมีใครได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเธอนอกจากคนในครอบครัวและอามีนคนสนิท
“คุณแม่คะ แบบนี้จะดีเหรอคะ”
หญิงสาวใบหน้าเฉี่ยว แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางแบรนด์ดัง ริมฝีปากสีแดงสดขับให้เธอดูเป็นคนที่มั่นใจมากขึ้น ซารอยื่นแท็บเล็ตที่หน้าจอมีข่าวการอนุญาตให้เจ้าชายอันวาร คีฟ ราเจฟ กลับเข้านครหลวงเพื่อร่วมงานพระศพของกษัตริย์อุซามุสให้มารดาได้เห็น
“สัญญาหมั้นหมายของลูกยังไม่ถูกยกเลิก ใครกันที่สร้างธรรมเนียมให้ผู้ชายเป็นฝ่ายยกเลิกได้เท่านั้น แต่งงานไปอยากจะหย่าก็มีเพียงผู้ชายเท่านั้นที่เอ่ยปากได้”
น้ำเสียงของซารอเต็มไปด้วยความเหยียดหยันและรังเกียจ อันวารและซารอตกลงคบหากันตามความเห็นชอบของผู้ใหญ่อยู่เกือบสองปีและเข้าพิธีหมั้นหมายที่ผู้คนทั้งดูบีอาต่างรับรู้ แต่เธอไม่เคยรอการกลับมาของอันวาร เพียงแต่ที่ยังไม่หมั้นหมายใหม่เพราะเป้าหมายของเธอคือรัชทายาทอันซา พี่ชายของเขาต่างหาก
ฟาราดาเองก็วิตกไม่ต่างจากลูกสาว หากอันวารคิดทวงสัญญาหมั้นหมายนั้นครอบครัวเธอก็ไม่มีทางที่จะบิดพลิ้วได้ เมื่อก่อนเคยส่งเสริมให้ทั้งสองหมั้นหมายกันก็เพราะความโดดเด่นดุจดวงอาทิตย์ของอันวารที่เก่งกาจรอบด้าน ทั้งรัฐบาลและประชาชนในดูบีอาต่างสนับสนุนให้เขาขึ้นเป็นรัชทายาท อนาคตของซารอในฐานะพระชายาจะนำพาตระกูลอัลซาดีให้รุ่งเรืองเกินกว่าตระกูลใด ๆ ในดูบีอาจะเทียบได้ในวันที่เธอก้าวสู่ตำแหน่งรานี ฟาราดาวางแผนกีดกันไม่ให้ซีรีนลูกเลี้ยงได้เข้ามาในคฤหาสน์ ป้องกันไม่ให้ได้พบกับเจ้าชายอันวาร ไม่ต้องการให้เขามีตัวเลือก คนเดียวที่จะได้เป็นพระชายารัชทายาทต้องเป็นซารอเท่านั้น แต่ใครเลยจะคิด ความรุ่งโรจน์ของอันวารกลับดับแสงลงพรึ่บหลังจากที่ทั้งสองเข้าพิธีหมั้นได้เพียงเดือนเศษ
เพราะความสำคัญที่มีต่อราชวงศ์ลูกสาวเธอจึงยังอยู่รอดปลอดภัยมาจนถึงวันนี้ เรื่องราวของเจ้าชายกบฏเลือนหายไปจากความทรงจำของทั้งแม่และลูก หากแต่เมื่อไม่กี่ปีก่อนได้มีข่าวแพร่ออกมาว่า เจ้าชายกบฏผู้นั้นไม่ได้สิ้นชีพในทะเลทรายและได้กลายเป็นผู้นำแห่งนักรบอัลบราบา หากแต่ดินแดนนั้นมีนักรบที่เก่งกล้าที่สุด แม้แต่โจรทะเลทรายที่ปล้นฆ่าไม่เลือกหน้า ยังเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับนักรบอัลบราบา แต่ไฉนองค์กษัตริย์จึงไม่ปราบปราม ปล่อยให้ผู้ที่เคยก่อการกบฏตั้งตนเหิมเกริมได้ขนาดนี้
“เรื่องนี้แม่ก็หนักใจอยู่เหมือนกัน แต่เราจะทำอย่างไรให้เขาเป็นฝ่ายถอนหมั้น หรือให้เรายกเลิกได้”
เป็นปัญหาที่หนักหน่วงด้วยกฎหมายและวัฒนธรรมไม่อนุญาตให้ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายเอ่ยคำหย่าขาดจากคู่หมั้นหรือสามีได้ ช่างไม่ยุติธรรมเสียจริง
“คุณแม่คะ ถ้าเขาต้องการก่อกบฏอีกแล้วลูกยังมีสัญญาหมั้นอยู่เช่นนี้จะทำอย่างไร”
“เขาต้องทวงแน่”
