บทที่ 10 2.2 ความรักที่ไม่มีอยู่จริง
ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยโกรธชายหนุ่มจะเป็นจะตายที่ไปบอกเตี่ยของเธอว่าเผลอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเธอเมื่อประมาณ4ปีที่แล้ว แต่ตอนนี้ปภาดากลับรู้สึกขอบคุณพ่อเลี้ยงหนุ่มที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านในการเปิดใจคบหาจนถึงแต่งงานกัน เขาก็ดีกับเธอมาก ๆ ซึ่งมันทำให้เธอมีโอกาสจะมอบครอบครัวที่ถูกต้องให้กับน้องปุณณ์เสียที
“นี่ ครูคีย์ขา พี่นนท์เป็นสามีของปภาดานะเจ้าคะ ปภาดาก็ต้องเป็นคนทำสิ แล้วคืนนี้นะแป้งได้เตรียมชุดนอนไม่ได้นอนไว้แล้วด้วย ยิ่งแม่วันไปถือศีลที่วัดพรุ่งนี้เช้าท่านถึงจะกลับมาบ้าน คืนนี้พี่ชายของคีย์คงไม่ได้นอนแน่ ๆ ว่าแต่คีย์ไม่คิดให้กำลังใจเพื่อนเรื่องอาหารบ้างเหรอจ๊ะ”
“คีย์ขอให้พี่นนท์ชอบสิ่งที่แป้งทำให้เขาวันเกิดปีนี้นะ เอ่อ แล้วแป้งคิดดีแล้วใช่ไหมที่จะบอกพี่นนท์เรื่องของน้องปุณณ์ในวันนี้อ่ะ”
ความจริงงานวันเกิดของสามีครั้งนี้ ปภาดาตั้งใจจะบอกอานนท์ให้ทราบว่าเขากับเธอมีลูกชายที่น่ารักอย่างน้องปุณณ์อยู่บนโลกใบนี้ และจะบอกเขาว่าเธอคือผู้หญิงที่เขาได้สร้างตาบาปไว้ให้เมื่อเกือบ9ปีที่แล้วที่โรงแรมในมหานครนิวยอร์ก
เมื่อทุกอย่างลงตัวเธอจะชวนสามีเดินเข้าไปบอกเตี่ยและขอลูกชายคืนจากพี่ชายมาเลี้ยงดูเองในฐานะพ่อกับม๊า ไม่ใช่ โกวแป้ง กับเตี๋ยนนท์อย่างที่เด็กน้อยเรียกในปัจจุบัน ซึ่งอาทิตย์หน้านี้เธอตั้งใจจะชวนสามีกลับไปบ้านที่กรุงเทพฯ ตามสัญญาที่ได้ให้กับน้องปุณณ์เอาไว้และมันก็อยู่ในช่วงที่โรงเรียนปิดเทอมพอดี
และการไปบ้านสกุลวัฒนาวัตรครั้งนี้ ปภาดาตั้งใจจะชวนสามีไปค้างด้วยกันหลายๆ วันเพื่อใช้เวลาร่วมกับน้องปุณณ์ในฐานะลูกชายและเด็กน้อยจะได้ทำความคุ้นเคยกับครอบครัวที่แท้จริง
และเธอคิดว่าวันนี้สามีจะต้องดีใจมากแน่ ๆ ที่รู้ว่าน้องปุณณ์เป็นลูกชายของเขา เพราะขนาดที่ยังไม่ทราบความจริง ความรักความเอ็ดดูที่เขาได้มอบให้น้องปุณณ์ยังมีมากขนาดนี้ ซึ่งมันทำให้ปภาดามีความสุขมากขึ้นเมื่อนึกถึงตอนที่อานนท์ได้รู้เรื่อง และตอนนี้เธออยากให้ถึงตอนเย็นเร็วๆเพื่อที่สามีจะกลับมาบ้านเสียที
และการเตรียมงานเย็นนี้เธอตั้งใจจัดงานให้โรแมนติกที่สุด
โดยจัดให้มีการทานอาหารมื้อนี้ภายใต้แสงเทียน โดยมีลูกมือคอย
ช่วยเป็นเด็กในบ้านสองคนคือดาวเรืองกับกลอยใจที่อายุ20ต้นๆทั้งสองคน
ซึ่งตอนนี้ปภาดาก็ส่งเสียให้ได้เรียนมหาวิทยาลัยทั้งคู่ นั่นจึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่คนในบ้านหลังนี้รักเธอ เพราะความใจดี และไม่เคยถือตัวเหมือนกับที่คิดไว้ก่อนที่ปภาดาจะย้ายมาอยู่ที่นี่ในฐานะเจ้านายอีกคน
เพราะคนงานในบ้านต่างกลัวว่าลูกคุณหนูอย่างเธอจะเอาแต่ใจและไม่เห็นหัวคนที่มีฐานะต่ำกว่า เหมือนดังภาพที่ปรากฏตามสื่อโซเซียลว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ตรงและแรง
“ดาวเรืองจ๊ะ พี่รบกวนไปเอาไวน์ตรงเคาน์เตอร์บาร์ ที่ยังอยู่ในลังมันวางอยู่ข้างบาร์เอามาแช่ให้พี่สัก2ขวดนะ แล้วกลอยใจพวกเทียนกับไม้ขีดไฟเตรียมพร้อมหรือยังจ๊ะ เดี๋ยวสักสองชั่วโมงครึ่งก็อุ่นอาหารแล้วตั้งโต๊ะได้เลยนะจ๊ะ
แล้วเสร็จจากที่พี่บอกทั้งสองคนก็ไปพักผ่อนกันได้เลย ไม่ต้องรอนะจ๊ะ ที่เหลือเดี๋ยวพี่จัดการดูแลพ่อเลี้ยงของดาวเรืองกับกลอยใจเอง แล้วอย่าลืมบอกคนอื่น ๆไม่ให้เข้ามาบริเวณที่พี่กับพ่อเลี้ยงอยู่ด้วยนะจ๊ะ”
เมื่อสั่งงานเด็กในบ้านเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวก็รีบขึ้นไปแต่งตัวเพื่อให้สวยที่สุดสำหรับอานนท์ที่จะอยู่ด้วยกันในค่ำคืนที่สุดพิเศษนี้ คืนนี้ปภาดาเลือกชุดเดรสสีชมพูอมโอรสพอดีตัว เป็นผ้าลูกไม้จากอิตาลีที่อานนท์ซื้อมาให้เมื่อตอนที่เขาบินไปดูงานที่เมืองนอก แต่เธอเคยปฏิเสธที่จะสวมใส่มันมาหลายครั้งแล้วเพราะมันไม่ใช่สไตล์ที่เธอชื่นชอบ
แต่เมื่อแต่งออกมาในครั้งนี้มันก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด จนปภาดาอดคิดเข้าข้างตัวเองว่าหากอานนท์ชอบแบบนี้เธอเองก็จะแต่งมันในบางครั้งเพื่อสามีที่แสนดีคนนี้ ยิ่งชุดนี้มันยิ่งส่งให้หญิงสาวดูสวยหวานยิ่งขึ้น
เมื่อเธอปล่อยผมยาวพร้อมกับดัดลอนแบบธรรมชาติ ถึงหญิงสาวจะดูไม่ชินกับมากเพียงใด แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ปภาดาเปลี่ยนใจที่จะไม่แต่งตัวด้วยชุดนี้แม้มันจะไม่ใช่สไตล์ของเธอก็ตาม และทั้งหมดนี้ที่เธอทำก็เพื่อสามีคนเดียวเท่านั้น เพราะรู้มาว่าอานนท์ชอบผู้หญิงเรียบร้อยแต่งตัวหวาน ๆ เหมือนอย่างคีตภัทร
และตอนนี้ปภาดากำลังนั่งรออานนท์มาสองชั่วโมงแล้ว จากรอยยิ้มที่มีบนใบหน้าตอนนี้มีเพียงความเรียบเฉยพร้อมกับแววตาแห่งการรอคอยให้เขากลับมาเร็วๆ ทำไมวันนี้เขาถึงกลับช้าทั้งที่ปกติเลิกงานก็จะกลับบ้านเลย
และเธอก็สั่งเลขาของเขาตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วว่าให้เคลียร์ตารางงานของเย็นวันนี้ให้กับสามีเธอด้วย หรือว่าเหมือนดาวจะลืมทำตามที่เธอบอก แต่ก็ช่างเถอะเดี๋ยวสามีเธอก็คงมาแล้ว
