บทที่ 13 2.5 ความรักที่ไม่มีอยู่จริง

ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มเดินเข้ามาในห้องอาหารพร้อมกับใบหน้าอิดโรย ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนหลังจากเอ่ยปากขอหย่าจากปภาดาแล้วจะทำให้เขาต้องคิดมากจนนอนไม่หลับได้ขนาดนี้ จากก่อนหน้านั้นที่เคยคิดว่าหากไม่ต้องปกปิดความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเหมือนดาว ตัวเองคงรู้สึกสบายใจมากกว่านี้

และวันนี้ก็เป็นวันหยุดทำให้เขาไม่ต้องเร่งรีบอะไรมากในการลงมาทานอาหารเช้า เพียงแต่ช่วงบ่ายมีนัดกับเลขาสาวเพื่อไปดูคอนโดที่เขาตั้งใจจะใช้เป็นรังรักอย่างเป็นทางการของเขากับเธอหลังจากที่หย่ากับปภาดาเรียบร้อยแล้ว

ซึ่งคงหนีไม่พ้นคอนโดโครงการElite spaceที่เขาเป็นเจ้าของอยู่ เพียงแต่มันไม่ใช่ห้องที่เขากับภรรยาที่กำลังกลายเป็นอดีตในอีกไม่นานเคยเอาไว้เข้าพักด้วยกัน เพราะคอนโดห้องนั้นเป็นห้องที่ปภาดาเลือกและตกแต่งเองทุกอย่าง ถึงแม้เหมือนดาวเองจะอยากได้มันมากก็ตาม

และเมื่ออานนท์ลงมาถึงห้องอาหารก็พบมารดานั่งรออยู่ก่อนแล้ว แต่แปลกที่เช้าวันนี้เขาไม่พบปภาดาอยู่ด้วยซึ่งปกติเวลานี้เธอมักจะลงมารอที่โต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว

“แม่ กลับมาจากวัดตั้งแต่เมื่อไรครับ แล้วแป้งละครับเธอไปไหน ทำไมยังไม่ลงมาอีก”

“เอ๊ะ! ตานนท์นี่ยังไง แม่สิต้องถามเราว่าเมียเราไปไหน ทำไมน้องถึงยังไม่ลงมาอีก ทำอย่างกับเมื่อคืนไม่ได้นอนห้องเดียวกันอย่างนั้นแหละ นนท์นี่เป็นสามีที่ใช้ไม่ได้เลย ดาวเรืองขึ้นไปดูคุณแป้งบนห้องที นี่มันนานผิดปกติแล้วนะ”

หลังจากที่แม่เลี้ยงวรรณาตำหนิลูกชายคนเดียวที่ไม่สนใจภรรยาของตัวเองเสร็จก็หันไปสั่งเด็กในบ้านให้ขึ้นไปดูลูกสะใภ้ทันที ซึ่งตอนนี้อานนท์ก็ได้แต่นั่งนิ่งเฉยโดยไม่แสดงอาการอะไร แม้ในใจจะเริ่มกังวลขึ้นมาเล็กน้อยแล้วก็ตาม เพราะรู้ว่าที่ปภาดาเป็นอย่างนี้เพราะเรื่องที่เขาขอหย่าเมื่อคืน

แต่เมื่อหันไปมองมารดาที่นั่งอยู่ด้านข้างก็มีเพียงสายตาที่ตำหนิที่ส่งกลับไปเท่านั้น แต่ในขณะนั้นเสียงของดาวเรืองก็ตะโกนเสียงดังมาจากห้องนอนของเขากับภรรยา

“ช่วยด้วย ช่วยด้วยค่ะ! คุณแป้งเป็นลมอยู่ในห้องน้ำ”

“หนูแป้ง! เร็วเข้าสิตานนท์ เมียเราเป็นลมอยู่นะ มัวแต่นั่งอยู่นั่นแหละ”

หลังจากได้ยินว่าภรรยาเป็นลมอยู่ในห้องน้ำ อานนท์ได้แต่นั่งช็อกไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับปภาดาผู้หญิงที่เขามองว่าเป็นครแข็งแกร่ง แต่ถ้าเป็นคนรักของเขาอย่างเหมือนดาวที่เป็นคนอ่อนหวานก็ว่าไปอย่าง

“แป้ง!” หลังจากที่ถูกมารดาเรียกชื่อของตนชายหนุ่มก็ได้สติทันที พร้อมกับเอ่ยชื่อภรรยาสาวอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะรีบวิ่งไปยังห้องต้นเสียงทันที โดยไม่สนใจรอคนเป็นห่วงลูกสะใภ้อย่างแม่เลี้ยงวรรณาว่าจะเดินมาทันหรือไม่

เมื่ออานนท์เข้ามาในห้องน้ำที่อยู่ในห้องนอนของตนก็เห็นหญิงสาวที่เคยนอนเคียงข้างเขาอยู่ทุกคืน กำลังนอนไร้สติอยู่โดยมีดาวเรืองเอาศีรษะของเธอวางไว้บนตักของตน พร้อมกับบีบนวดไปตามแขนของปภาดา

เมื่อเห็นดังนั้นชายหนุ่มจึงรีบบอกเด็กในบ้านให้ถอยออกไป ก่อนที่เขาจะรีบเข้าไปอุ้มหญิงสาวมาวางบนเตียงก่อนจะจัดท่าทางเพื่อให้เธอได้นอนในท่าที่คิดว่าสบายที่สุด พร้อมกับถือยาดมเพื่อช่วยให้ภรรยาฟื้นขึ้นมา และตัวเขาเองก็นั่งลงข้าง ๆเตียงพร้อมกับยกมืออีกข้างของตัวเองมากุมมือบางเอาไว้อย่างทะนุถนอม

วินาทีที่เขารู้ว่าเธอหมดสติไป ชายหนุ่มรู้แต่เพียงว่าไม่อยากให้เธอเป็นอะไรไปมากกว่านี้ แค่คิดว่าหากเธอไม่อยู่บนโลกใบนี้หัวใจมันก็รู้สึกเศร้าหมองอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ซึ่งเขาก็บอกตัวเองว่ามันคือความรู้สึกผูกพันที่เกิดจากการใช้ชีวิตสามีภรรยาร่วมกันมาหลายปีเท่านั้น หาใช่ความรู้สึกอย่างที่เขาเคยรู้สึกกับคีตภัทรหรือรู้สึกกับเหมือนดาวในตอนนี้นั่นเอง อีกอย่างคงไม่มีใครที่อยากให้มีคนตายเกิดขึ้นในบ้านนั่นคือสิ่งที่อานนท์ให้คำตอบกับตัวเองในตอนนี้

ถึงแม้ตอนนี้เขาจะกำลังมองดูใบหน้าซีดเซียวของคนตัวเล็กด้วยความปวดใจ ในขณะที่มือหนาก็เอื้อมไปเกลี่ยปอยผมไม่ให้ปกคลุมใบหน้านวล ก่อนจะลูบไล้ไปตามโครงหน้าเหมือนดั่งต้องมนต์สะกด ปภาดาเป็นคนผิวขาวตามแบบฉบับคนมีเชื้อสายจีน ยามไม่ได้แต่งหน้าใบหน้านี้ดูเหมือนสาวหมวยสดใสที่อายุสักสิบแปด

แต่ใช่ว่าใครจะเห็นใบหน้าไร้เครื่องสำอางของหญิงสาวได้ง่าย ๆ  นั่นก็เพราะด้วยหน้าที่การงานที่ต้องการความน่าเชื่อถือและภูมิฐาน

“อือ น้ำ ขอน้ำหน่อย”

“แป้ง หิวน้ำใช่ไหม เดี๋ยวพี่เอาน้ำให้นะ”

ขณะที่ปภาดาเอ่ยคำพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง พร้อมกับดวงตาที่ค่อย ๆลืมตาขึ้นมา เมื่อเห็นว่าคนที่กำลังเอื้อมมือไปหยิบเอาแก้วน้ำที่วางไว้บนโต๊ะให้เธอตอนนี้คือคนเดียวกับที่ฆ่าเธอให้ตายทั้งเป็น พลันน้ำตาก็ไหลออกมา ผู้ชายคนนี้เก่งมากที่สามารถแสดงว่าห่วงใยเธอได้ซะมากมาย

แต่ก็ไม่แปลกเพราะที่ผ่านมาเธอก็หลงกลเขาจนถึงขั้นตอบตกลงแต่งงานและหลงรักความจอมปลอมที่เขาสร้างขึ้นจนต้องมาเจ็บอย่างตอนนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป