บทที่ 15 3.1 เหมือนเดิมที่ไม่เหมือนเดิม
หลังจากที่อานนท์กับปภาดาได้ตกลงกันว่าจะยังใช้ชีวิตการเป็นสามีภรรยากันต่อไปอีกสักระยะ เพื่อในระหว่างนี้ทั้งสองคนจะค่อย ๆหาทางบอกครอบครัวของตัวเองถึงสิ่งที่เปลี่ยนสถานะของคนทั้งสอง เพื่อให้กระทบจิตใจพวกท่านน้อยที่สุด และคืนนี้ก็เป็นคืนแรกที่ทั้งคู่จะต้องใช้ห้องนอนร่วมกันหลังจากที่จะหย่าจากกันแต่โดยดี
หากว่าอานนท์ไปนอนที่อื่นก็กลัวว่าแม่เลี้ยงวรรณาและเด็กในบ้านจะผิดสังเกตเอาได้ และเมื่อเขาเดินเข้ามาให้ห้องนอนก็พบว่าปภาดาได้หลับไปแล้ว แต่คืนนี้เธอได้นอนหันหลังให้เขาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่แต่งงานกันมา และนี่ก็เป็นอีกวันที่เขากลับบ้านดึกหลังจากวันที่ได้ขอหย่าจากภรรยา นั่นก็เพราะหลังเลิกงาน อานนท์ต้องพาเลขาสาวไปซื้อของใช้ที่จำเป็นที่ห้างสรรพสินค้าและตามด้วยการดูหนังต่ออีกหนึ่งเรื่อง
เนื่องจากเขาได้บอกกับเหมือนดาวว่าตอนนี้ยังไม่สามารถหย่ากับปภาดาได้ ทำให้แฟนสาวเกิดอาการไม่พอใจ ดังนั้นตอนเย็นเขาจึงต้องการเอาใจเธอ แต่เมื่อเข้ามาเข้ามาในห้องนอนบรรยากาศต่างทำให้เขารู้สึกแปลก ๆ เริ่มจากที่ภรรยานอนหันหลังให้
และสิ่งที่เธอเคยทำให้เขาไม่ว่าจะเตรียมผ้าขนหนูหรือชุดนอนก็ไม่มีวางไว้เหมือนเดิม อานนท์มองดูคนตัวเล็กที่นอนหลับอยู่ด้วยสายตาเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างก่อนสะบัดศีรษะสองสามทีเหมือนต้องการให้ตัวเองหยุดความคิดนั้นไป จากนั้นจึงเดินเข้าห้องน้ำพร้อมกับผ้าขนหนูที่ตัวเองต้องไปหาหยิบมาใช้เอง
และเมื่อออกจากห้องน้ำมาอานนท์ก็ชั่งใจว่าคืนนี้เขาจะนอนที่เตียงหรือที่ตรงพื้นดี เพราะตอนนี้สถานะของเขากับเธอไม่เหมือนเดิมแล้ว แต่พอคิดว่าอีกไม่นานจะไม่มีร่างเล็กมานอนร่วมเตียงกันอีก ภายในใจก็รู้สึกปวดหนึบขึ้นมา ทำให้เขาตัดสินใจขึ้นไปนอนบนเตียงข้างเธอเหมือนที่ผ่านมา แม้คืนนี้ไม่สามารถนอนกอดเธอได้อีกต่อไปก็ตาม
ในช่วงดึกท่ามกลางความมืดที่เงียบสงัด หลังจากที่ปภาดาแน่ใจว่าคนร่วมห้องนอนได้นอนหลับไปแล้ว หญิงสาวจึงค่อย ๆพลิกตัวกลับมาทางชายหนุ่มที่นอนอยู่ข้างตน ความจริงตอนที่เขาออกจากห้องน้ำเธอยังไม่ได้นอนหลับ และเมื่อมองดูหน้าเขาตอนนี้ความรู้สึกโกรธ น้อยใจ หรือเสียใจอะไรก็แล้วแต่
เมื่อนึกว่าที่เขากลับบ้านดึกเพราะไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้น ซึ่งถ้าได้เปรียบเทียบกันคงมีแต่คนบอกว่าเหมือนดาวไม่มีอะไรที่สู้เธอได้เลย แต่อานนท์สามีที่เธอรักกลับมอบความรักที่ควรจะเป็นของเธอให้กับผู้หญิงคนนั้นไปแทน และที่มันเจ็บเพราะเธอเคยพูดเรื่องเลขาคนนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง
ซึ่งวันนั้นเธอยังแซวเขาอยู่เลยว่า เลขาคนนี้ท่าทางเรียบร้อยแต่เธอไม่ชอบแววตาของเด็กคนนี้เลย มันดูไม่น่าไว้ใจอย่างไรไม่รู้ แต่อานนท์กลับตอบมาว่า
‘จะกลัวไปทำไมครับคุณปภาดา พี่เป็นผู้ใหญ่ไม่กินกับเด็กในปกครองหรอก อีกอย่างถ้าพี่ทำให้เมียเสียใจ เฮียกับเตี่ยของแป้งเอาพี่ตายแน่ ๆ แต่ไม่ต้องรอให้ถึงสองคนนั้นหรอกนะ แม้แต่แม่ของพี่ยังเป็นทีมแป้งเลย และที่สำคัญพี่ยิ่งรักแป้งขึ้นทุกวัน แล้วจะเอาสายตาไหนไปมองคนอื่น อีกอย่างเด็กคนนี้แม่ของพี่เป็นฝากมา พี่เองก็ไม่รู้จะปฏิเสธท่านอย่างไร’
ตั้งแต่วันนั้นเธอก็ไม่เคยคิดระแวงสงสัยคนทั้งคู่อีกเลยเพราะเชื่อว่าหากอานนท์ไม่เล่นด้วย เด็กสาวก็คงทำอะไรไม่ได้
“หึ! เป็นไงละปภาดา ผู้ชายที่เธอคิดว่าเขาเป็นคนดี ตอนนี้ดีสมใจเธอหรือยัง แล้วตอนนี้ยังอยากจะรักเขาอีกไหม คนเลวอย่างเขาไม่ควรเป็นพ่อของน้องปุณณ์เลยสักนิด”
อึก! หญิงสาวได้แต่ต่อว่าตัวเองเบาๆอย่างเจ็บใจที่ไปรักผู้ชายอย่างอานนท์ได้ ทำให้เผลอร้องไห้ออกมาแต่ก็ต้องพยายามเก็บกดเสียงร้องนั้นเอาไว้เพื่อไม่ให้คนที่กำลังนอนข้าง ๆ ได้ยิน และเขาจะได้ไม่สมเพชเธอมากไปกว่านี้ และคืนนั้นหญิงสาวก็นอนหลับไปพร้อมกับคราบน้ำตาตลอดทั้งคืน
ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มคนเดียวในบ้านเดินลงมาที่ห้องอาหาร ก็เห็นสองสาวต่างวัยแม่เลี้ยงวรรณาหรือแม่เลี้ยงใหญ่อีกหนึ่งสรรพนามที่คนในอาณาจักรรัตนบวรพากันเรียก นั่งตรงข้ามกับปภาดาภรรยาที่เขาเพิ่งจะขอหย่าได้ไม่นาน ขณะที่ชายหนุ่มกำลังเดินไปที่นั่งตัวเอง หญิงชราของบ้านก็เอ่ยปากพูดกับลูกชายทันที
“ตานนท์ลงมาก็ดีแล้วลูก แม่กำลังคุยกับหนูแป้งเรื่องที่หมอคิมเขาไปหาหนูคีย์ทุกอาทิตย์ เหมือนกับนนท์ช่วงที่ยังไม่แต่งงานกันเลยนะลูก แม่ได้ยินน้องนาบอกว่าที่หมอคิมกลับมาหาหนูคีย์คราวนี้ก็เพราะนนท์บอกหมอคิมเรื่องของนนท์กับน้องเหรอลูก”
“ครับ ผมอยากเห็นน้องคีย์กับลูก ๆมีความสุขสักที เพราะตัวหมอคิมเขาบอกผมตอนนั้นว่ายังไม่มีใคร และยังเข้าใจผิดว่าเจ้าแฝดเป็นลูกของผมอีกน่ะครับ”
อานนท์พูดขณะก่อนจะยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มเหมือนเช่นทุกเช้า ขณะที่สายตาก็ยังชำเลืองมองหญิงสาวที่นั่งข้าง ๆ เพราะตั้งแต่ที่เขามาถึงโต๊ะอาหารเธอยังไม่พูดกับเขาสักคำ ไหนเป็นคนบอกเองว่าให้ทำตัวเหมือนปกติ แล้วแบบนี้หากแม่ของเขาสงสัยจะต้องทำอย่างไร
