บทที่ 16 3.2 ความรักที่ไม่มีอยู่จริง
ขณะที่ปภาดาเองก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทานมื้อเช้าอย่างเดียว ซึ่งตอนนี้เธอพยายามจะไม่สนใจสามีที่ในอีกไม่ช้าจะกลายเป็นอดีต
แต่แม่เลี้ยงวรรณาผู้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างสองสามีภรรยาคู่นี้ในระหว่างที่ท่านไปถือศีลที่วัด เหตุการณ์เมื่อวานตอนเช้าที่ปภาดาเป็นลมคาห้องน้ำก็คิดแค่ว่าลูกสะใภ้คงเหนื่อยจากเดินทางเท่านั้น และเช้านี้ท่านก็ถามลูกชายอีกครั้งหลังจากไม่ได้ถามมานานแล้วเกี่ยวกับเรื่องการมีลูก
เพราะตัวท่านนั้นก็อยากจะเลี้ยงหลานเหมือนกับพ่อเลี้ยงคเชนทร์กับคุณวันทนา รวมถึงเพื่อนรุ่นคราวเดียวกันเมื่อเจอหน้าก็เอาแต่พูดเรื่องหลานกันทั้งนั้น
“พูดถึงเรื่องลูกของหมอคิมกับหนูคีย์ที่ตอนนี้ก็มีตั้งสามคนแล้ว แล้วนนท์ล่ะลูกเมื่อไรจะมีกับเขาบ้าง”
เมื่อได้ยินแม่ตนถามเรื่องลูกทำให้กาแฟที่อานนท์กำลังดื่มอยู่ถึงกับพุ่งพรวดออกมาออก ทำให้ปภาดาที่กำลังก้มหน้าทานอาหารอยู่ถึงกลับกลั้นขำเอาไว้แทบแย่ แต่สิ่งเหล่านั้นกลับไม่พ้นสายตาของอานนท์ทำให้ริมฝีปากหนายกขึ้นอย่างพอใจ เพราะมันคุ้มค่าที่เห็นปภาดาแสดงอย่างอื่นบ้างนอกจากนิ่งเฉยอย่างเช้านี้ บอกตามตรงว่าเขาไม่ชินมันสักนิด
แม้จะโดนแม่ของเขาตำหนิเรื่องการไม่ระวังเวลาที่ดื่มกาแฟ เพราะอานนท์บอกว่าที่กาแฟพุ่งพรวดเพราะมันร้อนนั่นเอง หลังจากนั้นท่านจึงหันไปคุยกับลูกสะใภ้ที่ตัวเองรักมากจนบางครั้งลูกชายอย่างอานนท์ยังอดแซวไม่ได้ว่าตกลงปภาดาหรือเขากันแน่ที่เป็นลูกของท่าน
“หนูแป้งด้วยนะลูกมีวี่แววว่าเจ้าตัวเล็กจะมาหรือยัง แต่งงานกันมาก็หลายปีแล้วอีกอย่างแม่ก็อยากเลี้ยงหลานแล้วนะจ๊ะ บอกตามตรงว่าแม่อิจฉาพ่อเลี้ยงคเชนทร์กับคุณวันทนา เพื่อนหนูตอนนี้ก็มีลูกตั้งสามคน ดีไม่ดีหมอคิมกลับมาคราวนี้ ลูกคนที่สี่คงไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วนะ”
เมื่อฟังสิ่งที่แม่สามีบอกว่าอยากอุ้มหลาน เธอในฐานะที่เป็นลูกสะใภ้ทำได้เพียงส่งยิ้มกลับไปเท่านั้น เธอได้แต่นึกขันตัวเองที่อยากมีลูกกับอานนท์อีกสักคนเพราะอายุจะได้ไม่ห่างกับน้องปุณณ์มาก จนถึงขั้นเป็นคนเอ่ยปากกับสามีเอง
มีอยู่ครั้งหนึ่งในช่วงใกล้เปิดตัวคอนโดElite spaceในอีกไม่กี่วันข้างทั้งคู่จึงชวนกันไปค้างที่คอนโดแห่งนั้นในห้องที่ปภาดาบอกกับอานนท์ว่าต้องการเก็บไว้เป็นห้องส่วนตัวของเราทั้งคู่ เพราะเป็นโครงการนี้เป็นความฝันของอานนท์ส่วนเธอก็เข้ามามีบทบาทตั้งแต่ที่อานนท์ยื่นกู้กับทางธนาคารของบ้านเธอ
คืนนั้นในขณะที่อานนท์กำลังนั่งดูเอกสารเกี่ยวกับคอนโดElite spaceที่กำลังจะเปิดตัวในอีกไม่กี่วันข้าง ปภาดาที่เดินออกมาจากห้องนอนในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวของอานนท์ กับกางเกงเอวยืดขาสั้นมานั่งลงข้าง ๆชายหนุ่มพร้อมกับชะเง้อไปดูเอกสารในมือ เมื่อเห็น
ว่าเป็นเอกสารวางแผนเกี่ยวกับการตลาด จึงจับเอกสารในมือของเขาปิดลง พร้อมกับส่งยิ้มจนตาหยีขณะที่ริมฝีปากบางก็เอ่ยเสียงหวาน ๆ ออกมา
“พี่นนท์ขาเก็บไว้ก่อนค่ะ เดี๋ยวงานพวกนี้แป้งช่วยดูให้เองพี่นอนดึกมาหลายวันแล้วนะคะและที่แป้งชวนมาค้างที่นี่ก็เพื่อที่พี่จะได้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้นนะคะ ไม่ใช่ให้มาเปลี่ยนสถานที่ทำงาน ทำไมคะทำหน้าแบบนี้ใส่แป้ง ไม่เชื่อฝีมือนักศึกษาปริญญาโทการตลาดจากมหาลัยเดียวกับพี่เหรอคะ”
อานนท์จ้องมองภรรยาสาวที่นับวันที่อยู่ด้วยกัน เธอยิ่งทำให้เขารู้สึก
แปลกใจจากคนที่เขาเคยมองเธอว่าหยิ่ง เอาแต่ใจตัวเองโดยไม่สนใจใคร และบางครั้งก็กล้าได้ก็เสียจนเขาเป็นผู้ชายยังยอมแพ้
ในขณะที่มองหน้าหวานๆอยู่นั้นริมฝีปากหนายกขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ส่วนมือสองข้างก็ช้อนอุ้มคนตัวบางเดินไปที่ห้องนอนพร้อมกับพูดบางอย่างที่ได้ยินกันเพียงสองคน
“พี่เชื่อว่าเมียพี่เก่ง แต่ตอนนี้คนเก่งต้องเอารางวัลที่พี่จะให้
ไปก่อนนะครับ”
ขณะนี้อานนท์กำลังวางภรรยาสาวลงบนเตียงนอนขนาดใหญ่ ทั้งสอง
ต่างสบสายตากันอย่างหวานเยิ้มต่างสื่อความว่าต่างคนต่างต้องการการเติมเต็มของกันและกัน
“แป้งคร้าบ” ชายหนุ่มเรียกภรรยาสาวอย่างแผ่วเบาขณะที่มือหนาทั้งสองข้างก็เริ่มวนเวียนอยู่บริเวณทรวงอก ทั้งบีบเคล้นอกอวบอิ่มแล้วสะกิดเบาๆตรงยอดอกอิ่มผ่านเนื้อผ้าชั้นดีของคนตัวเล็ก พร้อมกับยกยิ้มแล้วกล่าวต่อว่า
“วันนี้เมียพี่ไม่ได้ใส่เสื้อชั้นในเหรอนี่ ดูนี่สิ มันตั้งใจออกมาทักทายพี่แล้วนี่ พี่รู้ว่าแป้งชอบให้พี่ทำแบบนี้”
“พะ พะพี่นนท์ขา วันนี้พี่ไม่ใส่ถุงยางได้ไหมคะ แป้งอยากมี
ลูกอีกสักคน ลูกของเราต้องน่ารักไม่น้อยกว่าน้องครามน้องไคแน่ ๆเลยค่ะ หรือถ้าเหมือนน้องปุณณ์ก็ยิ่งดี”
เมื่อได้ยินคนใต้ร่างบอกอยากมีลูกกับเขา อานนท์ได้แต่บอกกับเธอว่าตัวเองยังไม่พร้อมให้รอเวลาอีกหน่อย
