บทที่ 19 4.1 ครั้งสุดท้ายด้วยหัวใจรัก

บ้านหลังใหญ่แห่งอาณาจักรสกุลวัฒนาวัตร ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางมหานครอย่างกรุงเทพฯ ที่มีขนาดมากกว่า5ไร่ และการมาที่นี่สำหรับอานนท์คงจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วในฐานะสามีของลูกสาวคนเล็กของบ้าน ชายหนุ่มรู้ตัวดีว่าครอบครัวของภรรยาเอ็นดูเขามากโดยเฉพาะพ่อตาอย่างเจ้าสัวรุจน์

และวันนี้ท่านก็มานั่งรอการกลับมาบ้านของปภาดากับเขา พร้อมกับน้องปุณณ์ที่ห้องรับแขกตั้งแต่เช้า เมื่อเห็นดังนั้นก็ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเสียใจขึ้นมาเล็กน้อยที่อีกไม่นานเขาจะไม่สามารถเกี่ยวข้องกับครอบครัวนี้ได้อีกแล้ว

เพราะตั้งแต่ที่เขาแต่งงานกับปภาดา พ่อตาก็ได้สอนเขาเกี่ยวกับการทำธุรกิจมากมาย ส่วนปัณณ์ด้วยความที่มีอายุที่เท่ากันทำให้ทั้งคู่สนิทและกลายมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเสมอ นั่นจึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่เขายอมยกเลิกนัดกับเหมือนดาวเพื่อลงมากรุงเทพฯครั้งนี้ ตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับเด็กชายตัวน้อยคนนี้

“เตี๋ยนนท์ ปุณณ์คิดถึงจังเลยครับ คราวนี้ปุณณ์จะได้ไปขี่จักรยาน แล้วก็...”

“พอได้แล้วเจ้าปุณณ์ วิ่งเข้าใส่เตี๋ยเราอย่างนั้นได้ไง เรานะโตแล้วนะไม่ใช่ตัวเล็ก ๆเหมือนเมื่อก่อนแล้ว และนี่ถ้าเป็นโกวของเราคงล้มลงพื้นไปแล้ว ระวังหน่อยเข้าใจที่อากงบอกหรือเปล่า”

“ครับ ปุณณ์เข้าใจครับอากง”

อานนท์เอามือลูบบนศีรษะของเด็กชายเบา ๆเมื่อเห็นใบหน้าน้อย ๆสลดลงเล็กน้อย พร้อมกับกระซิบข้างหูใบเล็กว่า

“ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวน้องปุณณ์อยากเล่นอยากทำอะไร เตี๋ยจะทำเป็นเพื่อนเอง โอเคไหมครับ คนเก่ง”

เมื่อเด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นพลันใบหน้าเล็ก ๆ ก็กลับมามีความสุขอีกครั้ง พร้อมกับพยักหน้าตอบรับกลับไปให้ยังชายหนุ่มทันที

ทางด้านปภาดาเมื่อมองดูภาพที่ลูกชายวิ่งเข้ามากอดอานนท์ด้วยความรู้สึกดีใจที่เจอเขา ก็ทำให้เธออดรู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถทำตามความตั้งใจเดิมที่จะมอบครอบครัวที่พร้อมหน้าให้กับเด็กน้อยคนนี้ ทำให้ท่านเจ้าสัวมองหน้าลูกสาวคนเล็กก็คิดว่าเธอคงน้อยใจหลานชายไม่ให้ความสนใจตัวเอง

จึงบอกให้สองสามีภรรยารีบมีลูกเป็นของตัวเองสักทีเพราะแต่งงานกันมาหลายปีแล้ว ทำให้คู่สามีภรรยาที่ในอีกไม่ช้าก็จะกลายเป็นอดีตต่างมองหน้ากันด้วยใบหน้าลำบากใจ ก่อนจะเป็นอานนท์เองที่เป็นคนตอบคำถามของพ่อตาไปอย่างเสียไม่ได้

“เตี่ยไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ ตอนนี้ผมกับแป้งกำลังพยายามกันอยู่ครับ จริงไหมครับแป้ง”

ขณะที่พูดชายหนุ่มก็กระชับกอดคนตัวเล็กที่ยังยืนอยู่ด้านข้างพร้อมกับมองหน้าภรรยาที่สื่อสายตาว่ารักเธอมากมาย ทำให้ภาพที่ท่านเจ้าสัวมองมานั้นมันได้สร้างความสุขให้ท่านอยู่ไม่น้อยที่ลูกเขยคนนี้ดูรักแก้วตาดวงใจของท่านไม่มีเปลี่ยนนับจากที่แต่งงานกันมา อานนท์ก็มักจะแสดงให้ท่านเห็นเสมอว่ารักและเอาใจใส่ภรรยาเป็นอย่างดี ไม่เสียแรงที่ตอนนั้นท่านสนับสนุนผู้ชายคนนี้ให้แต่งงานกับลูกสาวคนเล็ก

ส่วนปภาดามองดูคนที่กำลังโอบกอดเธออยู่ ด้วยแววตาที่ไม่เข้าใจการกระทำของเขาเลยสักนิด ว่าทำไมถึงตอบเตี่ยของเธอไปอย่างนั้น ทั้งที่อีกไม่นานทั้งสองคนก็จะหย่าขาดจากกันแล้ว แต่ลึกๆเธอก็แอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าบางทีอานนท์อาจฃตัดสินใจที่จะเลือกเธอแล้วตัดขาดกับเด็กนั้นไปแทน และเมื่อคิดเช่นนั้นเธอจึงหันไปยิ้มให้กับเตี่ย ก่อนที่ทั้งคู่จะขอตัวพากันเดินขึ้นไปที่ห้องนอนเพื่อที่จะได้พักผ่อน

เพราะการมาบ้านของภรรยาครั้งนี้อานนท์ต้องการจะขับรถมาเองมากกว่าขึ้นเครื่องบิน เนื่องจากแม่ของเขาต้องการเอาของฝากหลายอย่างเพื่อนำมาให้คู่ดองกันอย่างท่านเจ้าสัวรุจน์ ดังนั้นจึงทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเพลียมากกว่าปกติ

และเมื่อทั้งสองคนเข้ามาในห้องที่เมื่อก่อนห้องนี้มันเคยเป็นห้องนอนของปภาดาก่อนที่เธอจะย้ายไปอยู่กับอานนท์ที่เชียงใหม่ ซึ่งสิ่งที่อานนท์สัมผัสได้ตอนนี้จากตัวหญิงสาวก็คือปภาดาดูผ่อนคลายมากขึ้นเมื่อได้อยู่กับเขาตามลำพัง

ซึ่งแตกต่างจากตอนที่นั่งรถมาด้วยกันก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง ตอนนั้นเธอไม่ยอมพูดกับเขาเลยหากไม่มีความจำเป็น แม้แต่ถามเธอว่าเราจะพักที่จังหวัดไหนดี

‘คุณอยากจะพักที่ไหน ก็จอดมันที่นั่นล่ะค่ะ’

ความจริงที่เขาตัดสินใจขับรถจากเชียงใหม่มาถึงกรุงเทพฯ ซึ่งมีระยะทางก็ไม่ใช่ใกล้ ๆนั้นก็เนื่องจากอยากมีเวลาอยู่กับเธอสองต่อสองให้มากขึ้นอีกสักหน่อย

เพราะอีกไม่นานเราก็คงต่างคนต่างอยู่ และตัวเขาเองก็อยากจะเก็บช่วงเวลาดี ๆที่มีต่อกันเอาไว้ให้มากที่สุด ส่วนเรื่องที่แม่ของเขาได้เตรียมของมาฝากบ้านสกุลวัฒนาวัตรนั้นมันเป็นผลพลอยได้จากการที่เขาขับรถมานั่นเอง

“พี่นนท์ แป้งเตรียมผ้าขนหนูไว้ให้แล้วนะคะ วางอยู่บนเตียง ถ้าพี่อยากจะอาบน้ำก็หยิบตรงนั้นได้เลยค่ะ หรือว่าพี่อยากทานอะไรก่อนไหมคะ เดี๋ยวแป้งจะไปบอกแม่ครัวให้ทำอะไรมาให้พี่ทาน”

“ไม่ดีกว่าครับ พี่อาบน้ำแล้วจะนอนสักตื่นช่วงเย็นๆจะได้ลงไปเล่นกับน้องปุณณ์ รายนั้นคงรอพี่ไปเล่นฟุตบอลแล้วแน่ ๆเลยครับ”

อานนท์ตอบภรรยาพร้อมกับรอยยิ้มที่มอบให้เธอไป นี่แหละคือสิ่งที่เขาต้องการจากปภาดา รอยยิ้มหวาน ๆ การเอาใจใส่เหมือนก่อนที่เธอจะถูกเขาขอหย่า

ซึ่งอานนท์ได้บอกกับตัวเองว่าสิ่งที่เขาต้องการจากเธอคือการจากกันด้วยดี และตอนนี้เขาก็ไม่ได้ผูกใจเจ็บเธอแล้วกับเรื่องที่เคยทำให้เขาไม่ได้แต่งงานกับคีตภัทร

บทก่อนหน้า
บทถัดไป