บทที่ 2 1.1 คนที่ไม่อยากเจอ
ภาพของชายสูงใหญ่หน้าตาหล่อเหลา ใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน ๆ สวมกางเกงสแล็คแบบพอดีตัวกำลังเตะฟุตบอลอยู่ในสนามฟุตบอลกับเด็กชายวัยน่ารักผิวขาว โดยมีหญิงสาวหน้าตาสวยหวานคนหนึ่งกำลังนั่งมองดูอยู่บนม้านั่งอยู่ข้าง ๆ ขอบสนาม ด้วยใบหน้าไม่ค่อยจะมีความสุขสักเท่าไรนักกับภาพของสองหนุ่มน้อยใหญ่ที่กำลังแย่งฟุตบอลกันอย่างสนุกสนาน
ภาพที่เกิดขึ้นหากคนข้างนอกมาเห็นคงคิดว่าเป็นพ่อที่กำลังเล่นกับลูกชาย อย่าว่าแต่ผู้หญิงคนนี้ไม่พอใจเลยแม้แต่ตัวปภาดาเองก็ไม่ชอบใจนักที่อดีตสามีอย่างอานนท์ รัตนบวรจะเข้ามาวุ่นวายกับคนในครอบครัวของเธอ โดยเฉพาะน้องปุณณ์ผู้มีศักดิ์เป็นลูกชายของเฮียปัณณ์ และเธอเดาไม่ผิดเหมือนดาวคนนี้คงไม่เต็มใจที่จะมาโรงเรียนของหลานเธอสักเท่าไร แต่ก็คงเพราะขัดใจคนรักอย่างอานนท์ไม่ได้ ขณะที่ปภาดากำลังมองดูปฏิกิริยาของเหมือนดาว ที่ครั้งหนึ่งเธอเคยนึกเอ็นดู
เนื่องจากเธอเป็นเด็กที่อดีตแม่สามีฝากให้เข้ามาทำงานในตำแหน่งเลขาของอานนท์และท่าทางที่ดูไม่เป็นไม่เป็นพิษเป็นภัยอะไร ประกอบความเชื่อใจที่เธอมีให้คนเป็นสามีอย่างหมดใจ
แต่แล้วสิ่งที่ทั้งสองคนตอบแทนเธอมันคือการทรยศและหักหลังกันอย่างเลือดเย็น แต่โชคดีที่ตอนนี้เธอกลับมายืนได้อีกครั้ง แม้ว่ามันจะยังไม่เต็มร้อยก็ตาม
“โกวแป้ง! มาแล้วเหรอ ปุณณ์นึกว่าโกวแป้งให้เตี๋ยนนท์มารับกลับบ้านเสียอีก เฮ้ย! แต่ครูเอ็มบอกให้ปุณณ์อยู่รอโกวแป้งมารับกลับบ้าน ไม่อย่างนั้นปุณณ์อาจจะโดนโกวแป้งกับเตี่ยปัณณ์ดุ ความจริงให้ปุณณ์กลับบ้านพร้อมเตี๋ยนนท์ก็ได้นี่ครับ โกวแป้งไม่เห็นต้องลำบากมารับเองเลย เพราะยังไงเตี๋ยนนท์ก็ต้องกลับบ้านไปหาโกวแป้งอยู่แล้ว จริงไหมครับเตี๋ยนนท์”
“….”
อานนท์ไม่ได้ตอบอะไรนอกจากรอยยิ้มบาง ๆให้กับเด็กชายเท่านั้น
เพราะตอนนี้เขาหวังเพียงแค่มีโอกาสได้ทำหน้าที่พ่อให้กับน้องปุณณ์ หากเด็กคนนี้เป็นลูกของเขากับอดีตภรรยาจริง ๆ แม้ว่าส่วนลึกเขาจะเริ่มไม่แน่ใจในความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อปภาดาแล้วก็ตาม
และจากคำบอกเล่าของพี่โจ้ พี่คนไทยที่อาศัยอยู่นิวยอร์ก บอกกับเขาเมื่อวานตอนค่ำที่เจอกันว่าผู้หญิงคนที่เคยให้พี่โจ้ช่วยติดต่อให้เขามารับผิดชอบเด็กในท้องเมื่อประมาณเกือบเก้าปีที่แล้ว คืออดีตภรรยาของเขานั่นเอง
ทางด้านปภาดาเมื่อได้ยินเสียงพูดเล็ก ๆ พร้อมกับการถอนหายใจอย่างไม่จริงจังของหลานชายสุดที่รักซึ่งทำให้เธอได้สติขึ้นทันที แต่ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นอานนท์เดินเข้ามาใกล้พร้อมกับประโยคที่เขาไม่คู่ควรจะเอ่ยมันออกมา
“แป้ง พี่อยากมาเจอลู…”
“คุณอานนท์ คุณมาที่โรงเรียนของหลานฉันทำไม ในเมื่อเราสองคนไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว น้องปุณณ์ครับเดี๋ยวโกวขอคุยกับเตี๋ยนนท์ก่อนแล้วเราค่อยกลับบ้านกันนะครับ”
ปภาดาพูดกับชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงโทนต่ำให้ได้ยินกันเพียงสองคน ก่อนจะหันไปบอกหลานชายด้วยเสียงหวาน ๆ ของตัวเอง
“ทีน้องปุณณ์ละพูดเสียงหวาน ทีกับพี่ถ้าฆ่าได้คงทำไปแล้วสินะ”
อานนท์บ่นกับตัวเองเบาๆก่อนจะเดินตามหญิงสาวออกไป โดยมีสายตาของเหมือนดาวมองตามอย่างไม่ชอบใจแต่ก็ทำอะไรมากไม่ได้ เธอทำได้เพียงเก็บความรู้สึกที่มีต่อผู้หญิงคนนี้ไว้ในอก ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะระเบิดออกมาวันไหน
คู่อดีตสามีภรรยาเดินออกมาคุยกันที่มุมหนึ่งของอาคารเรียน ซึ่งเวลานี้ไม่ค่อยมีคนเดินไป-มาเท่าไร เนื่องจากเด็กนักเรียนเริ่มทยอยกลับบ้านกันไปบ้างแล้วบางส่วน อานนท์มองดูแผ่นหลังบางที่เขาแสนคุ้นเคย ในระยะเวลาเกือบสี่ปีที่คบหาและแต่งงานกัน แต่ในตอนนี้เธอกับเขาได้กลายเป็นคนอื่นไปแล้ว
“ฉันจะไม่พูดอ้อมกับคุณแล้วนะ ในเมื่อเราไม่มีความเกี่ยวข้องกันแล้ว ฉันก็หวังว่าคุณจะไม่นำตัวเองกับผู้หญิงของคุณมาเจอหลานชายของฉันที่โรงเรียนนี้หรือแม้แต่ที่ไหนก็ตาม เพราะไม่อย่างนั้นธุรกิจของคุณที่ต้องการเงินทุนจากเตี่ยของฉันอาจจะมีปัญหาก็ได้”
เมื่ออานนท์ได้ฟังคำพูดจากปากของอดีตภรรยาก็รู้ว่าที่เธอพูดนั้นไม่ได้แค่ขู่เท่านั้น แต่เขาก็ไม่อาจปล่อยเรื่องนี้ไปได้ ถ้าหากน้องปุณณ์เป็นลูกชายของเขาจริง ชายหนุ่มก็อยากมีส่วนในการอุ้มชูดูแกเติบโตขึ้น ยิ่งเด็กชายคนนี้มีอะไรหลาย ๆอย่างที่คล้ายคลึงกับเขา ก็ยิ่งทำให้อานนท์ไม่สามารถปล่อยวางเรื่องนี้ได้เลย
“แต่น้องปุณณ์เป็นลูกของพี่นะ พี่ทำไม่ได้หรอกที่จะทิ้งลูกโดยไม่สนใจไยดี”
“หยุด! อย่าพูดจาเหลวไหล น้องปุณณ์จะเป็นลูกของคุณได้ยังไงในเมื่อแกเป็นลูกของเฮียปัณณ์ ถ้าเป็นลูกคุณจริงแกก็ต้องอยู่กับคุณหรือไม่ก็แม่ของแกสิ จะมาอยู่ที่สกุลวัฒนาวัตรทำไม
และอีกอย่างเลิกพูดจาไร้สาระได้แล้วคุณอานนท์ ถ้าคุณจะมีลูกอย่างน้อยแม่ของเด็กก็นั่งอยู่ตรงนั้นไง หันไปมองสิผู้หญิงที่คุณอยากแต่งงานด้วย ถึงขนาดทรยศความรักของฉัน”
