บทที่ 20 4.2 ครั้งสุดท้ายด้วยหัวใจรัก

ช่วงเวลาเย็นๆบริเวณสนามหญ้าหน้าบ้านหลังใหญ่ของสกุลวัฒนาวัตรกำลังมีเด็กชายกับหนุ่มหล่อคนหนึ่ง ซึ่งทั้งสองคนได้เล่นฟุตบอลกันอย่างสนุกสนานและมีหญิงสาวคนหนึ่งได้นั่งอยู่ในซุ้มม้านั่ง พร้อมกับมองมายังทั้งสองคนด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม

ปภาดาไม่ได้มีความสุขแบบนี้มาหลายวันแล้วตั้งแต่วันเกิดของสามีและเขาก็ได้ขอหย่ากับเธอ ซึ่งเสียงของเด็กน้อยที่เรียกอานนท์ที่เต็มไปด้วยความสุขมันได้ทำให้เธอมีความหวังอีกครั้งในการจะกลับมาอยู่ด้วยกันสามคนพ่อแม่ลูก เพราะเมื่อสามีบอกกับเตี่ยของเธอว่าเขากำลังพยายามมีลูกกับเธอ

ใครอาจจะมองว่าเธอโง่ที่ให้อภัยสามีที่นอกใจอย่างง่ายดาย ซึ่งปภาดาก็ไม่แปลกใจเพราะเมื่อก่อนเธอก็เคยคิดอย่างนั้นเหมือนกันเวลาที่เธอเห็นคนรู้จักให้อภัยสามีที่มีชู้ได้ง่าย ๆ แต่พอมาตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับคนเหล่านั้น เธอก็เข้าใจดีว่าแต่ละคนไม่สามารถเอาความคิดของตัวเองตัดสินแทนใครได้

หากพิจารณาแล้วนั่นก็เพราะคนข้างนอกที่มองเข้ามาไม่ได้มีความรักในตัวของผู้ชายพวกนั้นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และการที่อานนท์บอกอย่างนั้นก็แสดงว่าเขาได้เลือกเธอให้เป็นครอบครอบครัวเดียวกับเขาอีกครั้ง

แต่เมื่อไรที่เขาเลือกจะเก็บผู้หญิงไว้ทั้งสองข้างกาย คนอย่างเธอก็มีศักดิ์ศรีเพียงพอที่จะเดินออกมาเอง แต่แล้วเสียงของเด็กน้อยที่กำลังต่อว่าอาเขยด้วยความไม่ชอบใจนัก ก็ทำให้เธอหันมาอยู่กับภาพตรงหน้าอีกครั้งหลังจากตกอยู่กับความคิดของตัวเองมาได้สักพัก

“เตี๋ย! ส่งบอลให้ปุณณ์บ้างสิครับ อย่าเอาแต่เลี้ยงบอลคนเดียว ปุณณ์ก็อยากเล่นบ้างนี่ครับ”

“สองคนนั่นน่ะ หยุดเล่นแล้วมาทานขนมกันเถอะค่ะ พี่นนท์คะ พาน้องปุณณ์มาทานขนมได้แล้ว แป้งเตรียมมาให้ตั้งหลายอย่าง”

ปภาดามองดูสองหนุ่มน้อยใหญ่กำลังเดินเข้ามาหาเธอ โดยที่อานนท์เอามือกอดคอคนตัวเล็กเอาไว้ข้าง ๆ

และเมื่อมาถึงคนที่จะไม่ยอมเลิกเล่นฟุตบอลง่ายๆ ในตอนแรกอย่างน้องปุณณ์กลับเป็นคนถามหาขนมก่อนใครเพื่อนเสียอีก

“โห น่าทานทั้งนั้นเลยโกว ปุณณ์ทานได้หมดเลยใช่ไหมครับ”

“นี่แน่ะ ยังทานไม่ได้น้องปุณณ์เด็กดีต้องล้างมือก่อนเข้าใจไหมครับ มาโกช่วยล้างให้”

อานนท์เอาผ้าขนหนูผืนเล็กที่หญิงสาวยื่นให้เช็ดเหงื่อตัวเองพร้อมกับมองดูสองอาหลานทะเลาะกัน ในขณะที่ปภาดาเองก็กำลังตีมือหลานชายเบา ๆ ก่อนจะช่วยเทน้ำในขวดเพื่อให้เด็กน้อยได้ล้างมือก่อนที่จะทานขนม

จึงทำให้ใบหน้าหล่อเหลาของเขามีรอยยิ้มปรากฏอยู่ ไม่รู้ทำไมเขาถึงชอบมองภาพของภรรยาเวลาอยู่กับหลานชายคนนี้เสมอ และไม่ว่าเขาจะมองกี่ครั้งมันก็สามารถทำให้เขารู้สึกอบอุ่นในหัวใจได้ทุกครั้งไป

แต่เมื่อคิดว่าอีกไม่นานตนคงไม่สามารถเห็นภาพแบบนี้ได้อีกต่อไปมันก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก และสงสัยว่าตลอดระยะที่ผ่านมาตัวเองจะผูกพันกับครอบครัวนี้มากเกินไปเสียแล้ว

นับตั้งแต่ที่อานนท์มาอยู่บ้านของภรรยาที่กรุงเทพฯ ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับปภาดาดูเหมือนจะกลับมาดีเหมือนเดิมแล้ว ยิ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทั้งคู่ได้ทำกิจกรรมร่วมกันกับหลานชายของเธอไม่ว่าเขาจะสอนเด็กชายว่ายน้ำหรือขี่จักรยาน หญิงสาวก็มักจะติดตามไปด้วยเสมอ

เรียกว่าเป็นฝ่ายอำนวยความสะดวกให้เขากับน้องปุณณ์ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเรื่องอาหารหรือกำลังใจทำให้ช่วงที่อยู่ที่กรุงเทพฯ อานนท์ไม่ได้ติดต่อกับเลขาสาวเลยและเขาได้บอกเลขาสาวไว้ก่อนแล้วว่าไม่สะดวกที่จะติดต่อกับเธอในช่วงนี้

ซึ่งเหมือนดาวก็เข้าใจดีเพราะอีกไม่นานเวลาของชายหนุ่มก็จะเป็นของเธอทั้งหมด นั่นทำให้อานนท์พอใจในตัวคนรักเป็นอย่างมาก และยิ่งทำให้เขาคิดว่าตัดสินใจถูกแล้วที่เลือกที่จะสร้างครอบครัวกับเธอเพื่อจะได้อยู่ด้วยกันในอนาคต

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูที่หน้าห้องนอนของปภาดาและอานนท์ดังขึ้น ทำให้ทั้งคู่หันมามองหน้ากันด้วยความแปลกใจ ในขณะที่อานนท์กำลังเดินออกมาจากห้องน้ำที่อยู่ในชุดนอนของคืนนี้ ส่วนปภาดากำลังเตรียมวิตามินก่อนนอนให้คนเป็นสามีได้ทานเหมือนช่วงที่ผ่านมาที่ตัวเองเคยทำให้เขาเป็นประจำ

“โกวแป้งครับ ปุณณ์เองครับเปิดประตูให้ปุณณ์เข้าไปหน่อยสิครับ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นอานนท์จึงเป็นฝ่ายเดินไปเปิดประตูให้เด็กน้อยเอง เมื่อเปิดประตูออกมาก็พบ เด็กชายตัวน้อยที่ใส่ชุดนอนลายยอดมนุษย์ พร้อมกับถือหมอนของตัวเองมาด้วย พลางส่งยิ้มมาให้สองสามีภรรยาที่อยู่ในห้อง

“คืนนี้ปุณณ์ขอนอนด้วยได้ไหมครับ ปุณณ์อยากนอนกับโกวและเตี๋ยคร้าบ เพราะอีกไม่กี่วันปุณณ์ก็ต้องเหงาอยู่บ้านหลังนี้คนเดียวแล้ว”

“ตัวแค่นี้รู้จักบ่นแล้วเหรอครับ ถ้าอย่างนั้นคืนนี้น้องปุณณ์ก็นอนกับเตี๋ยและโกวที่นี่ก็แล้วกัน ดีไหมครับคนเก่ง”

ตอนแรกที่อานนท์เห็นเด็กน้อยหอบผ้าหอบหมอนมายืนอยู่หน้าประตูพร้อมกับขอนอนด้วยคืนนี้ก็ไปรู้ทำอย่างไร แต่เมื่อหันไปมองภรรยาที่กำลังมองดูหลานชายอยู่ด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับพยักให้เขาเปิดประตูให้เด็กน้อยเข้ามาในห้อง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป