บทที่ 21 4.3 ครั้งสุดท้ายด้วยหัวใจรัก
และเมื่อเด็กชายได้ยินว่าคืนนี้ตนสามารถนอนกับคนทั้งคู่ได้ก็ยิ้มกว้างให้คนตัวโตที่ยืนอยู่หน้าประตูทันทีและเมื่อเข้ามาได้น้องปุณณ์ก็กระโดดขึ้นเตียงนอนทันที โดยที่หนุ่มน้อยจองที่นอนเป็นตรงกลางของเตียงนอนโดยที่ไม่ต้องขออนุญาตเจ้าของห้องเลย ปภาดาเห็นอย่างนั้นก็ได้แต่ยิ้มพร้อมกับส่ายศีรษะเล็กน้อยอย่างเอ็นดู ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงไปว่า
“มาห้องนอนโกวแล้วน้องปุณณ์ดื่มนมมาหรือยังครับ ถ้ายังเดี๋ยวโกวไปเอาขึ้นมาให้ เวลานอนจะได้หลับสบายและโตเร็วๆรู้ไหมครับ”
เมื่อหลานชายตอบว่าดื่มมาแล้วก่อนจะมาที่นี่ เมื่อได้ฟังเด็กน้อยตอบคำถามของตนแล้ว ปภาดาจึงเดินไปเข้าห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว
แต่เมื่อเธอออกมาจากห้องน้ำกลับเจอสิ่งไม่คาดคิด เพราะภาพที่เห็นคือผู้ชายตัวโตกำลังเล่นต่อสู้กันกับน้องปุณณ์โดยมีเตียงนอนขนาดใหญ่เป็นสนามในการประลองกำลังกันให้ครั้งนี้
ปภาดาไม่รู้จะร้องไห้หรือหัวเราะดีที่สามีของเธอก็เป็นไปกับน้องปุณณ์ด้วย อีกทั้งหมอนและผ้าห่มก็ได้ถูกนำมาใช้เป็นอาวุธฟาดฟันกันอย่างสนุกสนานพร้อมกับส่งเสียงดัง จนหญิงสาวไม่รู้จะหยุดการกระทำสองทั้งสองคนอย่างไรดี ได้แต่ส่งเสียงดังห้ามออกไป
“หยุด! หยุดเลยทั้งสองคนดูสิที่นอนยับไปหมด ว้าย!”
เมื่ออานนท์เห็นภรรยาสาวของเขาส่งเสียงดุ ทำให้ตัวเองนึกสนุกอยากแกล้งเธอขึ้นมา จึงส่งสัญญาณให้เด็กน้อยช่วยกันกับเขาเอาผ้าห่มผืนใหญ่พันรอบตัวเธอก่อนจะอุ้มช้อนแล้วนำไปวางที่เตียง ระหว่างทางทำให้ทั้งสองคนเผลอไปมองสบสายตากันโดยไม่ตั้งใจ
แต่เป็นปภาดาเองที่สบสายตาไปก่อนด้วยอาการเขินอายเล็กน้อย ทำให้อานนท์ที่เห็นท่าทางของคนในอ้อมกอดเผลอยกยิ้มขึ้นอย่างไม่รู้ตัว การต่อสู้ของทั้งสามคนกว่าจะสงบลงได้ก็กินเวลาไปเกือบครึ่งชั่วโมง
จากการสอบสวนทั้งสองหนุ่มน้อยใหญ่ของหญิงสาวก็ได้ความว่าคนชวนเล่นคืออานนท์ที่เกิดนึกอยากจะเล่นเหมือนเมื่อตอนตนยังเป็นเด็กที่มีพ่อเลี้ยงอาคมได้เล่นกับเขาด้วย ซึ่งมันเป็นการที่พ่อได้เล่นกับลูกชาย และเขากับพ่อก็โดนแม่ดุตลอดทุกครั้งที่ได้เล่นแบบนี้ด้วยกัน
ซึ่งมันไม่ต่างจากปภาดาที่กำลังดุเขากับหลานอยู่ในตอนนี้เลย ถ้าหากเขามีลูกชายแล้วโตเท่าน้องปุณณ์อานนท์ก็จะเล่นแบบนี้เหมือนกัน ซึ่งเขามองภาพที่เหมือนดาวดุเขากับลูกไม่ออก แต่แปลกที่ภาพนั้นกลับกลายเป็นภาพของปภาดาเสียเอง
หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยจากการเล่นกับเตี๋ยและโกวเสร็จแล้ว ทำให้ตอนนี้เด็กชายตัวน้อยได้นอนหลับไปแล้ว เหลือไว้แต่เพียงสามีภรรยาสองคนที่ตอนนี้กำลังนอนสบตาพร้อมกับรอยยิ้มบาง ๆ แต่เป็นปภาดาที่อดเขินต่อสามีไม่ได้จนต้องแกล้งโวยวายออกไป
“พี่นนท์ ก็นอนได้แล้วค่ะ จะมามองแป้งทำไมก็ไม่รู้ หลับตาไปเลย”
“แล้วแป้งล่ะมองพี่ทำไมครับ พี่ไม่หนีไปไหนหรอกนะคืนนี้น่ะ”
“พี่นนท์!”
“เงียบครับ เดี๋ยวหลานตื่นนะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นทำให้หญิงสาวรู้สึกเขินอายเล็กน้อย จึงพลิกตัวนอนหันหลังให้เขา ส่วนชายหนุ่มที่ได้แกล้งผู้หญิงคนนี้ได้ก็ยิ้มอย่างมีความสุขก่อนจะนอนหลับไปอีกคน แต่คนที่ไม่ได้นอนหลับอย่างปภาดาและเมื่อรู้สึกว่าคนด้านหลังได้หลับไปแล้ว
เธอจึงนอนหันหลังกลับมามองดูลูกชายที่นอนอยู่ตรงกลางและดูเหมือนเด็กน้อยจะนอนหลับฝันดีเสียด้วย ส่วนผู้ชายที่นอนอยู่อีกฝั่งของน้องปุณณ์
ซึ่งตลอดระยะเวลาที่เขาอยู่บ้านสกุลวัฒนาวัตรก็แสดงให้เธอเห็นว่าเขาใส่ใจเธอดีเป็นพิเศษ ไม่แน่ตอนนี้อานนท์อาจจะรักเธออยู่บ้างก็ได้ เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจแล้วว่าจะรักษาครอบครัวนี้เอาให้น้องปุณณ์ให้ได้
“น้องปุณณ์ครับ อีกไม่นานหนูจะมีทั้งพ่อและม๊าเหมือนเพื่อนแล้วนะลูก ขอเวลาให้ม๊ากับพ่อหน่อยนะคนดี”
ปภาดาพูดเบา ๆพร้อมกับก้มลงจูบที่กระหม่อมผม ก่อนที่จะนอนหลับตามสองคนบนเตียงไปด้วยรอยยิ้ม
หลังจากนั้นน้องปุณณ์ก็ย้ายไปนอนที่ห้องเตี๋ยนนท์กับโกวแป้งเป็นเวลาสี่คืนแล้ว และเรื่องนี้ก็รู้ถึงหูเจ้าสัวรุจน์จนได้ แม้ไม่ได้ตำหนิหลานชายคนโตแต่ก็บอกว่าหลานชายว่า ถ้าอยากมีน้องแบบลูกชายของของคีตภัทรก็ต้องเลิกไปนอนที่ห้องของสองสามีภรรยาได้แล้ว
ด้วยความที่อยากมีน้องชายมาเป็นเพื่อนเล่น คืนนี้ทำให้เหลือเพียงปภาดากับอานนท์สองคนเท่านั้น ดังนั้นเมื่อตั้งใจที่จะเอาครอบครัวตัวเองกลับคืนมา ประกอบกับช่วงเวลาที่ผ่านมาอานนท์ก็แสดงออกชัดเจนว่ารู้สึกพิเศษกับตนเหมือนกัน
และเรื่องที่จะทำคืนนี้เธอก็ได้โทรไปปรึกษาเพื่อนรักอย่างคีตภัทรเรียบร้อยแล้ว
‘คีย์ ถ้าแป้งจะรุกพี่นนท์ก่อนมันไม่เป็นอะไรจริง ๆ เหรอ พี่นนท์เขาจะไม่มองว่าแป้งเป็นผู้หญิงไม่ดีใช่ไหม’
‘แป้งอย่าคิดมากสิ พี่นนท์เป็นสามีของแป้งนะ เราอ่อยสามีตัวเองนะไม่ใช่ผู้ชายที่ไหนสักหน่อย ไม่เคยได้ยินเหรอที่คนเขาเคยบอกว่าบางครั้งเราก็ต้องเล่นบทโสเภณีกับสามีบ้าง ถ้าผู้ชายไม่เริ่ม เราก็ต้องเริ่มเอง’
