บทที่ 25 5.2 ใบหย่าของสองเรา

และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานับจากวันนั้น เหมือนดาวก็ดูแลเขาดีมากทุกอย่าง ซึ่งงานบางครั้งเลขาอย่างเธอไม่จำเป็นต้องทำมันก็ได้ แต่เด็กสาวก็ยังจะอาสาทำให้เช่นเมื่อเห็นว่าเขาปวดเมื่อยที่ต้องทำงานหนัก เธอก็จะเดินมานวดให้เป็นต้น

ถึงแม้ว่าเหมือนดาวจะดูแลเขาดีอย่างไรอานนท์ก็ไม่เคยก้าวข้ามศีลข้อสามกับเธออีกเลยนับตั้งแต่คืนนั้นเป็นต้นมา จนกระทั่งเมื่อสองเดือนที่ผ่านมาที่ทั้งคู่มีโอกาสได้ไปทำงานด้วยกันที่ต่างจังหวัดอยู่หลายวัน และนั่นก็ทำให้เขามีโอกาสได้ใกล้ชิดกับเลขาสาวมากขึ้น ยิ่งอยู่ด้วยกันก็ทำให้เขารู้สึกว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ทั้งน่ารักและเรียบร้อยในแบบที่เขาต้องการ

และมันก็ทำให้พ่อเลี้ยงหนุ่มได้มีความลึกซึ้งกับเหมือนดาวอีกครั้ง ความรู้สึกที่อยากจะสร้างครอบครัวกับเธอก็มากขึ้นทุกวัน ประกอบกับเหมือนดาวก็มีเด็กหนุ่มที่อายุเท่ากันเข้ามาติดพัน มันยิ่งทำให้เขาอยากหย่ากับปภาดาให้เร็วขึ้น

และเรื่องนี้ก็ไม่สามารถรอดพ้นสายตาของปราบ ผู้เป็นนายตำรวจใหญ่ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของอานนท์ไปได้ เมื่อบังเอิญพบอานนท์กับเหมือนดาวไปทานข้าวด้วยกันที่ร้านอาหารเดียวกันกับเขาและด้วยความเป็นเพื่อนกันมานาน

ปราบจึงดูออกว่าความสัมพันธ์ที่อานนท์มีให้เลขาสาวนั้นมันเกินลูกน้องกับเจ้านาย และมีอยู่ครั้งหนึ่งปราบได้แวะไปหาเขาถึงห้องทำงานที่โรงแรม และก็เห็นเหมือนดาวกำลังกอดจูบอยู่กับเขาในช่วงที่พักกลางวัน

ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าปราบเปิดประตูเข้ามาได้อย่างไร เพราะมันควรจะถูกปิดตั้งที่เลขาของเขาเข้ามาด้านในแล้ว และทันทีที่เหมือนดาวเดินออกจากห้องไป ปราบก็ได้คุยเรื่องนี้กับเขาเป็นครั้งแรกด้วยท่าทางที่ไม่พอใจอย่างมาก และนั่นก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจที่จะหย่ากับปภาดาขึ้นมา

‘ไอ้นนท์ มึงกับเลขานั่น กูจะด่ามึงอย่างไรดีวะ ถ้าคุณแป้งรู้บ้านแตกแน่ ไม่ใช่มึงจะโดนจากเมียคนเดียวนะ แม่เลี้ยงวรรณาก็เอาเรื่องมึงด้วยแน่ ๆ ที่ไปทำให้ลูกสะใภ้ของท่านต้องเสียใจ มึงก็ดูออกไม่ใช่เหรอว่าคุณแป้งรักมึงมากนะโว้ย แล้วยังทำอีก’

‘แต่มึงก็รู้ไม่ใช่เหรอวะไอ้ปราบ ว่ากูไม่ได้ได้รักแป้งตั้งแต่แรกอยู่แล้ว และที่กูจะต้องแต่งงานด้วยนั้นก็เพราะกูอยากให้เขาเจ็บเหมือนอย่างกับที่กูเจ็บ แถมยังทำให้เจ้าของธนาคายักษ์ใหญ่อนุมัติเงินให้กูสร้างคอนโดได้ง่าย ๆอีกด้วย แล้วการที่กูเจอผู้หญิงที่ทั้งน่ารักและเอาใจเก่ง แถมเรียบร้อย เรื่องอาหารก็ทำได้ดีและอีกอย่างกูก็เป็นคนแรกของดาวอีกด้วย แต่แป้งไม่ เอ่อช่างมันเถอะ’

‘ไอ้นนท์ กูไม่รู้หรอกนะว่าคุณแป้งมีมึงเป็นคนคนแรกเหมือนน้องเลขานั่นไหม หรือคุณแป้งจะใช่ผู้หญิงแบบที่มึงชอบไหม แต่เมื่อมึงแต่งงานแล้วมึงควรซื่อสัตย์กับเขา ไม่ใช่บอกว่าไม่รักแล้วนอกใจได้ ถ้ามึงอยากได้เลขานั่นมาก มึงก็ไปเลิกกับคุณแป้งไปซะไม่ใช่มานอกใจอย่างที่ทำอยู่ตอนนี้

อ้อ! แล้วไอ้ที่อยู่กันมาตั้งหลายปีกับเมียมึงมั่นใจได้ไงว่าไม่ได้รักเขา หรือจริง ๆแล้วมึงไม่กล้ายอมรับใจตัวเองมากกว่าว่าลึกๆตัวมึงเองก็รักเขาไม่ต่างกัน เพราะถ้ามึงไม่รักคุณแป้งคนอย่างมึงเลิกกับเขาไปนานแล้ว

แต่ถ้ามึงไม่ได้รักอย่างปากมึงว่าจริง มึงก็เลิกกับเขาซะ แต่กูบอกไว้เลยว่าสักวันมึงจะต้องเสียใจกับสิ่งที่มึงได้ทำกับเมียในวันนี้’

ไม่รู้ทำไมภาพที่ถูกเพื่อนต่อว่าในวันนั้น ถึงทำให้เขาต้องมานึกถึงเอาตอนนี้ด้วย พอยิ่งคิดชายหนุ่มก็เริ่มรู้สึกกลัว กลัวว่าเขาจะรักปภาดาขึ้นมาจริง ๆโดยที่ไม่รู้ตัว แล้วมารู้ตัวเอาอีกทีก็ตอนเสียเธอไปแล้ว

เพราะถ้าหากเขารักเธอขึ้นมาจริง ๆ แล้วเกิดหย่ากันไปแล้ว อานนท์รู้ตัวเองดีว่าคนอย่างปภาดาเมื่อรักก็ทุ่มเต็มร้อย แต่ถ้าได้ลองได้ตัดแล้วก็ยากที่จะได้เธอกลับมาอีกครั้ง


เช้าวันนี้ทุกคนในบ้านสกุลวัฒนาวัตรต่างมาร่วมทานอาหารกันตามปกติ แต่มีบางอย่างที่เปลี่ยนไปนั่นคือความตึงเครียดระหว่างลูกสาวกับลูกเขย ซึ่งมันไม่สามารถรอดพ้นคนที่ผ่านร้อนหนาวอย่างเจ้าสัวรุจน์ไปได้เลย และเมื่อเอ่ยปากถามลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนก็ได้ความว่าไม่ได้มีอะไร เพียงแต่เธอยังไม่สามารถกลับเชียงใหม่ได้พร้อมกับสามี

เพราะมีธุระที่ต้องไปจัดการต่อที่กรุงเทพฯ เมื่อสิ้นคำตอบของหญิงสาวทำให้ตอนนี้คนที่นั่งข้างๆ เธออย่างอานนท์ถึงกับอึ้งไปไม่น้อย เพราะก่อนหน้านั้นปภาดายังเสนอให้เขากับเธอนั่งเครื่องกลับเชียงใหม่แทนการขับรถไปเองอยู่เลย ทำให้ตอนนี้อานนท์เริ่มรับรู้แล้วว่าคราวนี้ภรรยาของเขาที่ก่อนหน้านั้นชายหนุ่มยังอยากให้เป็นอดีตเร็วๆ แต่ตอนนี้ความกลัวกลับคืบคลานเข้ามาแทน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป