บทที่ 26 5.3 ใบหย่าของสองเรา
และเมื่อวันนี้ปภาดายังไม่กลับบ้านที่เชียงใหม่ อานนท์จึงตัดสินใจอยู่ต่อกับเธอด้วยอีกวัน แล้วค่อยกลับวันพรุ่งนี้โดยการนั่งเครื่องบินแทนการขับรถกลับบ้าน และในระหว่างวันไม่ว่าปภาดาไปอยู่มุมไหนของบ้าน อานนท์ก็มักจะเอาตัวเองไปอยู่ด้วยเสมอ
หากน้องปุณณ์ต้องการให้ชายหนุ่มเล่นด้วย อานนท์ก็มักจะหลอกล่อให้เด็กน้อยอ้อนให้ปภาดาไปด้วยเสมอ อย่างเช่นตอนนี้ที่เด็กชายอยากจะไปขี่จักรยานรอบหมู่บ้านหลังจากที่เพิ่งหัดขี่จักรยานกับอานนท์ไปได้เมื่อสี่วันที่ผ่านมา
ด้วยความกลัวว่าจะไม่ได้ขี่มันอีกนานเพราะพรุ่งนี้เตี๋ยนนท์กับโกวแป้งก็จะกลับเชียงใหม่แล้ว ส่วนเตี่ยปัณณ์ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรถึงจะกลับมาบ้านก็ไม่รู้ ส่วนอากงก็แก่มากแล้ว แค่คิดเด็กน้อยก็อยากจะตามสองสามีภรรยากลับเชียงใหม่เสียให้ได้ ถ้าไม่ติดว่าอากงต้องอยู่คนเดียว ในช่วงปิดเทอมนี้เด็กน้อยคงอ้อนอานนท์กับปภาดาขอตามกลับเชียงใหม่ไปด้วยแล้ว
เฮ้ย! เสียงเด็กน้อยถอนหายใจทำให้ผู้ใหญ่อย่างอานนท์ อดถามไม่ได้ว่าน้องปุณณ์ตัวแค่นี้มีอะไรหนักหนาให้กลุ้มใจได้
“เป็นอะไรไปครับน้องปุณณ์ ทำไมต้องถอนหายใจแรงขนาดนั้นด้วย ตัวแค่มีเรื่องอะไรให้กลุ้มใจไหนบอกเตี๋ยสิครับ”
“ก็เตี๋ยนนท์บอกปุณณ์ว่า ถ้าโกวแป้งไม่ไปขี่จักรยานด้วย เตี๋ยก็จะไม่ไปขี่จักรยานกับปุณณ์นี่ครับ”
“เตี๋ยก็นึกว่าเรื่องอะไร แล้วทำไมโกวแป้งจะไม่ไปละครับ เอาหูมานี่เตี๋ยจะบอกอะไรให้ แล้วทำตามที่เตี๋ยบอกนะ รับรองโกวแป้งของน้องปุณณ์ต้องไปกับเราแน่ครับ”
เมื่อได้ยินอย่างนั้นจากใบหน้าที่เหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบของน้องปุณณ์ก็แปลเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มอันสดใสขึ้นมาทันที ก่อนจะโน้มศีรษะไปหาชายหนุ่มเพื่อฟังแผนการที่จะให้ปภาดาออกไปขี่จักรยานด้วยกันให้ได้
และเมื่อคนที่กำลังจะถูกสองหนุ่มน้อยใหญ่กำลังล่อลวงให้เธอออกไปขี่จักรยานนอกบ้านด้วยกัน มองมาก็เห็นภาพสองคนกระซิบกระซาบกัน โดยเฉพาะน้องปุณณ์ที่แสดงอาการเข้าใจสิ่งที่คนตัวโตกำลังจะบอก ด้วยการพยักหน้าพร้อมกับคลี่ยิ้มบนใบหน้าเล็ก ๆนั้น ซึ่งมันทำให้ปภาดาอดสงสัยไม่ได้เลยกับการมีความลับของสองคนนี้
และสิ่งที่อานนท์ให้น้องปุณณ์ทำก็สำเร็จเมื่อปภาดาเห็นดวงตาอันใสซื่อของน้องปุณณ์ที่มองมาที่เธอเพื่อรอคำตอบของการไปขี่จักรยานเล่นด้วยกัน ซึ่งท่าทางเหล่านั้นก็ทำให้เธอปฏิเสธมันไม่ลง แม้จะไม่อยากอยู่ใกล้ชิดกับคนที่กำลังจะกลายเป็นอดีตสามีก็ตาม
ภาพบรรยากาศสองฝั่งข้างทางของถนนในหมู่บ้านมหาเศรษฐีที่เต็มไปด้วยต้นไม้สองข้างทางไม่ว่าจะเป็นความร่มรื่นหรือความเขียวขจี ทำให้อานนท์ยังยอมรับว่าสภาพแวดล้อมของที่นี่แตกต่างจากพื้นที่ทั่วไปของกรุงเทพฯ จริง ๆ
“โอ๊ย! แป้งมาตีหลังพี่ทำไมครับ ดูสิพี่เจ็บนะครับนี่ ช้ำไปหมดแล้วหรือเปล่าก็ไม่รู้ ไม่รู้ละกลับถึงบ้านแป้งต้องหายามาทาให้พี่ด้วย”
“นี่! คุณช่วยขี่รถให้มันดี ๆหน่อยได้ไหม ถ้าฉันหล่นขึ้นมาจะทำอย่างไรห๊ะ!”
นอกจากปภาดาจะออกปากบ่นอานนท์แล้ว มือของเธอก็ยังตีลงไปบนหลังของเขาซึ่งถือว่าแรงพอสมควร เมื่อเวลานี้ปภาดากำลังนั่งซ้อนท้ายจักรยานของเขา ปภาดารู้ดีว่าอานนท์นั้นแกล้งขี่รถฉวัดเฉวียนเพื่อกลั่นแกล้งเธอ ตอนแรกเธอจะเอาจักรยานมาอีกคันแต่เมื่อไปดูมันที่โรงเก็บรถก็พบว่ายางมันแบนทั้งสองล้อ
ส่วนน้องปุณณ์ก็ขี่จักรยานคันเล็กที่เธอกับอานนท์เพิ่งพาไปซื้อที่ห้างสรรพสินค้ามาเมื่อสองวันที่ผ่านมา หลังจากที่อานนท์ได้ทำการหัดให้น้องปุณณ์ขี่มันตั้งแต่วันแรก ๆที่มาถึงที่บ้านหลังนี้
ซึ่งรถจักรยานถือเป็นของรางวัลที่ปภาดาตั้งใจมอบให้เด็กน้อยที่ตั้งใจเรียน แม้ราคาของจักรยานจะไม่ได้แพงมากหากเปรียบกับฐานะของครอบครัว แต่น้องปุณณ์ก็ดูจะชอบมันมากทีเดียว
“ถ้าน้องสาวกลัวหล่นก็เอามือมากอดพี่ไว้ก็ได้ครับ แนบชิดมากกว่านี้เราสองคนก็เคยมาแล้ว โดยเฉพาะเมื่อคืนพี่มีความสุขมากเลยนะแป้ง”
ขณะที่อานนท์พูดชายหนุ่มก็ดึงมือของเล็กของภรรยาเพื่อกอดเอวของเขาไว้ แต่ปภาดาก็ยังขัดขืนไม่ให้เขาทำตามใจได้ง่าย ๆเหมือนช่วงเวลาที่ผ่านมา ทำให้ตอนนี้อานนท์รู้สึกหัวเสียอยู่ไม่น้อย ทั้งที่วันนี้เขาตั้งใจจะใช้เวลาอยู่กับเธอให้มากที่สุด
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวนิ่งเฉยและไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ใด ๆเกิดขึ้น ทำให้ชายหนุ่มไม่กล้าจะล้อเล่นกับเธออีก ต้องยอมรับว่าตั้งแต่เมื่อคืนมานี้ปภาดาเฉยชากับเขามาก ทำให้ความกลัวคืบคลานเข้ามาให้หัวใจอีกครั้งและอยู่ ๆอานนท์ก็คิดถึงคำพูดของคีตภัทรที่เคยพูดกับเขาเมื่อนานมาแล้ว
‘คีย์ดีใจนะคะ ที่พี่นนท์กับแป้งจะแต่งงานกัน แต่พี่นนท์เพื่อนคนนี้ของคีย์ ถ้าเกิดไอ้แป้งมันได้รักใครแล้วมันจะเต็มที่กับความรักมาก ๆ ซึ่งคีย์เชื่อว่าในอนาคตพี่นนท์จะมีชีวิตครอบครัวที่ดีและพี่ชายของคีย์คนนี้จะต้องมีความสุขมาก ๆ และคีย์รับรองว่าพี่นนท์จะต้องไม่ผิดหวังแน่ค่ะ ที่เลือกเพื่อนของคีย์คนนี้มาเป็นแม่เลี้ยงแห่งรัตนบวร
แต่พี่อย่าทำให้ไอ้แป้งมันรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า โดยเฉพาะกับคนที่มันรักนะคะ เพราะถ้ามันออกมาได้เมื่อไรถึงตอนนั้นอยากได้คืน คีย์บอกได้คำเดียวว่าไม่มีทางหรือมีก็ยากค่ะ’
