บทที่ 27 5.4 ใบหย่าของสองเรา
การที่อานนท์มัวแต่ใจลอยคิดอะไรไปเรื่อย ๆทำให้ตอนนี้จักรยานที่น้องปุณณ์ขี่ได้นำหน้าไปไกลพอสมควร ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้ปภาดาเป็นอย่างมากเพราะเธอเป็นห่วงเด็กน้อยกลัวจะเกิดอันตรายได้
“นี่! คุณอานนท์ ถ้าคุณมัวแต่จะใจลอยคิดถึงแฟนของคุณที่เชียงใหม่ล่ะก็ขอความกรุณาช่วยเก็บมันเอาไว้ก่อนได้ไหมคะเพราะอีกไม่นานพวกคุณก็จะได้อยู่ด้วยกันแล้ว อีกอย่างก็ช่วยขี่ให้มันเร็วกว่านี้หน่อยฉันเป็นห่วงน้องปุณณ์”
“พี่ไม่ได้คิดถึง เอ่อช่างมันเถอะครับ”
หลังจากที่พ่อเลี้ยงหนุ่มพาหญิงสาวขี่จักรยานตามมาจนทันเจ้าเด็กแสบ และมีการพูดคุยกันอย่างสนุกสนานในระหว่างทางกลับบ้าน โดยส่วนมากคนที่คุยจะเป็นน้องปุณณ์ที่ถามอานนท์เกี่ยวกับสิ่งชายหนุ่มเคยทำเมื่อตอนเด็กกับพ่อแบบที่ลูกผู้ชายเขาทำกัน
“โห! ปุณณ์อยากเล่นว่าวกับเตี่ยปัณณ์แบบที่เตี๋ยเคยเล่นตอนเด็กจังครับ แต่เตี่ยปัณณ์ไม่ค่อยมีเวลาเลยครับ อากงเองก็คงเล่นกับปุณณ์ไม่ไหวแล้วล่ะครับ”
เด็กน้อยเอ่ยออกไปในตอนแรกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น แต่ท้ายประโยคน้ำเสียงติดเศร้าไปเล็กน้อย และเมื่อปภาดาได้ฟังก็ได้แต่สะท้านในหัวใจของคนเป็นแม่ ที่ไม่สามารถให้ครอบครัวที่สมบูรณ์กับเด็กคนนี้ได้ แต่อะไรที่เด็กคนนี้มีสิทธิ์เธอจะเอามันมาให้ลูกที่น่าสงสารของเธอให้ได้ ยกเว้นพ่อที่ใจร้ายอย่างนายอานนท์ รัตนบวรเท่านั้น
“เอาไว้น้องปุณณ์ปิดเทอมครั้งหน้าก็ไปเยี่ยมเตี๋ยกับโกวที่เชียงใหม่สิ เดี๋ยวเตี๋ยสอนให้เล่นแต่ตอนนี้เรารีบขี่จักรยานกลับกันเถอะครับ”
“ทำไมคุณต้องไปให้ความหวังเด็กอย่างน้องปุณณ์ด้วย ถ้าทำไม่ได้ก็ควรพูดนะคะ ฉันกับน้องปุณณ์ไม่สนุกกับคุณด้วยเลยสักนิดคุณอานนท์”
เมื่อเห็นว่าน้องปุณณ์ขี่รถนำหน้าไปเล็กน้อย ปภาดาก็อดต่อว่าผู้ชายใจร้ายคนนี้ได้ นอกจากให้ความหวังเธอในช่วงที่กลับมาเยี่ยมบ้านแล้ว ยังให้ความหวังเด็กน้อยอย่างน้องปุณณ์อีกต่างหาก คนคนนี้จะใจร้ายไปถึงไหนกัน
เอี๊ยด! เมื่ออานนท์ได้ยินภรรยาพูดแบบนั้น ก็เกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมากกับคำเรียกเขาว่าคุณ แทนที่จะเรียกว่าพี่เหมือนทุกครั้ง ไหนจะหาว่าเขาให้ความหวังหลานชายของเธออีก ดังนั้นเขาจึงหยุดรถเพื่อที่จะได้คุยกับเธอให้มันชัดเจนไปเลย
“แป้ง ทำไมต้องเรียกพี่ว่าคุณด้วย พี่ไม่ชอบมันเลยนะครับ ได้ยินทีไรแล้วใจมันหวิว ๆทุกที หากแป้งยังโกรธเรื่องเมื่อคืนพี่ขอโทษ พี่...”
“พอเถอะ ฉันไม่อยากฟังอะไรแล้ว รีบกลับบ้านเถอะ ตอนนี้น้องปุณณ์คงใกล้จะถึงบ้านแล้ว ฉันเป็นห่วงหากมันเกิดอุบัติเหตุขึ้นกลางทางกับหลานของฉัน”
“…” เมื่อได้ยินคนที่อยู่ด้านหลังพูดแบบนั้น ชายหนุ่มไม่ตอบโต้อะไรเพราะคิดว่าตอนนี้เธอคงยังโกรธเขาในเรื่องเมื่อคืนนี้อยู่ เขาจึงทำได้เพียงรีบเร่งความเร็วของจักรยานทันที และตอนนี้ทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้งจนกระทั่งเข้าเขตรั้วบ้านสกุลวัฒนาวัตร
อานนท์รู้ดีว่าถึงพูดอะไรไปตอนนี้ภรรยาก็คงไม่เชื่อเขาอยู่ดี และเรื่องที่เขาเรียกเผลอหลุดเรียกชื่อของเหมือนดาวในคืนนั้นมันจะลุกลามจนทำให้เช้าวันต่อมา เมื่อปภาดาปฏิเสธที่จะเดินทางกลับบ้านที่เชียงใหม่ด้วยกัน และเหตุผลที่เธอให้กับคนรอบข้างคือ จะต้องอยู่ต่อเพื่อทำธุระสำคัญที่กรุงเทพอีกสักวันถึงจะกลับไปได้ แม้ชายหนุ่มจะต้องการให้ภรรยากลับไปพร้อมกัน
แต่หญิงสาวก็ปฏิเสธลูกเดียวว่าจะอยู่ทำธุระต่อ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นปภาดาไม่เคยจะพูดถึงธุระที่จะต้องมาทำที่กรุงเทพฯ เลยสักครั้ง หรือเธอเคยพูดไปแล้วแต่เป็นเขาเองที่ไม่ใส่ใจ และทำไมเขาจะต้องมาเกิดอยากใส่ใจอะไรตอนนี้ด้วยก็ไม่รู้ คิดแล้วก็โมโหตัวเองยิ่งนัก แต่เมื่อปภาดาบอกกับชายหนุ่มก่อนมาขึ้นเครื่องกลับเชียงใหม่ว่า
“พรุ่งนี้ตอนประมาณบ่ายสองโมง ฉันจะไปหาคุณที่โรงแรมนะคะ ช่วยบอกคนรักของคุณเคลียร์คิวให้ฉันด้วย น่าจะใช้เวลาไม่เกินชั่วโมงหากไม่มีอะไรผิดพลาดขึ้นมา”
เมื่อได้ยินภรรยาพูดแบบนั้นชายหนุ่มก็เกิดความยินดีในหัวใจ เพราะเขาก็มีเรื่องที่จะคุยกับปภาดาอยู่เหมือนกัน หลังจากที่เขาได้มาค้างที่บ้านของเธอครั้งนี้
และตอนนี้เขาเริ่มไม่แน่ใจเสียแล้วในสิ่งที่ได้ตัดสินใจทำไปก่อนหน้านี้ มันคือสิ่งที่เขาต้องการจริง ๆหรือเปล่า หรือบางทีเขาอาจต้องใช้เวลาให้มากกว่านี้ในการตัดสินใจหย่ากับภรรยา ซึ่งอานนท์เชื่อว่าหากเขาเปลี่ยนใจเรื่องการหย่าขึ้นมาจริง ๆปภาดาจะต้องดีใจมากแน่ ๆ
