บทที่ 3 1.2 คนที่ไม่อยากเจอ
อานนท์มองดูอดีตภรรยาอย่างไม่เชื่อสายตา วันนี้ผู้หญิงที่เคยแสดงออกและบอกว่ารักเขามากแต่วันนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอทำไมถึงได้เย็นชากับเขาได้ขนาดนี้ ในระยะเวลาแค่เพียงห้าเดือนที่หย่าขาดจากกัน
ทำไมพอคิดว่าเธอไม่เห็นเขาในสายตาอีกแล้วอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้มันยิ่งรู้สึกหนึบๆ ในหัวใจอย่างไรไม่รู้ และจากที่หย่ากันตอนนั้น เขาแค่รู้สึกว่ามันเหมือนขาดไป ซึ่งมันก็ไม่ได้ชัดเจนเท่าตอนนี้
“แต่พี่โจ้บอกว่าพี่ เอ่อ บอกผมว่าแป้งคือผู้หญิงคนนั้นที่โรงแรมในนิวยอร์กเมื่อประมาณ9ปีที่แล้ว”
“หึ! แล้วทำไมคะ ฉันจะใช่หรือไม่ใช่ผู้หญิงที่คุณพูดถึง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับหลานฉัน ก็ในเมื่อน้องปุณณ์มีพี่ปัณณ์เป็นพ่ออยู่แล้ว ฉันว่าคุณเลิกเพ้อเจ้อดีกว่าค่ะคุณอานนท์ ถ้าอยากมีลูกมากจนถึงขนาดมาโมเมลูกคนอื่นว่าเป็นลูกตัวเองขนาดนี้
ฉันว่าคุณไปมีลูกกับเด็กเหมือนดาวนั่นมันยังเป็นไปได้กว่าอีกนะ ไหนเคยบอกฉันว่าอยากสร้างครอบครัวและมีลูกกับเธอถึงขนาดยอมทำผิดศีลข้อสามคุณก็ยังทำมันมาแล้ว และคงไม่ยากหรอกมั้งที่จะมีลูกเป็นของตัวเอง แต่น่าสงสารเด็กที่จะเกิดมานะคะที่พ่อแม่ของแกเป็นชู้กันมาก่อน”
หลังจากที่พูดจบปภาดาก็กำลังจะเดินจากไป แต่ถูกอานนท์จับแขนของเธอไว้เสียก่อน ทำให้เธอต้องหันมาสบตากับชายหนุ่ม ก่อนที่เขาจะเอ่ยคำพูดออกมาให้เธอได้รู้ว่าเรื่องนี้คงไม่จบลงง่าย ๆแน่
“วันนี้พี่ เอ่อ ผมไม่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรมายืนยันว่าน้องปุณณ์เป็นลูกของผม แต่เมื่อไรที่ผมพิสูจน์ได้วันนั้นอะไรที่เคยเป็นของผม ผมก็จะต้องเอามันกลับมาให้ได้ ถ้าผมยังอยากได้มันกลับคืน แต่คุณไม่ต้องดีใจหรอกนะ เพราะมันไม่มีทางรวมคุณอยู่ในนั้นด้วยแน่นอน”
ขณะที่พูดพ่อเลี้ยงหนุ่มก็ดึงหญิงสาวเข้ามาปะทะกับอกแกร่ง ในขณะที่สายตาของทั้งสองคนยังจ้องมองกันอย่างไม่มีใครยอมแพ้ ทำให้หญิงสาวยิ่งโมโหตัวเองที่ก่อนจะหย่ากันเธอได้ทำเรื่องน่าอายให้เขาเอามาดูถูกในตอนนี้ได้ เมื่อคิดถึงคำพูดก่อนหน้านั้นของเขาได้
“คุณไม่อยากได้ฉันกลับไปนะดีแล้ว เพราะถึงคุณอยากได้ หึ! คนอย่างฉันก็ไม่มีวันกลับไปหาผู้ชายที่ดีแต่ว่าคนอื่นนอกใจเมีย แต่ตัวเองก็ทำเสียเอง แล้วก็ปล่อยได้แล้ว นั่นเมียคุณมองมาแล้วเห็นไหม”
“ดาวไม่ใช่เมียผม เพราะเรายังไม่ได้แต่งงานกัน”
ขณะที่พูดอานนท์ก็ค่อย ๆ ปล่อยมือที่จับมือเธอไว้ และเมื่อปภาดาสามารถหลุดพ้นจากการพันธนาการจากอดีตสามีซึ่งทันทีที่หลุดพ้นเธอก็รีบสาวเท้าเดินออกไปทันที ทำให้ตอนนี้มีเพียงอานนท์ที่มองแผ่นหลังบางค่อย ๆ ห่างไกลออกไปทุกที
หลังจากปล่อยให้ปภาดากลับออกไปก่อนแล้ว และเมื่อเขาเดินออกมาก็เห็นเหมือนดาวที่นั่งรออยู่ด้วยใบหน้าเหมือนถูกใครสักคนทำให้ไม่พอใจ
“เป็นอะไรไปครับดาว ดูทำหน้าสิ ดูไม่ได้แล้ว เด็กหนอเด็กทำไมไม่รู้จักโตเสียที”
“ก็เด็กไงคะ ใครมันจะไปแก่เหมือนเมียเก่าของพี่ละ พี่นนท์เองก็เหมือนกัน ไม่รู้จะไปรู้สึกพิศวาสอะไรหนักหนากับแค่หลานของเมียเก่า พี่ไม่รู้หรอกว่าเมียเก่าพี่มองดูดาวด้วยสายตาดูถูกขนาดไหน ก่อนที่เธอจะจากไป”
อานนท์บ่นอย่างไม่จริงจังนักเมื่อคนรักทำหน้าเหมือนคนบอกบุญไม่รับ และเขาก็เข้าใจเพราะเธอก็อายุเพียงแค่26ปีเท่านั้นเอง
แต่ก็ไม่คิดว่าจะทำให้หญิงสาวเกิดความไม่พอใจมากขึ้น ซึ่งตอนนี้เขาก็เริ่มรู้สึกเบื่อที่ต้องมารับฟังเรื่องไร้สาระ ไหนจะมีเรื่องให้คิดเกี่ยวกับหลานชายของอดีตภรรยา ที่เขาค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นลูกชายของตัวเองเสียแล้ว
และอีกอย่างเขารู้ก็จักนิสัยของปภาดาดี ถึงเธอจะเป็นคนกล้าได้กล้าเสีย แต่ก็ไม่เคยหาเรื่องใครก่อนแม้บางครั้งจะอยู่ในจุดที่ตัวเองได้เปรียบก็ตาม
“แล้วดาวไปทำอะไรให้แป้งไม่พอใจล่ะ เพราะคนอย่างแป้งไม่เคยหาเรื่องใครก่อนหรอกนะ”
“พี่นนท์! ทำไมคะเดี๋ยวนี้ดาวทำอะไรก็ไม่ถูกใจพี่แล้วใช่ไหม ไหนพี่บอกว่ารักดาว ดาวเป็นผู้หญิงที่พี่อยากจะสร้างครอบครัวด้วย มากกว่าอยู่กับคนที่พี่เคยบอกว่ามันเคยทำลายความรักของพี่กับลูกสาวพ่อเลี้ยงคเชนทร์ไงคะ”
“พอเถอะดาว พี่ไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีกแล้ว”
อานนท์พูดอย่างหัวเสีย ก่อนจะเดินนำหน้าไปขึ้นรถแท๊กซี่ที่จอดรอเขากับเหมือนดาวเพื่อไปส่งที่สนามบินเพื่อที่จะกลับบ้านที่เชียงใหม่
