บทที่ 30 5.7 ใบหย่าของสองเรา
“แป้ง! มันจะมากไปแล้วนะ นอกจากจะวางแผนเอาสมบัติของพี่ไปแล้ว ยังจะมาว่าพี่อีกนะ ก็อย่างว่าละนะก็พี่ไม่ได้รักแป้งนิ อีกอย่างดาวเองก็ยังเด็กกว่าแป้ง แถมพี่ยังได้เป็นคนแรกของเขาอีกไม่เหมือน...ผ่านมากี่คนแล้วก็ไม่รู้ โดยเฉพาะตอนอยู่เมืองนอก”
“ใช่! ฉันก็เป็นอย่างที่คุณพูดนั่นแหละ ถ้าไม่อยากให้เรื่องมันใหญ่โตก็รีบเซ็นยกหุ้นให้ฉันได้แล้ว และเราสองคนจะได้ไม่ต้องมาพบมาเจอกันอีก”
อานนท์มองดูคนตรงหน้าเขาไม่คิดเลยว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆที่เคยบอกว่ารักเขามาก ตอนนี้เธอจะทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้ใบหย่าและหุ้นรัตนบวร แต่เมื่อพ่อเลี้ยงหนุ่มได้มองดูรูปของเขากับเหมือนดาวที่ไปไหนมาไหนด้วยกันที่ปภาดาเอามาต่อรองกับเขา
และทุกรูปล้วนบ่งบอกถึงความสนิทเกินฐานะเจ้านายลูกน้อง รวมถึงภาพที่เหมือนดาวเป็นคนโพสต์ลงโซเซียลเวลาตอนเขาอยู่กับเธอตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งมันบอกถึงความสัมพันธ์ว่าเขาเป็นคนพิเศษสำหรับเธอ เพียงแต่ที่ผ่านมาชายหนุ่มมักจะบอกกับคนที่ถามว่าเหมือนดาวเป็นเพียงเลขาที่แม่ของเขาฝากเข้าทำงานความสนิทสนมจึงมีมากกว่าลูกน้องคนอื่น ๆเท่านั้นเอง
จากหลักฐานทั้งหมดที่มีปภาดาได้ใช้เวลารวบรวมเกือบหนึ่งเดือน ซึ่งลึกๆแล้วหญิงสาวก็แอบกลัวว่าหากเขาไม่ยอมทำตามที่เธอขอและเกิดต้องสู้กันจริงในศาลเธออาจจะไม่ชนะก็ได้ ในเมื่อคนอื่นต่างรู้แค่ว่าสองคนนั้นเป็นเพียงเจ้านายกับลูกน้องกัน
แต่ถ้าบวกกับคลิปที่เธอถ่ายเองก่อนหน้านี้อย่างไรเธอก็ชนะ และอีกเหตุผลหนึ่งที่ปภาดาไม่อยากให้เรื่องถึงศาลก็คือเจ้าสัวรุจน์ที่ท่านรักลูกเขยคนนี้มากแล้วจะต้องมาเสียใจจนสุขภาพแย่ลงกว่าเดิมเพราะท่านอาจจะโทษตัวเองว่าเป็นสาเหตุให้เธอแต่งงานกับผู้ชายคนนี้
แต่ก็ต้องยอมรับว่าช่วงที่เขากลับไปบ้านที่กรุงเทพฯ กับเธอครั้งล่าสุดหญิงสาวเกือบจะยกเลิกสิ่งที่ได้ทำมาทั้งหมด และอีกอย่างที่เธอทำมันลงไปทั้งหมดก็เพื่อน้องปุณณ์ อานนท์ควรรับผิดชอบต่อเด็กคนนี้บ้างในฐานะพ่อคนหนึ่งด้วยทรัพย์ที่เธอได้วางแผนเอามันมาจากเขา
หลังจากที่พบกันวันนั้นอานนท์ขอเวลาคิด3วัน เขาก็ได้ให้คำตอบตามที่เธอต้องการ แต่มีข้อแม้ว่าเธอจะต้องห้ามบอกทุกคนในครอบครัวของตัวเองและคนอื่น ๆ เด็ดขาดว่าเขาเป็นฝ่ายมีผู้หญิงใหม่ก่อนโดยเด็ดขาด ซึ่งปภาดาก็รับปากและก็รู้อีกว่าเขาคงกลัวว่าหากเตี่ยหรือเฮียปัณณ์ทราบ ธุรกิจของเขาอาจจะมีปัญหาในอนาคตก็เป็นได้ ใครจะไม่รู้เตี่ยของเธอสายป่านยาวแค่ไหน
และวันที่ทุกอย่างระหว่างเธอกับอานนท์จะจบลงสักทีก็มาถึง เมื่อวันนี้เขาโทรนัดภรรยาให้มาหย่ากันที่ว่าการอำเภอ เมื่อปภาดามาถึงก็มองดูนาฬิกาเนื่องจากมันได้เลยเวลาที่เขานัดเธอมาเกือบจะชั่วโมงแล้ว และเมื่อโทรกลับไปหาเขาก็ไม่รับสายอีก
ขณะที่หญิงสาวกำลังยืนรอด้วยความกังวลใจกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจขึ้นมาอยู่นั้น และจากนั้นไม่นานอานนท์ก็ปรากฏตัวพร้อมกับเลขาสาวและเพื่อนสนิทของเขา
และเมื่อถึงคราวอานนท์ต้องเซ็นชื่อลงบนทะเบียนหย่า อยู่ ๆชายหนุ่มก็หยุดชะงัก พร้อมกับมองไปยังหญิงสาวที่นั่งข้างๆอย่างไม่ยอมจรดปากกาลงสักที เมื่อเห็นเช่นนั้นเหมือนดาวที่มาเป็นพยานครั้งนี้จึงต้องเอ่ยเรียกเขาออกไป
“พี่นนท์! เมื่อไรพี่จะเซ็นสักที คุณแป้งเธอรอนานแล้วนะคะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นชายหนุ่มที่กำลังมองหญิงสาวที่เคยใช้ชีวิตคู่กันมาหลายปีว่าเธอจะมีท่าทางอย่างไร
ซึ่งภาพที่ปรากฏต่อสายตาคือปภาดาไม่มีท่าทางของการเสียใจเลยสักนิดกับการหย่ากันในครั้งนี้ เมื่อเห็นเช่นนั้นปลายปากกาของพ่อเลี้ยงหนุ่มก็จรดลงบนทะเบียนหย่าทันที เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยปภาดาก็ยื่นกล่องกล่องกำมะยี่สีแกงส่งให้กับเขา
“ฉันคืนให้ค่ะ”
ขณะที่พูดหญิงสาวก็ยื่นกล่องใส่แหวนแต่งงานให้เขา ซึ่งเธอทราบมาว่ามันเป็นแหวนที่ตกทอดมาตั้งแต่รุ่นคุณย่าของอานนท์ อดีตแม่สามีใจดีกับเธอมากที่ยกแหวนวงนี้ให้ครอบครอง แต่ในเมื่อตอนนี้เธอไม่มีความเกี่ยวข้องกับรัตนบวรแล้ว ก็ควรจะคืนมันให้กับเขาเก็บไว้ให้กับผู้หญิงที่กำลังยืนอยู่ข้างๆเขาตอนนี้
“แหวนวงนี้แม่ผมตั้งใจให้คุณ ถ้าอยากจะคืนก็ไปคืนท่านเอง เพราะผมไม่ได้ต้องการให้คุณตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ดาวครับ ไอ้ปราบไปกันเถอะ แค่นี้ก็เสียเวลาชีวิตมากเกินพอแล้ว”
“เห้ย! ไอ้นนท์ มึงพูดมากไปแล้ว ผมขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะครับคุณแป้ง ผมหวังว่าอนาคตเรายังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันนะครับ หากมีอะไรให้ผมช่วย บอกได้เลยนะครับไม่ต้องเกรงใจผม”
“ขอบคุณค่ะคุณปราบ หากลงไปกรุงเทพฯ เมื่อไรแล้วต้องการเพื่อนบอกแป้งได้นะคะ”
เมื่อยื่นกล่องแหวนแล้วชายหนุ่มไม่ยอมรับมัน พร้อมยังบอกให้เธอเอาไปคืนอดีตแม่สามีเอง แล้วยังมีหน้ามาบอกว่าเธอทำให้เขาเสียเวลาของชีวิตอีก แล้วเธอละตั้งแต่ที่ได้เจอกับเขามาชีวิตของเธอก็พังเหมือนกัน แล้วเธอจะไปเรียกร้องอะไรจากใครได้บ้าง
ซึ่งดูเหมือนเพื่อนของอานนท์คงรู้ว่าคำพูดเหล่านั้นจะทำร้ายจิตใจเธอ ถึงได้เอ่ยขอโทษแทน และยังแสดงออกถึงมิตรภาพดี ๆ ที่ยังคงมีให้กับเธอถึงแม้ในอนาคตปภาดาจะหย่ากับอานนท์ไปแล้วก็ตาม
