บทที่ 31 5.8 ใบหย่าของสองเรา
วันนี้เป็นครั้งแรกสำหรับปภาดากับการมาเหยียบบ้านรัตนบวรอีกครั้งและมันก็ทำให้เธอรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก เมื่อคิดว่าในอนาคตคงจะไม่ได้มาเหยียบบ้านหลังนี้อีกแล้ว ซึ่งตั้งแต่เธอกลับมาเชียงใหม่เมื่อหกวันที่แล้ว หญิงสาวก็พักที่โรงแรมมาโดยตลอด
และเมื่อเธอก้าวเท้าเข้ามาบริเวณอาณาจักรรัตนบวรเหล่าคนงานทั้งหลายที่คุ้นเคยกับหญิงสาวต่างออกมาต้อนรับด้วยความดีใจที่สะใภ้ของบ้านกลับมาเสียทีหลังจากที่พ่อเลี้ยงหนุ่มกลับบ้านมาเพียงลำพังเมื่อเจ็ดวันที่แล้ว
‘ผัวเมียคู่นี้อย่างไรกัน พ่อเลี้ยงนี่ก็แปลกเมียกลับมาบ้านแทนที่จะอยู่รอ ก็ดันออกไปข้างนอกได้เสียนี่’
ป้าสายแม่บ้านเก่าแก่ของที่นี่นึกบ่นคุณหนูที่ตัวเองเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก เมื่อเห็นปภาดาเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับข้าวของมากมายที่ดาวเรืองเป็นคนออกไปช่วยถือมันมาจากรถ และเมื่อหญิงสาวเห็นป้าสายยืนอยู่ก็ยกมือไหว้ก่อนจะถามหาแม่เลี้ยงวรรณา
เพื่อบอกให้ป้าสายช่วยไปเรียนท่านว่าเธอมาขอเข้าพบ สิ่งที่ปภาดาบอกให้ป้าสายทำให้ได้สร้างความแปลกใจกับตัวป้าสายหรือแม้กระทั่งดาวเรืองที่กำลังยืนอยู่บริเวณนั้นด้วย มีอย่างที่ไหนเป็นถึงลูกสะใภ้ของบ้าน แต่มาของเข้าพบแม่สามียังกับเป็นแขกเสียเอง
และตอนนี้ปภาดาก็ได้เข้ามานั่งต่อหน้าของแม่เลี้ยงวรรณาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยความที่แม่สามีไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างลูกชายกับลูกสะใภ้ เมื่อเห็นหน้าของหญิงสาวก็ถามด้วยความเป็นห่วงว่าที่บ้านเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงไม่กลับมาพร้อมกันกับอานนท์
และเมื่อถามลูกชายเมื่อวันที่เขากลับมาถึงบ้านวันแรก คำตอบที่ได้คือปภาดาติดธุระนั่นเองแต่ไม่รู้ว่าท่านรู้สึกไปเองหรือเปล่าว่าลูกชายคนเดียวทำตัวเหมือนคนคอยหลบหน้าหลบตาท่านตลอดเวลา อย่างเช่นวันนี้ก็รีบออกจากบ้านตั้งแต่ทานอาหารเช้าเสร็จ
ซึ่งปภาดาก็รู้ดีว่าแม่เลี้ยงวรรณารักและเอ็นดูเธอไม่ต่างจากแม่แท้ๆ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เธอตัดสินใจเอาแหวนแต่งงานมาคืนให้ท่านเอง และเมื่อทราบจากดาวเรืองว่าวันนี้อดีตสามีไม่อยู่บ้าน จึงเป็นโอกาสที่ดีอย่างมาก หลังจากที่นั่งคุยเรื่องอื่นกันไปสักพัก
และเมื่อมีจังหวะปภาดาก็เริ่มบอกท่านว่าตอนนี้ตนกับอานนท์ได้หย่าขาดจากกันแล้ว เมื่อได้ยินสิ่งที่ลูกสะใภ้บอกแบบนั้นตัวท่านเองก็ชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด แต่ด้วยความที่ผ่านอะไรมามาก อดีตแม่สามีจึงตั้งสติได้เร็วและถามหญิงสาวกลับไป
“หนูแป้งบอกแม่ได้ไหมลูกว่าทำไม หนูกับตานนท์ถึงได้หย่ากันได้ทั้งที่ไม่มีวี่แววมาก่อนเลยลูก หรือเป็นเพราะแม่อยากอุ้มหลานแล้วหนูรู้สึกกดดันขึ้นมา ถ้าเป็นแบบนั้นไว้หนูกับพี่เขาพร้อมเมื่อไรค่อยมีก็ได้นะ แม่จะไม่พูดไม่เร่งเรื่องหลานแล้ว หนูแป้งลูก หนูอย่าหย่ากับพี่เขาเลยนะ ลูกชายของแม่เขารักหนูมากนะลูกถึงจะไม่ค่อยแสดงออก แต่เวลาที่ตานนท์มองหนูสายตามันบอกว่ามีแต่แป้งนะลูก”
ขณะที่แม่เลี้ยงวรรณาพูดท่านก็เอื้อมมือไปจับมือลูกสะใภ้เอามากุมไว้ ซึ่งสิ่งท่านแสดงความรักต่อหญิงสาวนั้น ทำให้ปภาดาลำบากใจไม่น้อยที่จะพูดเรื่องการหย่าร้างของเขากับอานนท์
แต่ไม่ช้าก็เร็วอย่างไรท่านก็ต้องรู้อยู่ดี หญิงสาวมองดูผู้สูงวัยด้วยแววตาที่แสดงความรักและเคารพ พร้อมกับเอามือข้างซ้ายที่เธอไม่ถูกกุมไว้โดยแม่เลี้ยงวรรณา มากุมทับมือของท่านที่กำลังกุมมือของเธออยู่ก่อนแล้ว พร้อมกับบอกสิ่งที่ท่านควรจะรู้ต่อไปนี้
“แม่เลี้ยงคะ คือว่าแป้งกับคุณนนท์เราหย่ากันแล้วค่ะ ต่อไปแป้งคงไม่ได้อยู่ดูแลแม่เลี้ยงอีกแล้ว แป้งมาวันนี้เพื่อจะมากราบลา และเอาแหวนแต่งงานมาคืนค่ะ ที่ผ่านแป้งขอบคุณนะคะที่รักและเอ็นดูแป้งเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง”
ขณะที่พูดปภาดาเองก็แอบมองปฏิกิริยาของคนที่อยู่ตรงหน้าไปด้วย ซึ่งตัวแม่เลี้ยงเองก็ดูจะตกใจอยู่เหมือนกัน แต่ด้วยวันที่ได้ผ่านอะไรมามากจึงสามารถตั้งสติ และถามลูกสะใภ้ที่ท่านรักว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“พี่นนท์เขามีคนอื่น เขานอกใจแป้งมาตั้งนานแล้ว และเขาก็มาขอแป้งหย่าเพื่อที่จะไปสร้างครอบครัวกับเหมือนดาวเลขาหน้าห้องของเขาค่ะ”
เมื่อได้ยินว่าคนที่ทำให้ครอบครัวของลูกชายต้องแตกแยกคือเด็กสาวที่ท่านให้ความเมตตาเพราะเห็นว่าเป็นเด็กกำพร้าก็ยิ่งสงสารจึงนำไปฝากให้ทำงานกับอานนท์ ใครจะคิดว่าตัวเองก็มีส่วนทำร้ายลูกสะใภ้อยู่เหมือนกัน
