บทที่ 32 5.9 ใบหย่าของสองเรา
“หนูแป้ง แม่ขอโทษนะลูก ถ้าแม่ไม่เป็นคนพาเด็กคนนั้นมาฝากเข้าทำงานกับตานนท์ หนูกับตานนท์ก็คงไม่ต้อง แต่เอาเถอะในเมื่อลูกชายของแม่เป็นที่ฝ่ายทำผิดต่อหนูก่อน และเมื่อหนูตัดสินใจหย่าแล้ว แม่ก็จะไม่พูดอะไรอีก
แต่จำไว้นะลูกหนูเป็นสะใภ้ที่แม่รักมากและแม่ก็ขอให้หนูเจอคนที่พร้อมจะรักหนูแป้งคนเดียวนะลูก แล้วถ้ามาเชียงใหม่ก็แวะมาเยี่ยมแม่บ้างนะ หรือมีอะไรที่แม่ช่วยได้ก็ขอให้บอก และต่อไปหนูแป้งช่วยเรียกแม่ว่าแม่เหมือนเดิมได้ไหมลูก ต่อให้เป็นลูกสะใภ้ไม่ได้ก็เป็นลูกสาวของแม่อีกคนก็แล้วกันนะลูก”
“ค่ะ แม่ แป้งรักแม่วันจริง ๆนะคะ เวลาที่แป้งได้อยู่กับแม่วันมันทำให้แป้งรู้สึกเหมือนแม่ของแป้ง ว่าท่านยังมีชีวิตอยู่เลยค่ะ”
“โธ่ หนูแป้งลูก แม่ขอโทษแทนลูกชายของแม่จริง ๆนะลูก”
ปภาดาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยก่อนจะโผเข้าสู่อ้อมกอดของแม่เลี้ยงวรรณา ที่ท่านอ้าแขนรอรับอยู่ก่อนหน้าแล้ว จากนั้นจึงเอามือยกขึ้นลูบศีรษะของอดีตลูกสะใภ้ ในขณะเดียวกันก็นึกโกรธลูกชายตัวดีที่ทำให้ท่านต้องเสียลูกสะใภ้ดี ๆ อย่างปภาดาไป
หลังจากคืนแหวนให้กับอดีตแม่สามีเสร็จ ปภาดาก็อยู่คุยกับท่านต่ออีกสักพักและเมื่อดูนาฬิกามันก็เห็นว่ามันได้ล่วงเลยเวลามาเกือบจะสามโมงแล้วและเมื่อเห็นเช่นนั้นหญิงสาวจึงลาทุกคนในบ้านรัตรบวรกลับโรงแรมก่อน
เนื่องจากเธอไม่อยากจะเจออดีตสามี เพราะตอนนี้เขาไม่ได้มีความสำคัญในชีวิตของเธอแล้ว แต่ก่อนที่หญิงสาวจะจากไป เธอได้ให้เบอร์ติดต่อเอาไว้กับดาวเรืองหากเด็กสาวมีอะไรให้เธอช่วยเหลือ หรือบางทีในอนาคตเธออาจจะต้องพึ่งพาดาวเรืองก็เป็นไปได้ใครจะไปรู้
หลังจากที่กลับมาจากบ้านรัตนบวรปภาดาก็ตรงไปที่พักทันทีเพื่อเก็บข้าวของเพราะพรุ่งนี้เธอต้องขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพฯ
ตั้งแต่เช้า และเมื่อเธออาบน้ำเสร็จโดยที่ตอนนี้บนร่างกายของปภาดามีเพียงเสื้อคุมตัวเดียวเท่านั้น และขณะกำลังเดินไปหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่สำหรับคืนนี้ เสียงเรียกจากมือถือก็ดังขึ้นและเมื่อเห็นรายชื่อบนหน้าจอริมฝีปากบางก็ยกขึ้นเล็กน้อย
‘โทรมาเร็วกว่าที่คิดแฮะ’
ระหว่างที่คิดมือบางก็กดรับสายไปด้วย แต่ไม่ทันที่เธอจะพูดทักทายอะไร ปลายสายก็โพล่งออกมาเสียงดังตามสายทันที
“ไหนรับปากแล้วว่าจะไม่บอกใครว่าผม เอ่อ นั่นแหละทำไมถึงไปพูดกับแม่ผมอย่างนั้นห๊ะ! ปภาดา คุณเป็นคนรับปากแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะไม่พูดเรื่องนี้ คุณรู้ไหมว่าคุณได้ทำให้แม่ของผมโกรธและก็ไม่ยอมพูดกับผมอยู่ตอนนี้ คุณทำให้ผมมีปัญหากับแม่รู้ตัวไหม”
“คุณจะมาโทษฉันไม่ได้นะคะ เพราะเรื่องทั้งหมดมันเริ่มมาจากความมักมากของคุณเอง อีกอย่างฉันรับปากว่าจะไม่พูดถึงเรื่องมีเมียน้อยของคุณให้เตี่ยกับเฮียปัณณ์รู้ แต่ฉันไม่ได้บอกว่าจะไม่บอกแม่ของคุณนิ คุณมีอะไรจะพูดอีกไหม ถ้าไม่มีฉันจะวางสายแล้วนะคะ”
“คุณจำสิ่งที่คุณได้ทำวันนี้เอาไว้เลยนะปภาดา”
พูดเสร็จอานนท์ก็กดวางสายไปทันทีด้วยความโมโห ซึ่งวันนี้เขาได้โดนแม่เลี้ยงวรรณาเรียกไปต่อว่าอย่างหนัก และบอกว่าพ่อของเขาที่ตายไปจะต้องเสียใจ ซึ่งตอนนั้นเขาก็บอกแม่ว่าเขาไม่ได้รักปภาดาตั้งแต่แรกและตอนนี้เขาเจอคนที่ใช่แล้ว
‘นนท์ ตอนที่ลูกเดินมาบอกแม่ให้เตรียมตัวไปสู่ขอหนูแป้ง ลูกเป็นคนตัดสินใจเองนะ ไม่ได้มีใครบังคับลูกเลย แล้วลูกแน่ใจได้อย่างไรว่าเกือบสี่ปีที่คบหาและแต่งงานกันมาลูกไม่ได้รักเมียตัวเองไปแล้ว แต่เอาล่ะไหน ๆเรื่องมันก็เกิดขึ้นมาแล้วแม่ก็จะไม่พูดถึงมันอีกเพราะนนท์เป็นลูกชายของแม่
แต่แม่ก็จะไม่มีวันยอมรับผู้หญิงที่ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดียุ่งกับสามีชาวบ้านหรอกนะ หากนนท์ต้องการพาผู้หญิงคนนั้นเข้าบ้านก็รอให้แม่ตายไปก่อนแล้วกัน’
นั่นคือเหตุผลที่เขาโมโหอดีตภรรยาที่ทำทุกอย่างเพื่อได้หย่า ทั้งที่เขาเองก็เริ่มไม่แน่ใจถึงการได้ขอหย่าจากเธอไปก่อนหน้านั้นว่ามันคือสิ่งที่เขาต้องการมันจริงไหม แล้วตอนนี้ปภาดายังจะมาทำให้เขาต้องมีปัญหากับแม่ และท่านจะยังไม่ยอมรับผู้หญิงของเขาอีกด้วย
ทางด้านปภาดาหลังจากที่ถูกตัดสายจากอดีตสามีก็หมดแรงกันเลยทีเดียว ไม่น่าเชื่อว่าแค่การคุยกันผ่านโทรศัพท์ไม่กี่ประโยคจะทำให้เธอหมดพลังงานได้มากขนาด
และก็เฝ้าบอกตัวเองว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเธอทำถูกแล้ว ความรักกับพ่อของลูกครั้งนี้เธอทำมันเต็มที่แล้ว แม้จะปลอบตัวเองว่าพรุ่งนี้เรื่องทุกอย่างมันจบลงแล้วทันทีที่เธอเดินทางออกจากเชียงใหม่ แต่ถึงจะปลอบใจตัวเองเพียงใดน้ำตาไม่รักดีก็ยังจะไหลออกมา แต่อีกไม่นานเธอก็จะกลับมาเป็นปภาดา คุณหนูคนเล็กของสกุลวัฒนาวัตรให้ได้
