บทที่ 33 6.1 ฟ้าหลังฝนที่ต้องเดินต่อ
ภายในร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ชื่อดังแถวสยามได้มีสาวสวยรูปร่างบางระหงเดินเข้ากำลังมองซ้ายมองขวาเหมือนกำลังมองหาอะไรสักอย่าง แต่เมื่อเจอจุดหมายแล้ว พลันรอยยิ้มบนใบหน้าก็ผุดขึ้นก่อนจะรีบเดินไปยังที่หมายทันที เมื่อจุดหมายนั้นเป็นสาวหมวยที่มีความสวยไม่แพ้คนที่กำลังเดินตรงมาหาเลย
ซึ่งเธอได้นั่งอยู่ที่โต๊ะข้างหน้าต่างของร้านเหมือนคนกำลังใช้ความคิดอยู่คนเดียวโดยไม่สนว่าโลกภายนอกใครจะไปใครจะมา และดูจากการแต่งตัวก็รู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นลูกหลานคนมีเงินอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหรือแม้แต่กระเป๋าก็ล้วนแต่เป็นของแบรนด์ดังทั้งนั้น
“แป้ง! รอคีย์นานหรือเปล่านี่ โทษทีนะ ที่ปล่อยให้รอนาน โห! แล้วสั่งอะไรมาทานเนี่ย”
คีตภัทรเดินตรงเข้ามาหาเพื่อนที่กำลังนั่งรอเธออยู่ที่โต๊ะ ก่อนจะวางกระเป๋าที่ถือมาพร้อมตะกร้าใส่ของฝากจากแม่ฮ่องสอน ทางด้านคนที่นั่งรอเมื่อได้ยินเสียงทักทายของคีตภัทรดังขึ้นก็ทำให้ปภาดาที่กำลังคิดถึงเรื่องเมื่อหกเดือนก่อนได้สติกลับมาอยู่กับปัจจุบันทันที เธอจึงยิ้มตอบเพื่อนรักไปพร้อมกับเสียงหวานๆของตัวเอง
“ไม่นานหรอกคีย์ พอดีแป้งออกมาพบลูกค้าของธนาคารด้วยน่ะ ว่าแต่คุณนายเจ้าของโรงพยาบาลทำไมถึงมาช้ากว่าเวลาที่นัดกันเอาไว้ได้ล่ะ
เพราะปกติคีย์เป็นคนตรงเวลาจะตายไป หรือว่าพี่หมอคิมไม่ยอมปล่อยตัวให้ภรรยาคนสวยออกมาสักทีจ๊ะ โอ๊ะ! นี่ไส้อั่วของฝากแป้งเหรอคีย์ มีขนมจีนน้ำเงี้ยวด้วย ขอบใจนะ เพื่อนรัก”
คีตภัทรมองเพื่อนรักที่กำลังดูของฝากที่เธอนำมาให้ด้วยความตื่นเต้น ปภาดาเป็นคนที่ชอบทานอาหารเหนือมาตั้งแต่สมัยที่ยังเรียนมหาลัยมาพร้อมกับเธอ และขณะที่ปภาดากำลังชื่นชมของฝากจากเพื่อนรักอยู่ ๆเสียงของคีตภัทรก็ดังขึ้น ทำให้มือที่กำลังรื้อดูของฝากในตะกร้าต้องหยุดไปชั่วขณะ
“ขนมจีนน้ำเงี้ยวนั่นของฝากจากแม่คีย์ทำเอง ส่วนไส้อั่วป้าวันให้คนขับรถมาดักรอคีย์ที่สนามบินเพื่อฝากมาให้แป้งโดยเฉพาะน่ะ พอดีเมื่อคืนท่านคุยโทรศัพท์กับแม่เลยทราบว่าคีย์จะลงมากรุงเทพฯ เช้านี้ แป้ง! แป้งโอเคหรือเปล่าเนี่ย”
คีตภัทรมองดูเพื่อนที่ดูนิ่งไปจึงยื่นมือไปแตะมือของปภาดาเพื่อบอกให้เพื่อนรู้ว่าเธออยู่ตรงนี้เสมอ
“เห้ย! คีย์ไม่ต้องคิดมาก แป้งไม่เป็นอะไร ตอนแป้งอยู่ที่เชียงใหม่ แม่วันเองก็เอ็นดูแป้งมากเลยนะ ขนาด เอ่อ ช่างมันเถอะ อย่างไงแป้งก็ฝากคีย์ไปขอบคุณท่านให้แป้งด้วยนะจ๊ะ”
“…” คีตภัทรมองดูเพื่อนรักที่ตอบคำถามของเธอด้วยน้ำเสียงที่เจือปนไปด้วยความแหบแห้งเล็กน้อยเหมือนคนที่ใกล้จะร้องไห้ ซึ่งทุกเรื่องราวของเพื่อนรักคนนี้ในช่วง6เดือนที่ผ่านมาคีตภัทรรับรู้มันมาตลอด แม้ว่าเรื่องการหย่าร้างของปภาดากับอานนท์ ปภาดาจะมาเล่าให้เธอฟังหลังจากที่เซ็นใบหย่าไปแล้วก็ตาม
ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้คีตภัทรแสดงอาการเฉยชาใส่อานนท์ทุกครั้งที่เขามาที่บ้านของเธอ เพราะมันทำให้หญิงสาวรู้สึกผิดหวังในตัวพี่ชายคนนี้มาก พี่ชายที่ครั้งหนึ่งเธอเคยดีใจกับเพื่อนรักที่จะได้แต่งงานกับผู้ชายดี ๆ อย่างอานนท์ และเพื่อนของเธอจะได้เลิกรู้สึกผิดเสียที ที่ไม่อาจบอกใครได้ว่าเด็กชายปุณณ์ สกุลวัฒนาวัตรไม่ใช่ลูกชายของเฮียปัณณ์
แต่เป็นลูกของปภาดากับอานนท์ที่มันเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุที่ตัวพ่อเลี้ยงหนุ่มเองก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าได้มีลูกโตเป็นหนุ่มน้อยแล้วคนหนึ่ง และการเจอกันครั้งนั้นคีตภัทรก็ได้ต่อว่าอานนท์ไปหลายคำ
‘น้องคีย์! ที่เราไม่ยอมคุยกับพี่ตั้งแต่มาถึงที่นี่เพราะเรื่องของพี่กับแป้งใช่ไหม ถ้าใช่พี่จะเสียใจมากนะที่น้องสาวที่โตมาพร้อมกับพี่เห็นคนอื่นดีกว่าตัวพี่’
‘พี่นนท์คะ คนอื่นที่พี่พูดถึงเขาคือเพื่อนรักของคีย์นะคะ และถ้าพี่ไม่ได้รักไอ้แป้ง แล้วพี่เข้าไปบอกเตี่ยของมันทำไมว่าไปมีอะไรกับมันและก็พร้อมจะสร้างครอบครัวกับมัน คีย์ไม่นึกเลยว่าพี่ชายที่แสนดีของคีย์จะเป็นคนแบบนี้ไปได้’
